ตำรวจตามแกะรอยแก๊งดูดเงิน ผู้เสียหายทุกรายได้คืนแน่

วันที่ 20 ต.ค. 2564 เวลา 18:57 น.
ตำรวจตามแกะรอยแก๊งดูดเงิน ผู้เสียหายทุกรายได้คืนแน่
ตร.จับมือแบงก์ชาติหาเส้นทางแก๊งดูดเงิน พบ 132 ล้าน มี 17,500 ผู้เสียหายขอคืนเงินแล้ว สมาคมธนาคารไทยย้ำทุกรายได้เงินคืนแน่นอน

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2564 ที่ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท. ร่วมประชุมหน่วยงานเกี่ยวข้อง การกำหนดมาตรการการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีให้กับประชาชน ร่วมกับ สมาคมธนาคารไทย, ผู้แทนธนาคารพาณิชย์ ,ผู้แทนศูนย์ประสานงานรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางสารสนเทศ หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อหารือแนวทางการสืบสวนสอบสวน กรณีนำข้อมูลบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ข้อมูลทางการเงินไปใช้ในทางทุจริต ที่มีผู้เสียหายจำนวนมาก และ แนวทางป้องกันปราบปรามการรักษาความปลอดภัยข้อมูลทางการเงินของผู้ใช้บริการ

พล.ต.ท.กรไชย เปิดเผยว่า สอท. กำลังผนึกกำลังร่วมกับทางธนาคารเเห่งประเทศไทย (ธปท.)ในการหาตัวมิจฉาชีพเเละเส้นทางการเงินของมิจฉาชีพเหล่านี้ว่ามีต้นทางหรือปลายทางอยู่ที่ใด พร้อมร่วมกำหนดมาตราการณ์รักษาความปลอดภัยทางการเงิน เบื้องต้นตอนนี้กำลังเร่งสืบสวนตามหาตัวคนที่อยู่เบื้องหลังเอาเงิน 130 ล้านบาทออกไปจากระบบ ไม่ว่าจะใช้วิธีการใดหรืออาจได้ข้อมูลจากตลาดมืดไปหรือไม่ โดยผู้เสียหายมักจะถูกหลอกจากเว็บหรือลิงค์หรือการกรอกข้อมูลต่างๆ ซึ่งพวกมิจฉาชีพเหล่านี้จะนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้

พล.ต.ท.กรไชย กล่าวต่อว่า ต้องเช็คในทุกมิติซึ่งในส่วนนี้ต้องพึ่งพา ธปท.ในการหาเส้นทางการเงินซึ่งสามารถเช็คได้ว่าปลายทางเเละต้นทางของเงินไปที่ไหน ซึ่งก็จะสามารถอำนวยความสะดวกเเละสามารถหาตัวมิจฉาชีพได้ในที่สุดซึ่งมิจฉาชีพเหล่านี้อาจเป็นทั้งคนจริงเเละไซเบอร์บอตก็เป็นไปได้ซึ่งทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นได้ระบบในไซเบอร์ โดยเชื่อว่ามิจฉาชีพเหล่านี้มีทั้งในเเละนอกประเทศ ฐานกระทำความผิดโดยส่วนใหญ่จะอยู่รอบๆประเทศไทย เพื่อให้ยากต่อการติดตามเเต่เชื่อว่าคนทำยังอยู่ในไทยเพราะรู้ความคิดของคนไทยเป็นอย่างดีจึงสามารถโกงเงินจากคนไทยได้มากขนาดนี้จึงคาดว่ามิจฉาชีพชาวไทยนั้นเป็นตัวหลักในการโกงครั้งนี้

พล.ต.ท.กรไชย กล่าวอีกว่า ทุกอย่างมีต้นทางเเละปลายทางจะต้องกระชากหน้ากากคนเหล่านี้มาให้ได้ ตอนนี้ทางธปท.ก็ได้เริ่มมีการตรวจสอบเเละเร่งคืนเงินซึ่งตัวเลขยังไม่สามารถเปิดเผยได้เเต่ประมาณการ 132 ล้านซึ่งก็จะคืนให้กับประชาชนผู้เสียหาย

นายกอบศักดิ์ ดวงดี เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า ตอนนี้ ธปท.ได้มีการยกระดับการดูเเลบัญชีให้เข้มข้นมากขึ้นโดยจะมีการตรวจสอบบัญชีที่ต้องสงสัยต่างๆ ทั้งบัญชีต้นทางเเละปลายทางเพื่อเป็นการป้องกัน เชื่อว่าการกระทำความผิดครั้งนี้ไม่ใช่การเเฮกเกอร์ เเต่มิจฉาชีพได้ใช้ช่องว่างของการกระทำของบุคคลเช่นอาจไปผูกบัตรหรืออะไรก็ตามไว้กับเเอพซึ่งมิจฉาชีพก็อาจได้ข้อมูลจากส่วนนี้ไปทั้งนี้ทางภาคธนาคารจะให้ความรู้กับประชาชนเพิ่มเติมในการรับมือกับภัยคุกคามออนไลน์ในรูปเเบบนี่

“ประชาชนจะได้เงินคืนอย่างเเน่นอน โดยขณะนี้ตัวเลขของคนที่ทำเรื่องขอเงินคืนมีกว่า 17,500 คนเเล้วซึ่งตัวเลขอาจจะมาขึ้นเรื่อยๆ” นายกอบศักดิ์ กล่าวและว่า ตอนนี้ที่ทราบคือปลายทาจะตรวจสอบได้โดยจะดูว่าบัตรรูดจากไหน เเล้วจะดูหลักฐานประกอบโดยมีความร่วมมือระหว่างประเทศโดยจะดูได้ว่าใครจะมาใช้บริการดูด้วยว่าข้อมูลที่หลุดจากไทยไปไปจากไหนโดยจะมีการดำเนินการทั้งในเเละต่างประเทศ โดยธุรกรรมกระกระทำผิดส่วนใหญ่อยู่ในต่างประเทศ ส่วนของไทยคือในส่วนของข้อมูลที่รั่วไหลออกไป โดย ที่ สน.หนองแขม มีการโดนโกงมากที่สุดกว่า 700 ครั้ง ซึ่งโดยส่วนใหญ่จำนวนเงินที่ปรากฏขึ้นตรงกับอัตราเเลกเปลี่ยนที่เป็นดอลลาห์สหรัฐเเละรีล่าตุรกี