"ยูเอ็น"หนุนนโยบายห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้าของไทย

วันที่ 24 ต.ค. 2564 เวลา 17:45 น.
"ยูเอ็น"หนุนนโยบายห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้าของไทย
หน่วยงานสหประชาติสนับสนุนการห้ามจำหน่ายและนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าของประเทศไทย ชี้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นภัยต่อความพยายามควบคุมการบริโภคยาสูบ

สำนักงานผู้ประสานงานสหประชาชาติประจำประเทศไทย ได้ส่งจดหมายถึง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สนับสนุนการห้ามจำหน่ายและนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าของประเทศไทย โดยระบุว่า ผลการศึกษาหลายฉบับเปิดเผยว่าบุหรี่ไฟฟ้านั้นอันตรายต่อสุขภาพและไม่ปลอดภัย อีกทั้งบุหรี่ไฟฟ้ายังทำให้เยาวชนมีความเสี่ยงที่จะเสพติดนิโคติน และกลายเป็นผู้ที่สูบทั้งบุหรี่ไฟฟ้าและบุหรี่ธรรมดาไปพร้อมกัน การสูบบุหรี่ทุกชนิดคร่าชีวิตคนไทยกว่า 70,000 คนต่อปี และก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจเป็นมูลค่าถึง 9.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 0.65 ของผลิตภัณฑ์รวมในประเทศ (GDP)

เรอโน เมแยร์ ผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย กล่าวว่า บุหรี่ไฟฟ้าเป็นภัยต่อความพยายามในการควบคุมการบริโภคยาสูบของไทย และลดทอนความสำเร็จที่สร้างมาในช่วงหลายทศวรรษ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อัตราการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในเด็กนักเรียนไทย (อายุ 13-15 ปี) ที่เพิ่มขึ้นจาก ร้อยละ 3.3 ในปี 2558 เป็น ร้อยละ 8.1 ในปี 2564

แพทย์หญิงเรณู การ์ก รักษาการผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศ ชื่นชมความพยายามของรัฐบาลไทยในการควบคุมการสูบบุหรี่ทุกชนิด แต่ได้เน้นย้ำความสำคัญของการบังคับใช้มาตรการควบคุมการบริโภคยาสูบอย่างครอบคลุมเพื่อลดการเสพติดนิโคตินและการสูบบุหรี่ และเพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติของกรอบอนุสัญญาขององค์การอนามัยโลกว่าด้วยการควบคุมยาสูบ (WHO FCTC)

ในกรณีที่มีการกล่าวอ้างเรื่องความปลอดภัยของบุหรี่ไฟฟ้านั้น แพทย์หญิงเรณูกล่าวเสริมว่า “องค์การอนามัยโลกไม่เคยกล่าวว่าบุหรี่ไฟฟ้าอัตรายต่อสุขภาพน้อยกว่าบุหรี่ธรรมดา ร้อยละ 95”

นอกจากนั้น แถลงกการณ์เรื่องบุหรี่ไฟฟ้าขององค์การอนามัยโลกที่เผยแพร่มาก่อนหน้านี้ ได้แนะนำให้ใช้แนวทางที่ทดสอบแล้วว่าได้ผลในการช่วยเลิกบุหรี่ เช่น การรับคำปรึกษาจากบุคลากรสาธารณสุข สายด่วนเลิกบุหรี่ ข้อความเตือนทางโทรศัพท์ การบำบัดโดยใช้นิโคตินทดแทน และยาช่วยเลิกบุหรี่ เป็นต้น