ซูเปอร์โพลเผยประชาชนปลื้มปิติมีในหลวงทรงห่วงใยยามวิกฤตโควิด

วันที่ 24 ก.ค. 2564 เวลา 13:30 น.
ซูเปอร์โพลเผยประชาชนปลื้มปิติมีในหลวงทรงห่วงใยยามวิกฤตโควิด
ซูเปอร์โพล เผย ผลสำรวจภาคสนาม ความสุขของราษฎร แม้วิกฤตโควิดทำจิตตก ปลื้มปิติมีในหลวงทรงห่วงใยประชาชนคอยดูแลช่วยเหลือ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) สถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ ร่วมกับ นางจุฬารัตน์ นิรัติศยกุล นักวิชาการอิสระด้านการเกษตรและการพัฒนาที่ยั่งยืน ร่วมกันเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ความสุขของราษฎร แม้วิกฤต จิตตก กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศโดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,894 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 5 – 23 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา

เมื่อพิจารณาความสุขของราษฎรแม้วิกฤตจิตตก พบว่า ราษฎรทั่วไปส่วนใหญ่หรือร้อยละ 92.1 และราษฎรเครือข่าย โคก หนอง นา รวมพลังร่มเย็นเป็นสุขร้อยละ 97.8 ระบุเกิดเป็นคนไทย บนแผ่นดินไทย มีสถาบันหลักของชาติดูแลช่วยเหลือประชาชน นอกจากนี้ ราษฎรทั่วไปส่วนใหญ่หรือร้อยละ 92.0 และราษฎรเครือข่าย โคก หนอง นา รวมพลังร่มเย็นเป็นสุขส่วนใหญ่ร้อยละ 97.7 ระบุ ในหลวงทรงรักประชาชน ราษฎรทุกกลุ่มทุกหมู่เหล่า และราษฎรทั่วไปส่วนใหญ่หรือร้อยละ 86.3 และราษฎรเครือข่าย โคก หนอง นา รวมพลังร่มเย็นเป็นสุข ส่วนใหญ่ร้อยละ 97.1 ระบุ สถาบันหลักของชาติดูแลจัดหาวัคซีนช่วยชีวิตประชาชน

นอกจากนี้ ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ความเห็นของราษฎรทั่วไปกับราษฎรเครือข่าย โคก หนอง นา ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 96.6 ระบุ สมุนไพรไทยดี ๆ ทำให้เกิดความภูมิใจต่อสิ่งดี ๆ ในประเทศไทย ในขณะที่ ร้อยละ 94.7 เห็นด้วยกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สนับสนุนการใช้สมุนไพรไทย เช่น ฟ้าทะลายโจร บรรเทาอาการติดเชื้อโควิด-19 และ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 91.5 ระบุ เครือข่าย โคก หนอง นา ทำให้เกิดพลัง ไทยช่วยไทย สมุนไพร ช่วยชาติ

ที่น่าพิจารณาคือ การรับรู้ต่อการสร้างเสริมเด็กเยาวชนคนรุ่นใหม่ พบว่า กลุ่มราษฎรทั่วไปร้อยละ 30.1 เทียบกับ ราษฎรเครือข่าย โคก หนอง นา รวมพลังร่มเย็นเป็นสุข ร้อยละ 61.2 ระบุ รับรู้ต่อการสร้างเสริมเด็กเยาวชน คนรุ่นใหม่ค่อนข้างมากถึงมากที่สุด ในขณะที่ ราษฎรทั่วไปร้อยละ 31.6 เทียบกับราษฎรเครือข่าย โคก หนอง นา รวมพลังร่มเย็นเป็นสุข ร้อยละ 60.2 รับรู้ต่อการช่วยเหลือคนตกงาน สร้างตัวอย่างอาชีพ ศูนย์ฝึกอาชีพ ให้ทุนประเดิมอาชีพพอเพียงค่อนข้างมากถึงมากที่สุด

ที่น่าสนใจคือ ชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎร ก่อนการน้อมนำรูปแบบ โคก หนอง นา ตามศาสตร์พระราชามาใช้ พบว่าส่วนใหญ่หรือร้อยละ 95.0 ทำเกษตรเอาไว้ขาย เอาเงินมาซื้อของกิน ร้อยละ 90.1 ขายผลผลิตเกษตรไม่ได้ราคา ร้อยละ 88.3 มีหนี้สิน และ ร้อยละ 85.9 ไม่มีความสุขอย่างไรก็ตาม ชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎร หลังเข้าเครือข่าย โคก หนอง นา แล้วพบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 98.0 ปลดหนี้ได้ ร้อยละ 97.7 มีเงินเก็บออม และร้อยละ 93.1 มีสุขภาพดีไม่ค่อยเจ็บป่วย และส่วนใหญ่หรือร้อยละ 94.6 มีความสุข ในขณะที่ร้อยละ 5.4 ยังไม่มีความสุข ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ผลการศึกษาชิ้นนี้ชี้ให้เห็นว่า กลุ่มราษฎรส่วนใหญ่ไม่ว่ากลุ่มใดก็ตามยังคงมีความตระหนักความภูมิใจที่เกิดเป็นราษฎรคนไทยบนแผ่นดินไทยมีสถาบันหลักของชาติที่คอยช่วยเหลือประชาชนในทุกวิกฤตการณ์ของชาติและประชาชนทุกกลุ่มทุกหมู่เหล่า ขึ้นอยู่กับประชาชนราษฎรที่จะเลือกรับเอาสิ่งต่าง ๆ รอบตัวมาคิดพิจารณาอย่างมีสติอย่างรู้ตัว รู้พร้อม รู้ชัดและนำเอาแต่สิ่งที่ดีมาตัดสินใจเข้าร่วมกลุ่มที่สร้างสรรค์ในโครงการต่าง ๆ ที่ดีเพื่อตัวเองและผู้อื่น ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ไม่คุกคามผู้อื่น อย่างที่ค้นพบในผลการศึกษาครั้งนี้ว่ากลุ่มประชาชนราษฎรที่เข้าร่วมเครือข่าย โคก หนอง นา รวมพลัง สร้างความร่มเย็น เป็นสุข ที่เกิดขึ้นกับกลุ่มราษฎรผู้เข้าร่วมเครือข่ายที่สามารถปลดหนี้สินได้มีที่อยู่ที่กินอย่างพอเพียง มีเงินเก็บออม สุขภาพดี มีความร่มเย็นเป็นสุข

ในขณะที่ นางจุฬารัตน์ นิรัติศยกุล นักวิชาการอิสระด้านการเกษตรและการพัฒนาที่ยั่งยืน กล่าวว่า “โคก หนอง นา” คือ การเรียนรู้ เพื่อการปรับวิธีคิด และลงมือปรับการดำเนินชีวิต ทำตามลำดับขั้น คือ ความพอมี พอกิน พอใช้ของตนและครอบครัว โดยใช้วิธีการที่เรียบง่าย ประหยัดแต่ถูกต้องตามหลักวิชาการ ขณะนี้ ราษฎรเครือข่าย โคก หนอง นา ฯ ทำให้ตนเองมีความร่มเย็น เป็นสุข ช่วยดูแลตัวเองและครอบครัวให้อยู่รอด ปลอดภัยจากวิกฤตโควิด-19 และยังได้ นำความรู้ ด้านสมุนไพร มาขยายผล ช่วยเพื่อร่วมชาติ ในยามที่เกิดวิกฤตโควิดนี้ด้วย