สธ.เผยวัคซีนไฟเซอร์อีกกว่า 1.5 ล้านโดส ถึงไทยแล้ว

วันที่ 28 ต.ค. 2564 เวลา 10:31 น.
สธ.เผยวัคซีนไฟเซอร์อีกกว่า 1.5 ล้านโดส ถึงไทยแล้ว
อธิบดีกรมควบคุมโรค เผย วัคซีนไฟเซอร์ กว่า 1.5 ล้านโดส ถึงไทยแล้วอีกล็อต ยืนยันมีเพียงพอรับเปิดเรียน

เมื่อวันที่ 28 ตค. 64 นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า วัคซีนไฟเซอร์ จำนวน 1,538,550 โดส เดินทางมาถึงประเทศไทยแล้วตามกำหนด เมื่อวันที่ 27 ตค.64 ที่ผ่านมา โดยภาพรวมวัคซีนไฟเซอร์ตามแผนกระจายวัคซีนของประเทศ ขณะนี้ได้ส่งมอบแล้ว 8 ล้านโดส คือ เดือนกันยายน 2 ล้านโดส และเตือนตุลาคมอีก 6 ล้านโดส ยังไม่รวมกับการบริจาควัคซีนไฟเซอร์จากประเทศสหรัฐอเมริกาอีก จำนวน 1.5 ล้านโดส ซึ่งวัคซีนที่มาถึงล่าสุดนี้ มุ่งเน้นไปที่กลุ่มนักเรียน ผู้ปกครองสามารถแจ้งความประสงค์ให้บุตรหลานเข้ารับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ได้ตามความสมัครใจ

นพ.โอภาส กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีนักเรียนและนักศึกษาอายุ 12 ปี ขึ้นไป ที่ศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษา หรือเทียบเท่า แสดงความประสงค์ในการฉีดวัคซีน ผ่านคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดทั่วประเทศ จำนวน 4.3 ล้านราย (ข้อมูล ณ วันที่ 26 ตุลาคม 2564) ซึ่งขอยืนยันว่าวัคซีนมีจำนวนเพียงพออย่างแน่นอน เนื่องจากมีการจัดสรรวัคซีนให้กับกลุ่มนี้จำนวน 5.7 ล้านโดส แยกเป็น เข็มที่ 1 จำนวน 4.3 ล้านโดส และเข็มที่ 2 จำนวน 1.4 ล้านโดส โดยเริ่มฉีดตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคม 2564 และได้ฉีดวัคซึนเข็มที่ 1 ในกลุ่มนักเรียน 12-17 ปี แล้วกว่า 2 ล้านโดส

สำหรับผลข้างเคียง พบรายงานการเกิดกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ/เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ (Myocarditis/Pericarditis) น้อยกว่า 10 ราย ทุกรายมีอาการไม่รุนแรงและรักษาหายเป็นปกติเกือบทั้งหมด ซึ่งเกิดขึ้นได้น้อยกว่าในต่างประเทศ

"การฉีดวัคซีน เป็นมาตรการสำคัญที่จะช่วยป้องกันการเสียชีวิต และเจ็บป่วยรุนแรงได้ หากร่วมกับแนวทางป้องกันการติดเชื้อโควิด 19 แบบครอบจักรวาล (Universal Prevention for COVID-19) เช่น สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างจากผู้อื่น และล้างมือบ่อยๆ ก็ยิ่งช่วยเพิ่มการป้องกันโรคได้ดียิ่งขึ้น ช่วยลดความเสี่ยงการแพร่เชื้อภายในครอบครัว หรือชุมชน ตลอดจนทำให้การเปิดเรียนมีความปลอดภัย ไม่เกิดการแพร่ระบาดในโรงเรียน" อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าว