ชป.ปรับแผนใหม่หลังแม่น้ำเจ้าพระยาปริมาณเพิ่มสูงขึ้น

วันที่ 19 ต.ค. 2564 เวลา 18:21 น.
ชป.ปรับแผนใหม่หลังแม่น้ำเจ้าพระยาปริมาณเพิ่มสูงขึ้น
กรมชลประทานปรับแผนบริหารจัดการน้ำรับมือระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มระดับสูงขึ้นจากฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่จ.กำแพงเพชรและตาก พร้อมสั่งเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชม.

เมื่อวันที่ 19 ต.ค.ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน(ชป.) เปิดเผยว่า ตามที่ได้เกิดฝนตกในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลาง โดยวัดปริมาณฝนสะสม 3 วัน ที่อ.เมือง จ.ตาก ได้ 169.4 มิลลิเมตร และที่ อ.เมือง จ.กำแพงเพชร วัดปริมาณฝนได้ 70.8 มิลลิเมตร ซึ่งปริมาณน้ำนี้จะไหลลงมาที่แม่น้ำปิงและรวมกับแม่น้ำน่าน ที่ จ.นครสวรรค์ คาดการณ์ว่าที่ สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ จะมีปริมาณน้ำไหลผ่านในอัตราประมาณ 2,700 -2,800 ลบ.ม./วินาที ในช่วงเวลาประมาณ 13.00 น. ของวันที่ 19 ต.ค. 64 เมื่อรวมปริมาณน้ำจากแม่น้ำสะแกกรัง และจาก Side flow รวมกันประมาณ 500 ลบ.ม./วิ จะส่งผลให้มีปริมาณน้ำที่หน้าเขื่อนเจ้าพระยา ทั้งสิ้นประมาณ 3,200-3,300 ลบ.ม./วินาที เพื่อเป็นการควบคุมการระบายน้ำด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด

ทั้งนี้ กรมชลประทานจึงได้ปรับแผนการรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่ง โดยจะปรับเพิ่มการรับน้ำเข้าฝั่งตะวันตกลงแม่น้ำน้อยผ่าน ประตูระบายน้ำบรมธาตุ และฝั่งตะวันออก จะปรับเพิ่มการรับน้ำเข้าคลองชัยนาท- ป่าสัก ผ่านประตูระบายน้ำมโนรมย์ โดยจะพิจารณาถึงผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายน้ำ พร้อมหน่วงน้ำไว้เหนือเขื่อนเจ้าพระยา โดยควบคุมระดับน้ำหน้าเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในระดับไม่เกิน +17.50 ม. และควบคุมการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาไว้ไม่เกิน 2,700 ลบ.ม./วินาที

ขณะที่ สถานการณ์น้ำลุ่มน้ำป่าสัก เนื่องจากมีปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนป่าสักฯ อย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักฯ ในอัตรา 600 ลบ.ม./วิ โดยจะทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำแบบขั้นบันไดเพื่อลดผลกระทบพื้นที่ท้ายน้ำ และรักษาเสถียรภาพของตลิ่ง พร้อมบริหารจัดการน้ำด้านท้ายเขื่อน ด้วยการควบคุมปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนพระรามหก ไม่ให้เกิน 700 ลบ.ม./วิ รวมทั้งผันน้ำเข้าสู่ คลองระพีพัฒน์ ผ่านประตูระบายน้ำพระนารายณ์ ในอัตรา 100-150 ลบ.ม./วิ และจะพิจารณาปรับการระบายน้ำตามสถานการณ์ โดยคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชน และความมั่นคงของอาคารชลประทาน เป็นหลัก

ดร.ทวีศักดิ์ กล่าวว่า ได้กำชับไปยังโครงการชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เตรียมความพร้อมด้านเครื่องจักรเครื่องมือ อาทิ เครื่องสูบน้ำ รถแบ๊คโฮ เพื่อเสริมศักยภาพในการระบายน้ำออกจากพื้นที่ พร้อมตรวจสอบอาคารชลประทาน ให้พร้อมใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพ ดำเนินการเสริมคันกั้นน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาบริเวณริมแม่น้ำที่มีระดับต่ำหรือเสี่ยงที่จะมีน้ำล้นตลิ่ง เพื่อบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด หากต้องการความช่วยเหลือติดต่อได้ที่โครงการชลประทานใกล้บ้านหรือโทร.สายด่วนกรมชลประทาน 1460 ได้ตลอดเวลา