"สุวรรณภูมิ"ซ้อมใหญ่พร้อมรับผู้โดยสารเปิดประเทศ1พ.ย.นี้

วันที่ 27 ต.ค. 2564 เวลา 20:36 น.
"สุวรรณภูมิ"ซ้อมใหญ่พร้อมรับผู้โดยสารเปิดประเทศ1พ.ย.นี้
สนามบินสุวรรณภูมิซ้อมใหญ่รับผู้โดยสารต้อนรับเปิดประเทศ 1 พ.ย.นี้ คุมเข้มการตรวจคัดกรอง คาดจำนวนผู้โดยสารรต่อวันเพิ่มขึ้นเป็น 38,000 คน

เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 64 นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) (ทอท.) ได้พาคณะสื่อมวลชนเข้าดูการฝึกซ้อมใหญ่การต้อนรับและการให้บริการผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ ภายใต้มาตรฐานการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของกระทรวงสาธารณสุข ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ปฏิบัติงานภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้ร่วมกัน จัดขึ้นเพื่อต้อนรับการเปิดประเทศในวันที่ 1 พ.ย. 64

โดยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะเปิดให้บริการผู้โดยสารทั้งอาคารเทียบเครื่องบินด้านทิศตะวันออก (Concourse C) และด้านทิศตะวันตก (Concourse E,F,G) ซึ่งจะมีขั้นตอนหลังจากที่ผู้โดยสารลงจากอากาศยานแล้ว จะได้รับการตรวจคัดกรองจากเจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศ แยกเป็น 2 ส่วน คือ ผู้โดยสารบางส่วนจะยังต้องตรวจด้วยระบบใบอนุญาตเดินทางเข้าประเทศไทย (Certificate of Entry :COE) อีกส่วนจะตรวจด้วยวิธีการสแกน QR Code ของระบบ Thailand Pass ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มใหม่เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่เดินทางเข้าประเทศไทย ซึ่งในอนาคตจะเข้ามาแทนการใช้ระบบ COE

จากนั้นผู้โดยสารเดินตามเส้นทางที่กำหนด ผ่านการตรวจคัดกรองอุณหภูมิ หากผู้โดยสารอุณหภูมิเกิน 37.3 องศาเซลเซียส หรือเข้าเกณฑ์ PUI เจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรคฯ จะกันผู้โดยสารดังกล่าวไปดำเนินการตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข ถ้าอุณหภูมิไม่เกิน 37.3 องศาเซลเซียส ก็เข้าสู่กระบวนการตรวจคนเข้าเมือง หลังจากนั้น ผู้โดยสารรับสัมภาระและผ่านพิธีการศุลกากรกรณีมีของสำแดง แต่หากไม่มีของสำแดงจะมีเจ้าหน้าที่นำผู้โดยสารไปพบตัวแทนโรงแรมที่เป็นสถานที่กักตัวทางเลือกที่ผู้โดยสารจองมาล่วงหน้าแล้ว บริเวณโถงผู้โดยสารขาเข้าชั้น 2

จากนั้นผู้โดยสารขึ้นรถของโรงแรมซึ่งมีการจัดให้มีที่กั้นระหว่างพนักงานขับกับผู้โดยสารเป็นไปตามมาตรฐานการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค เพื่อไปดำเนินการตรวจ RT-PCR ตามกำหนด ณ โรงแรมที่พักต่อไป

ส่วนผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ เมื่อผู้โดยสารทำการเช็คอินที่เคาน์เตอร์เช็คอิน เจ้าหน้าที่สายการบินจะทำการตรวจสอบเอกสารตามที่ประเทศปลายทางกำหนดก่อนออกบัตรโดยสาร (Boarding Pass) จากนั้นก็สามารถเข้าสู่ขั้นตอนตรวจหนังสือเดินทางตามปกติ สำหรับผู้โดยสารขาออกภายในประเทศ ปัจจุบัน ทสภ. ก็มีการให้บริการภายใต้มาตรการเฝ้าระวังโรคที่เข้มงวด

เมื่อผู้โดยสารทำการเช็คอินจะต้องเตรียมเอกสารตามที่จังหวัดปลายทางกำหนด โดยสายการบินจะตรวจสอบเอกสารต่าง ๆ เช่น เอกสารยืนยันการได้รับวัคซีนตามเกณฑ์ หรือเอกสารแสดงผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 โดยวิธี RT-PCR หรือ Antigen Test Kit(ATK) เมื่อออกบัตรโดยสารแล้วผู้โดยสารจะผ่าน ขั้นตอนการคัดกรองตามปกติก่อนออกเดินทางต่อไป ส่วนผู้โดยสารขาเข้าภายในประเทศ เมื่อผู้โดยสารลงจากอากาศยานจะผ่านเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิเมื่อเข้ามาภายในอาคาร ก่อนรับกระเป๋าที่สายพานและเดินทางออกจากท่าอากาศยาน

นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) (ทอท.) กล่าวว่า เมื่อผู้โดยสารมาใช้บริการที่ ทสภ. ก่อนจะเข้าอาคารผู้โดยสาร ทสภ. ได้มีการติดตั้งเครื่องวัดอุณหภูมิแบบอินฟราเรดขนาดเล็ก (Thermoscan) และติดตั้งป้ายสแกน QR Code ไทยชนะ บริเวณประตูทางเข้า ซึ่งจะเปิดให้ผู้โดยสารเข้าที่ประตู 1,3,5,7,9 โดยหากผู้โดยสารมีอุณหภูมิร่างกายเกิน 37.3 องศาเซลเซียส จะถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าใช้บริการ

พร้อมกันนี้ ทสภ. ยังได้เตรียมความพร้อมทั้งโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกให้เป็นไปตามมาตรการสาธารณสุข D-M-H-T-T-A ตามหลักการ COVID-Free Setting และ Universal Prevention อย่างเคร่งครัด โดยบริเวณเคาน์เตอร์เช็คอิน มีการนำเครื่องเช็คอินอัตโนมัติ (Common Use Self Service : CUSS) ระบบรับสัมภาระอัตโนมัติ (Common Use Bag Drop : CUBD) มาให้บริการเพื่อลดการสัมผัส มีการจัดให้เว้นระยะห่าง มีการเพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดรถเข็นกระเป๋า บันไดเลื่อน ลิฟท์ ห้องน้ำ เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของโรค

ด้านความพร้อมด้านของบุคลากร ผู้ปฏิบัติงานจากทุกภาคส่วนที่ปฏิบัติงานใน ทสภ. ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม ตั้งแต่เดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาจำนวน 34,000 คนและขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ซึ่งคาดว่า ณ สิ้นเดือนตุลาคมทั้ง 34,000 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 95 ของบุคลากรผู้ปฏิบัติงาน ณ ทสภ. จะได้รับวัคซีนครบ 3 เข็ม

ทั้งนี้ ทสภ. คาดว่าภายหลังที่มีการเปิดประเทศตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.แล้ว จะมีปริมาณเที่ยวบินต่อวันเพิ่มขึ้นเป็น 480 เที่ยวบิน จากปัจจุบัน 320 เที่ยวบิน และจำนวนผู้โดยสารต่อวันเพิ่มขึ้นเป็น 38,000 คน จากปัจจุบัน 15,000 คน