จับเรือบรรทุกน้ำมันดีเซลเถื่อน4แสนลิตร รับจากเพื่อนบ้านเข้ามาขายในไทย

วันที่ 19 ต.ค. 2564 เวลา 19:30 น.
จับเรือบรรทุกน้ำมันดีเซลเถื่อน4แสนลิตร รับจากเพื่อนบ้านเข้ามาขายในไทย
รองผบ.ตร.แถลงจับเรือบรรทุกน้ำมันเถื่อน 4 แสนลิตรหลังลอยลำอยู่ใกล้เกาะสีชัง พบไปรับน้ำมันเถื่อนจากประเทศเพื่อนบ้านก่อนนำมาลอบจำหน่ายในไทย

เมื่อวันที่ 19 ต.ค. 64 ที่กองบังคับการตำรวจน้ำ จังหวัดสมุทรปราการ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร.ใน ฐานะ ผอ.ศปนม.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.ต.สมควร พึ่งทรัพย์ ผู้บังคับการตำรวจน้ำ ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมขบวนการลักลอบนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงเถื่อน พร้อมด้วยของกลาง เรือบรรทุกน้ำมันสัญชาติไทย ซึ่งเป็นเรือบริการรับของเสีย

จากการตรวจสอบระวางหัวเรือพบน้ำมันดีเซลบรรจุอยู่จำนวน 400,000 ลิตร โดยจับกุมได้ขณะลอยลำอยู่บริเวณที่เกิดเหตุบริเวณใกล้เกาะสีชัง เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา

พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีการลักลอบขนน้ำมันเชื้อเพลิงดีเซลเถื่อนเข้ามาเพื่อจำหน่ายในพื้นที่อ่าวไทยตอนบนที่จอดลอยลำอยู่บริเวณใกล้เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี จึงนำได้นำเรือตรวจการณ์ 631 พร้อมกำลังพลออกลาดตระเวน เข้าตรวจสอบ ได้พบเรือบรรทุกน้ำมันจอดลอยลำอยู่บริเวณดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงเข้าทำการตรวจสอบพบน้ำมันดีเซล ประมาณ 400,000 ลิตรอยู่ในช่องระวางหัวเรือ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอตรวจสอบเอกสารเกี่ยวกับการได้มาของน้ำมันดังกล่าว แต่นายท้ายเรือไม่สามารถนำเอกสารที่เกี่ยวข้องมาแสดงได้ เจ้าหน้าที่จึงนำเรือลำดังกล่าวมาจอดบริเวณปากคลองสรรพสามิต ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ

ต่อมาได้ประสานกับเจ้าหน้าที่สรรพสามิตและเจ้าหน้าที่ศุลกากรร่วมทำการตรวจสอบสารมาร์คเกอร์ ผลการตรวจสอบพบว่ามีค่าสาร มาร์คเกอร์ 27 หน่วย ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่เป็นน้ำมันดีเซลที่จำหน่ายส่งออกต่างประเทศเท่านั้น โดยน้ำมันเหล่านี้ได้รับยกเว้นภาษีสรรพสามิตแล้ว เมื่อนำกลับเข้ามาในราชอาณาจักรโดย ไม่ผ่านพิธีทางศุลกากรถือว่าเป็นการลักลอบนำน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาในราชอาณาจักรโดย ผิดกฎหมายจึงคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ส่งพนักงานสอบสวน บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ด้าน พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวว่า สำหรับพฤติการณ์ของกลุ่มค้าน้ำมันเถื่อนนี้จะนำเรือ ไปรับน้ำมันจากประเทศเพื่อนบ้านก่อนที่จะกลับเข้ามาในพื้นที่ประเทศไทย หากไม่ถูกจับกุมทางขบวนการนี้ก็จะนำไปส่งต่อให้กับรถบรรทุกน้ำมันไปจำหน่ายตามปั้มน้ำมัน หรือเรือ และลูกค้ากลุ่มต่าง ๆ ที่ใช้น้ำมันดีเซลตามมาตรฐานในประเทศไทย โดยจะจำหน่ายในราคาประมาณ 15-16 บาท

จากการตรวจสอบพบว่ามีพฤติการณ์คล้ายกับคดีที่ถูกจับกุมกว่า 1.2 ล้านลิตร เมื่อวันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้ทางผู้บัญชาได้กำชับให้เร่งสืบสวนและติดตามกระบวนการให้ถึงที่สุดว่าเป็นกลุ่มเดียวกันหรือไม่