ราชทัณฑ์ขยายเวลากักตัวผู้ต้องขังใหม่คุมโควิดระบาด

วันที่ 15 พ.ค. 2564 เวลา 15:57 น.
ราชทัณฑ์ขยายเวลากักตัวผู้ต้องขังใหม่คุมโควิดระบาด
กรมราชทัณฑ์เผยผลตรวจเชิงรุกใน3เรือนจำพบผู้ติดเชื้อโควิด1,219 คน ป่วยหนัก6ราย เพิ่มระยะเวลากักตัวผู้ต้องขังใหม่จาก14เป็น21วัน

เมื่อวันที่ 15พ.ค.64 กรมราชทัณฑ์ เปิดเผยข้อมูลยอดผู้ติดเชื้อจากการตรวจกันหาผู้ติดเชื้อแบบเชิงรุกแบบ 100% ในเรือนจำและทัณฑสถานในกลุ่มลาดยาวที่เป็นพื้นที่เสี่ยงสูง พบยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก จำนวน 1,219 คน ใน 3 เรือนจำ ประกอบด้วย เรือนจำกลางคลองเปรม จำนวน510 คน เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร 88 คน และเรือนจำพิเศษธนบุรี 621 คน จำนวนนี้ เป็นผู้ต้องขังกลุ่มสีแดงที่มีการส่งตัวรักษาโรงพยาบาลภายนอกจำนวน 6 ราย ที่เหลือเกือบทั้งหมดเป็นผู้ติดเชื้อกลุ่มสีเขียวที่ไม่มีอาการ หรือมีอาการเพียงเล็กน้อย

กรมราชทัณฑ์ ระบุว่า ยอดผู้ติดเชื้อที่พบในเวลานี้ สืบเนื่องจากการเร่งตรวจเชิงรกในผู้ต้องขังแบบ 100% ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)ในการบับเบิ้ลแอนด์ซีลทั่วประเทศ อีกทั้งความสามารถในการตรวจหาเชื้อที่ดำเนินการได้ในปริมาณมากขึ้น จากการสนับสนุนของสำนักงานสาธารณสุขในพื้นที่ โรงพยาบาลแม่ข่าย รวมถึงหน่วยงานต่างๆ ที่ได้ร่วมตรวจหาเชื้อ ด้วยวิธีRT-PC R ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อแยกกลุ่มเป้าหมายที่ติดเชื้อและกลุ่มที่ยังไม่ติดเชื้อแยกจากกัน จนสามารถตรวจแล้วเสร็จ 100% ในระยะเวลารวดเร็ว ก่อนที่จะรายงานข้อมูลทั้งหมดไปยังศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค.

กรมราชทัณฑ์ จะดำเนินการเฝ้าระวังอย่างเข้มข้นใน 2 กรณี คือ การติดเชื้อจากเจ้าหน้าที่ในเรือนจำ ซึ่งต้องตรวจหาเชื้อทุก 14 วัน พร้อมทั้งเฝ้าระวังไม่เข้าไปในพื้นที่เสี่ยง รวมถึงครอบครัวด้วย ส่วนการติดเชื้อจากผู้ต้องขังเข้าใหม่ ผู้ต้องขังไปโรงพยาบาล และผู้ต้องขังออกศาล ได้เพิ่มระยะเวลาในการกักตัวจากเดิม 14 วันเป็น 21 วัน โดยต้องตรวจหาเชื้อ 2 ครั้ง ก่อนเข้าห้องแยกกักโรค และก่อนครบระยะกักตัวนอกจากนี้ ยังได้หาแนวทางต่าง ๆ เพื่อลดจำนวนผู้ต้องขังเข้าใหม่ ลอดจนเน้นการไต่สวนผ่านระบบ Conferenceเพื่อหลีกเลี่ยงการส่งผู้ต้องขังไปศาล รวมทั้งเร่งจัดหาวัคซีนป้องกันเชื้อแก่เจ้าหน้าที่และผู้ต้องขัง โดยขณะนี้เริ่มฉีดวัคนแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในเรือนจำส่วนใหญ่แล้ว สำหรับผู้ต้องขังจะเริ่มต้นในกลุ่มผู้สูงอายุหรือมีโรคประจำตัวจนครอบคลุมผู้ต้องขังทุกราย