นครบาลแนะเลี่ยงจราจรรอบพื้นที่รัฐสภามีผู้มาชุมนุม5โมงเย็นวันนี้
ตำรวจนครบาล แนะเลี่ยงเส้นทางรอบรัฐสภา (เกียกกาย) กรณีมีผู้มาชุมนุม อาจส่งผลกระทบการจราจร
พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผบช.น.และพล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.จร.ประชาสัมพันธ์ข่าวสารให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนแนะเลี่ยงเส้นทางรอบพื้นที่รัฐสภา(เกียกกาย) ตั้งแต่เวลา 14.00น.เป็นต้นไป เนื่องจากมีการรวมตัวของกลุ่มผู้ชุมนุมในเวลา 17.00น.จนเสร็จสิ้นการชุมนุม โดยมีรายละเอียดดังนี้
พล.ต.ต.จิรสันต์ กล่าวว่า เบื้องต้นขณะนี้ยังไม่ปิดการจราจรแต่อย่างใดบริเวณหน้ารัฐสภา เนื่องจากจะต้องดูสถานการณ์อีกครั้งว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะมีการเคลื่อนไหวอย่างไร โดยขณะนี้ได้เตรียมแผนไว้รองรับไว้แล้ว โดยแผนการจัดการจราจรรอบพื้นที่รัฐสภา บริเวณแยกเกียกาย หากมีกลุ่มผู้ชุมนุมลงมาบริเวณพื้นผิวการจราจร ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการปิดการจราจรบริเวณถนนสามเสนหน้าอาคารสภาเกียกกายทุกช่องทาง ขอประชาชนควรหลีกเลี่ยงเส้นทางถ.สามเสน ถ.ประชาราษฎร์สาย1 ถ.ทหาร พร้อม แนะนำประชาชนใช้เส้นทางถนนบางกระบือไปยังแยกบางโพ
ส่วนในวันพรุ่งนี้ที่มีการนัดชุมนุมขณะนี้ยังไม่ทราบเวลาและสถานที่ที่แน่นอน คาดว่าน่าจะเป็นช่วงบ่ายของวันที่ 20 ก.พ.นี้ บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และสนามหลวง เบื้องต้นจึงขอให้ประชาชนเลี่ยงราชดำเนินกลาง ตั้งแต่แยกคอกวัว-แยกผ่านฟ้า และถนนดินสอ ตั้งแต่แยกสะพานวันชาติ-แยกมหรรณพ ส่วนผู้ที่จะใช้เส้นทางสัญจรระหว่างพระนครและฝั่งธนบุรีสามารถใช้สะพานพระราม8 สะพานซังฮี้ และ สะพานพุทธหรือสะพานพระปกเกล้าได้ต่อไป
ด้านพล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. ฐานะโฆษก บช.น. เปิดเผยว่า ทางบช.น.ยืนยันว่าจะดำเนินการกับผู้กระทำความผิดทุกราย ส่วนการชุมนุมมีกลุ่มผู้ชุมนุมกี่กลุ่มนั้น มีการแจ้งทางโซเซี่ยลมีเดียต่างๆ มีเพียงกลุ่มเดียวคือกลุ่มม็อบเฟสท์ที่มีการชักชวนกลุ่มผู้ชุมนุมหลายที่มารวมกัน กรณีดังกล่าวยืนยันว่าผู้โพสต์ข้อความในการชักชวนให้มีการร่วมชุมนุมถือว่าเป็นหนึ่งในกระบวนการผู้ร่วมกระทำความผิดด้วย ทางบช.น. พร้อมด้วย บก.ปอท. จะต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย
"รวมกรณีการชุมนุมที่ผ่านมา อาทิ สถานทูตเมียนมา การชุมบริเวณสามย่านมิดทาวน์ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กลุ่มผู้ชุมนุมได้ทีการละเมิดกฎหมายต่างๆ โดยเฉพาะการปิดพื้นผิวจราจรและก่อความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนในภาพรวม กลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนได้ใช้พลุดอกไม้เพลิง ดอกไม้ไฟ ระเบิด วัตถุเหล่านี้สามารถทำอันตรายให้กับพี่น้องประชาชนได้ ขณะเดียวกันวัตถุที่ก่อให้เกิดประกายไฟทำให้เกิดเพลิงไหม้ อาคารสถานที่ราชการ หรือสถานที่อื่นๆ ก่อให้เกิดความเสียหายในภาพรวมของประเทศ ทางบช.น.จึงได้ใช้มาตรการตั้งจุดตรวจค้น ตั้งแบริเออร์ จุดตรวจจุดสกัดไว้ป้องกันเหตุร้ายที่จะเกิดขึ้นดังกล่าว" โฆษกบช.น. กล่าว
เมื่อถามว่าหากเกิดเหตุมีการปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับกลุ่มผู้ชุมนุมเมื่อวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมาจะทำอย่างไร พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการตั้งจุดตรวจค้นรอบพื้นที่ใกล้กับที่ตั้งรัฐสภา ไม่ว่าจะเป็นบริเวณแยกเกียกกาย ถ.ทหาร ถ.พระราม 5 ถ.สามเสน บางส่วน จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการตรวจค้นบุคคลนำพาอาวุธมาที่ชุมนุม หากพลการกระทำความผิดเกิดขึ้นก็จะแจ้งข้อกล่าวหาและนำตัวส่งพนักงานสอบสวนพื้นที่ดำเนินคดีตามกฎหมายทุกราย
ส่วนเรื่องการจัดกำลัง ทางบช.น.ได้มีการจัดกำลังเพียงพอเพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ดังกล่าวโดยดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมอยู่ในพื้นที่เหมาะสมไม่กระทบกับบุคคลอื่นที่ไม่ได้เกี่ยวข้อง ป้องกันเหตุร้าย ป้องกันมือที่สามก่อเหตุร้ายและดูแลประชาชนและบ้านเรือที่อยู่ใกล้บริเวณดังกล่าว ทั้งนี้ กรณีม็อบเฟสท์หน้ารัฐสภาเวลา 17.00 น.การชุมนุมดังกล่าวเป็นการกระทำผิดกฎหมาย เนื่องจากเป็นพื้นที่กรุงเทพมหานครได้มีการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และพ.ร.บ.ควบคุมโรค


