เครือข่ายต้านน้ำเมาปลุกเยาวชนรู้เท่าทัน นายทุนใช้สื่อออนไลน์ดึงเข้าวงจรเหล้า
ปลุกพลังเยาวชนรู้เท่าทันปัญหาน้ำเมา ภาคธุรกิจเหล้าเบียร์เลี่ยงกฎหมาย ทำการตลาด ฟันกำไรมหาศาล สร้างปัญหากระทบสังคม-เศรษฐกิจ
เมื่อวันที่ 18ก.พ.64 ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) จัดเวทีเสวนา“เยาวชนกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสังคมไทย” โดยหยิบยกประเด็นผลกระทบและบทบาทสำคัญของเยาวชน สู่การผลักดันให้เกิด พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551
นายธีรภัทร์ คหะวงศ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน (ขสย.) กล่าวว่า กว่า13ปีที่กฎหมายฉบับนี้ถูกบังคับใช้ ถือเป็นเครื่องมือจัดการปัญหา ลดจำนวนนักดื่มหน้าใหม่ แต่ยังมีสิ่งที่น่าเป็นห่วง เช่น ค่านิยมเรื่องเสรีภาพทางด้านการดื่มของคนรุ่นใหม่ที่อาจนำมาซึ่งผลกระทบที่คาดไม่ถึง เนื่องจากข้อมูลวิชาการหลักฐานเชิงประจักษ์ พบว่าไม่มีปริมาณที่ปลอดภัยในการดื่มแอลกอฮอล์
ประเด็นต่อมาคือปัญหาที่กลุ่มธุรกิจเหล้ายังคงมองเด็กและเยาวชนเป็นเป้าหมายทางการตลาดจึงพยายามทำทุกทางให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงได้ง่ายไม่เว้นแต่ความพยายามหลีกเลี่ยงกฎหมายเช่น ใช้ตราเสมือนโฆษณา และพยายามขอแก้ไข พ.ร.บ.ฉบับนี้ของบางกลุ่ม กลับจะทำให้กฎหมายที่ประชาชนร่วมเสนอกว่า13 ล้านคนให้อ่อนแอลง เช่น ยกเลิกการควบคุมการโฆษณาซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการควบคุมสินค้าประเภทนี้ การเปิดช่องให้มีการแจกให้ชิม การให้มีตัวแทนธุรกิจน้ำเมาเข้ามามีบทบาทในคณะกรรมการฯ เป็นต้น
นายสุรนารถ แป้นประเสริฐ อดีตแกนนำเยาวชนชุมชน กทม. กล่าวว่า ในฐานะที่เคยเข้าร่วมผลักดันกฎหมายฉบับนี้ เนื่องจากในอดีตช่วงที่หลงทางติดยาเสพติด และได้ตามพ่อไปทำกิจกรรมผลักดันกฎหมายฉบับนี้ แรกๆก็ไม่เข้าใจ แต่เมื่อได้พูดคุยกับคนติดเหล้า คนพิการเหยื่อเมาแล้วขับ ครอบครัวที่แตกแยก คนที่ถูกคนเมาข่มขืนทำร้าย จนทำให้ซึมซับ และเปลี่ยนตัวเองมาเป็นแกนนำเยาวชนและสร้างเครือข่ายชุมชนจนถึงปัจจุบัน โดยใช้กฎหมายนี้ขับเคลื่อนการทำงาน เพื่อให้เด็กและเยาวชนห่างไกลจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาเสพติด แต่ด้วยการรุกทำการตลาดออนไลน์ของผู้ประกอบการทำให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงสิ่งนี้ได้ง่าย สะดวกรวดเร็ว มิหนำซ้ำยังใช้ช่องโหว่ของกฎหมายทำธุรกิจด้วยการโฆษณาโลโก้เสมือนจริงแฝงบนน้ำดื่มและโซดา ทำให้เด็กเกิดภาพจำ นำไปสู่การเข้าถึงปัจจัยเสี่ยงได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเดินหน้าสร้างเครือข่ายเยาวชนคนรุ่นใหม่ ดึงเด็กและเยาวชนในชุมชนออกจากปัจจัยเสี่ยง ให้หันมาทำงานด้านบวก ขับเคลื่อนการทำงานบนฐานย่อยในชุมชนด้วยการสร้างพื้นที่สร้างสรรค์ให้ทุกคนอยู่อย่างมีความสุข
“ธุรกิจน้ำเมามีกำไรมหาศาล แต่นายทุนกลับขาดความรับผิดชอบ ใช้สื่อออนไลน์ดึงเยาวชนให้เข้าถึงวงจรเหล้าโดยไม่รู้ตัว นำไปสู่ปัจจัยเสี่ยงด้านยาเสพติด สร้างปัญหาตามมาระยะยาว หากผู้ประกอบการยังไม่รับผิดชอบต่อสังคม และใช้วิธีการเลี่ยงข้อกฎหมาย ที่ตีความไม่ชัดเจนเพื่อขายเหล้าให้เยาวชน ทางแกนนำและเยาวชนจะเดินหน้าสื่อสารให้สังคมรับรู้ว่ามีผู้กระทำเรื่องเช่นนี้อยู่และจะสู้ให้ถึงที่สุด อีกอย่างที่ต้องการสื่อสารคือกฎหมายฉบับนี้มีการเตรียมการศึกษายกร่างไว้ก่อนที่จะมีการรัฐประหาร ซึ่งไม่ว่ารัฐบาลไหนมาเราก็จะผลักดันกันอยู่แล้ว ดังนั้นการยัดเยียดว่านี่เป็นกฎหมายเผด็จการจึงไม่เป็นธรรมกับเรา”นายสุรนารถกล่าว
นางสาวจิราภรณ์ กมลรังสรรค์ นักวิ่งเพื่อสุขภาพ อดีตแกนนำนักเรียนนักรณรงค์ กล่าวว่า ปัจจุบันเยาวชนยังเป็นเหยื่อเป็นเป้าหมายการตลาดของธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เขาตั้งใจทำให้เยาวชนติดเหล้าให้ได้เร็วๆจะได้เป็นลูกค้าในระยะยาว ดังนั้นเยาวชนต้องรู้เท่าทัน ไม่ยอมตกเป็นเหยื่อทางการตลาด พวกเราเยาวชน มีคุณค่ามากกว่าจะตกเป็นเครื่องมือในการหาผลประโยชน์ทางธุรกิจ และเราสามารถเลือกได้ว่าจะรับหรือเลือกปฏิเสธสิ่งที่จะมาทำลายชีวิตเรา ครอบครัวเรา สังคมเรา
ทั้งนี้ สำหรับตนที่เคยทำงานขับเคลื่อนรณรงค์ป้องกันเยาวชนจากภัยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นช่วงที่ภาคภูมิใจในชีวิต สิ่งที่เห็นในวันนี้มันคือเครื่องพิสูจน์ชัดเจนและหนักแน่นว่าที่ร่วมลงแรงผลักดันให้เกิดกฎหมายในวันนั้น วันนี้สามารถช่วยลดคนเจ็บคนตาย ลดคนทุกข์ยากที่เป็นเหยื่อลงไปได้บ้าง


