สธ.ยังไม่พบคลัสเตอร์ลอยกระทง คาดสิ้นพย.อาจฉีดวัคซีนไม่ถึง 100 ล้านโดส

วันที่ 25 พ.ย. 2564 เวลา 08:54 น.
สธ.ยังไม่พบคลัสเตอร์ลอยกระทง คาดสิ้นพย.อาจฉีดวัคซีนไม่ถึง 100 ล้านโดส
กรมควบคุมโรค เผยภาพรวมโควิด 19 ประเทศไทยลดลง จับตาบางพื้นที่และคลัสเตอร์ต่างๆ ระบุ หลังผ่านงานลอยกระทงมา 5 วันยังไม่พบคลัสเตอร์ คาดสิ้นเดือน พ.ย. อาจฉีดวัคซีนไม่ถึง 100 ล้านโดส ขอความร่วมมือเร่งฉีด

นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์โรคโควิด 19 เปิดเผยว่า สถานการณ์โควิดในประเทศไทยเมื่อวันที่ 24 พ.ย. 64 พบผู้ป่วยรักษาหาย 7,318 ราย สูงกว่าผู้ติดเชื้อใหม่ที่พบ 5,857 ราย เสียชีวิต 55 ราย ผู้ป่วยปอดอักเสบและใส่เครื่องช่วยหายใจลดลงต่อเนื่อง จุดสำคัญในการติดตามสถานการณ์เมื่อฉีดวัคซีนทั่วถึง คือ จำนวนเตียงและอัตราการครองเตียง ซึ่งข้อมูลถึงวันที่ 23 พฤศจิกายน มีผู้เข้ารับการรักษา 69,588 ราย จำนวนเตียงคงเหลือ 132,007 เตียง ระดับเขตสุขภาพ อัตราครองเตียง 33% ส่วน กทม. อัตราครองเตียง 51% หลังการเปิดประเทศต้องติดตามเปลี่ยนแปลงของอัตราการครองเตียงต่อเนื่อง แต่ภาพรวมสถานการณ์การระบาดมีแนวโน้มลดลง ยกเว้นบางพื้นที่ยังพบคลัสเตอร์เพิ่มขึ้นบ้าง ต้องจับตาเป็นพิเศษ โดยคลัสเตอร์ที่พบขณะนี้ มีทั้งโรงงาน/สถานประกอบการ ตลาด งานศพ งานกฐิน และงานแต่ง จึงขอให้ผู้จัดงานเข้มมาตรการป้องกันและใช้เวลาให้กระชับที่สุด หลีกเลี่ยงการพูดคุย เปิดหน้ากาก รับประทานอาหารร่วมกันซึ่งเป็นความเสี่ยง ส่วนการติดเชื้อในแรงงานต่างด้าว ข้อมูล 7 วันย้อนหลัง พบผู้ติดเชื้อรวม 44,768 ราย คลัสเตอร์ที่พบแรงงานต่างด้าว คือ โรงงาน/สถานประกอบการ เป็นเมียนมา 10%, แคมป์คนงาน เป็นเมียนมา 38.5% กัมพูชา 30.8% และคลัสเตอร์พิธีกรรมศาสนา เป็นเมียนมา 10%

สำหรับการเปิดประเทศ ตั้งแต่ 1-23 พฤศจิกายน มีผู้เดินทางเข้ามา 94,756 คน เป็นระบบ Test & Go มากที่สุด 73,383 คน ติดเชื้อ 60 คน คิดเป็น 0.08% ระบบแซนด์บ็อกซ์ 17,319 คน ติดเชื้อ 33 คน คิดเป็น 0.19% และระบบกักกัน ทั้ง 7 วัน และ 10 วัน รวม 4,054 คน ติดเชื้อ 33 คน คิดเป็น 0.81% ภาพรวมติดเชื้อ 126 คน คิดเป็น 0.13% ซึ่งถือว่ายังพบน้อย ส่วนที่กังวลว่าเมื่อเดินทางเข้ามาแล้วตรวจ RT-PCR ทันทีอาจเร็วเกินไป ได้ให้คำแนะนำว่าหากมีอาการป่วยหรือสงสัย ให้ตรวจซ้ำด้วย ATK เมื่อเจอผลบวกจะส่งเข้ารับการดูแล แต่ไม่ว่าจะเป็นระบบใดก็ไม่สามารถป้องกันได้ 100% ดังนั้น สิ่งสำคัญคือการฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมที่สุด ร่วมกับมาตรการสวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง และล้างมือบ่อยๆ จะช่วยให้เปิดประเทศได้ราบรื่นต่อไป

นพ.เฉวตสรร กล่าวว่า สำหรับผลการฉีดวัคซีนโควิด-19 ณ วันที่ 23 พ.ย.2564 เวลา 18.00 น. พบว่า มีผู้ฉีดวัคซีนแล้ว 89,894,183 โดส แบ่งเป็น เข็มแรก จำนวน 47,034,024 โดส คิดเป็นร้อยละ 65.3 เข็มที่สองจำนวน 39,724,270 โดส คิดเป็น ร้อยละ 55.1 และเข็มที่สาม จำนวน 3,135,889 โดส คิดเป็น ร้อยละ 4.4 คาดว่าหากมีการฉีดวัคซีนได้จำนวนดังกล่าว ก็อาจจะไม่ถึง 100 ล้านโดส ภายในสิ้นเดือนพ.ย.นี้ ฉะนั้น ขอให้ทุกภาคส่วน ทุกชุมชนสำรวจว่ามีส่วนใดตกหล่น ขอให้เข้ารับการฉีดวัคซีนโดยเร่งด่วน เพราะมีวัคซีนในทุกจังหวัด พร้อมในทุกๆ ที่ ไม่มีกรณีที่วัคซีนไม่เพียงพอ

“จากการติดตามสถานการณ์ ยังไม่พบคลัสเตอร์ที่เกี่ยวเนื่องกับงานลอยกระทง อาจเป็นเพราะมีการสื่อสารมาตรการก่อนจัดงาน แต่เพิ่งผ่านมา 5 วัน จึงยังต้องติดตามต่อ หากผ่านไป 7 หรือ 10 วันแล้วไม่เกิดคลัสเตอร์ แสดงว่าประชาชนร่วมมือกันป้องกันการแพร่ระบาดได้ดี เป็นการสร้างความมั่นใจว่าแม้จะมีการรวมตัวกันจำนวนมาก แต่หากทุกคนมีความระมัดระวัง ไม่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น เปิดหน้ากาก รับประทานอาหารร่วมกันเป็นเวลานานก็จะป้องกันติดเชื้อได้ และมั่นใจได้มากขึ้นในการเปิดประเทศ” นพ.เฉวตสรรกล่าว