ศบค.ขยายล็อกดาวน์อีก14วัน หากไม่ดีขึ้นอาจยาวถึงสิ้นเดือนส.ค.

วันที่ 01 ส.ค. 2564 เวลา 18:44 น.
ศบค.ขยายล็อกดาวน์อีก14วัน หากไม่ดีขึ้นอาจยาวถึงสิ้นเดือนส.ค.
ผู้ช่วยโฆษกศบค.แถลงผลการประชุมศบค.ชุดใหญ่ ขยายล็อกดาวน์ 14 วันตั้งแต่วันที่ 3 ส.ค.เป็นต้นไป หากสถานการณ์ไม่ดีขึ้นอาจพิจารณาขยายถึงสิ้นเดือนส.ค. พร้อมเพิ่มพื้นที่สีแดงเข้มเป็น 29 จังหวัด

เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 64 พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด19 แถลงผลการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน โดยมีเนื้อหาสรุปดังนี้

-ศบค.มีมติขยายมาตรการล็อกดาวน์ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดอีก 14 วันโดยบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 ส.ค.64 เวลา 00.01 เป็นต้นไป หากสถานการณ์ไม่ดีขึ้นอาจขยายการบังคับใช้ไปถึงวันที่ 31 ส.ค. 64

-ผู้ช่วยโฆษกศบค.กล่าวว่า "มาตรการจะเริ่มมีผลบังคับใช้หลังเที่ยงคืนวันที่ 2 ส.ค.64 ออกไปอีก 14 วันจะมีการประเมินผลในวันที่ 18 ส.ค.64 หากสถานการณ์ดีขึ้นก็จะผ่อนคลายมาตรการ แต่หากยังไม่ดีขึ้นอาจขยายเวลาต่อไปจนถึง 31 ส.ค.64 โดยมาตรการนี้ได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนแล้ว"

-ที่ประชุมมีมติปรับเพิ่มพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (พื้นที่สีแดงเข้ม) จากเดิม 13 จังหวัด เป็น 29 จังหวัด ดังนี้ กรุงเทพมหานคร จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดชลบุรี จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดตาก จังหวัดนครปฐม จังหวัดนครนายก จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดนราธิวาส จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดปัตตานี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดยะลา จังหวัดระยอง จังหวัดราชบุรี จังหวัดลพบุรี จังหวัดสงขลา จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดสระบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี และจังหวัดอ่างทอง

มาตรการบังคับใช้ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 29 จังหวัดมีดังนี้

-ห้ามออกนอกเคหสถาน 21.00-04.00น.

-งดเว้นการเดินทางออกนอกเคหสถานโดยไม่จำเป็น

-ห้ามจัดกิจกรรมรวมคนมากกว่า 5 คน

-ร้านอาหารห้ามบริโภคภายในร้าน เปิดได้ไม่เกิน 20.00 น. และขายแบบนำไปบริโภคที่อื่นเท่านั้น

-ศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า เปิดบริการได้ถึง 20.00 น. โดยให้เปิดได้เฉพาะ ร้านอาหาร/เครื่องดื่มขายผ่านเดลิเวอรี่เท่านั้น, ร้านยา/เวชภัณฑ์, ซูเปอร์มาร์เก็ต

-ปิดร้านเสริมสวยน ร้านนวด สถานเสริมความงาม

-ปิดสถานที่เล่นกีฬาหรือแข่งกีฬา

-สถานศึกษาทุกระดับ สถาบันกวดวิชา ห้ามใช้อาหารสถานที่เพื่อจัดการเรียนการสอน กิจกรรมที่มีการรวมคนจำนวนมาก

-ที่ประชุม ศบค. เห็นชอบยกระดับมาตรการป้องกันควบคุมโรคในสถานประกอบกิจการ ทั้งในโรงงาน แคมป์แรงงาน บริษัท ในรูปแบบมาตรการป้องกันควบคุมโรคเฉพาะพื้นที่ หรือ Bubble and Seal ในพื้นที่ 16 จังหวัด สีแดงเข้ม

ผู้ช่วยโฆษกศบค.กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขจะเร่งกระจายการให้บริการฉีดวัคซีนกับกลุ่มเป้าหมาย คือ บุคลากรทางการแพทย์ทุกประเภท ผู้สูงอายุ กลุ่มเสี่ยง 7 โรค และหญิงตั้งครรภ์ ในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และมีการแพร่ระบาดสูง ให้ได้ 50% ของจำนวนทั้งหมด โดยพบว่าจำนวนผู้เสียชีวิตมีสัดส่วนของผู้สูงอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไปมากถึง 87% และยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนถึง 74%