คลังเปิดศึกธปท.เห็นชอบสางหนี้กองทุนฯ

วันที่ 13 ธ.ค. 2553 เวลา 09:13 น.
กรณ์ เปิดศึกแบงก์ชาติไฟเขียว สบน.สะสางหนี้กองทุนฟื้นฟู 1.1 ล้านล้าน นำเงินปีละ 6.7 หมื่นล้าน มาลงทุนพัฒนาประเทศ
         
นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ผู้อำนวยการ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่านายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ได้ลงนามอนุมัติเห็นชอบแผนการแก้ไขปัญหาหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน(กองทุนฟื้นฟูฯ) วงเงิน 1.14 ล้านล้านบาท ตามที่ สบน.ได้เสนอ เพื่อบรรจุเป็นส่วนหนึ่งของแผนการจัดทำงบประมาณสมดุลภายใน 5 ปีของกระทรวงการคลัง
         
นายจักรกฤศฏิ์ชี้แจงรายละเอียดว่าแผนการแก้ไขหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก จะเป็นการแก้ไขหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ ชุด 1 หรือ FIDF1 วงเงิน4.6 แสนล้านบาทนั้น กระทรวงการคลังจะออกพันธบัตรอัตราดอกเบี้ย 0% (ซีโร่คูปอง) เพื่อขายให้กับธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) และนำเงินที่ได้รับไปชำระอัตราดอกเบี้ยที่เป็นภาระต่องบประมาณอยู่ปีละ 7.6 หมื่นล้านบาท
         
ขณะที่ หนี้ในส่วน FIDF3 วงเงินร่วม 6.4 แสนล้านบาทกระทรวงการคลังได้เสนอให้มีการแก้ไข พ.ร.บ.เงินตรา เพื่อให้ ธปท.สามารถบริหารเงินทุนสำรองเพื่อหาผลกำไรจากการลงทุนในต่างประเทศให้มากขึ้น รวมถึงการแก้ไขการบันทึกบัญชีผลกำไรขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อให้บัญชีผลประโยชน์ของ ธปท.มีเงินมาชำระเงินต้นตามได้มากขึ้น
         
นายจักรกฤศฏิ์ กล่าวว่า การแก้ไขหนี้กองทุนฟื้นฟูตามแผนชุดนี้จะทำให้การชำระหนี้เงินต้นลดลงได้เร็วขึ้น และยังทำให้รัฐบาลสามารถลดภาระการจัดสรรงบประมาณมาชำระหนี้ได้อย่างน้อยครึ่งหนึ่งหรือทั้งจำนวน ซึ่งจะทำให้รัฐบาลมีเงินงบประมาณปีละ6.7 หมื่นล้านบาท ที่ปัจจุบันต้องเจียดไปชำระหนี้มาเป็นงบลงทุนพัฒนาประเทศ
         
"หากเร่งได้ทำตามแผน เริ่มต้นทำได้ครึ่งหนึ่งก็จะประหยัดงบประมาณได้ปีละ 2-3 หมื่นล้านบาท หากทำได้ทั้งหมดรัฐบาลก็จะประหยัดงบประมาณได้ถึง 6-7 หมื่นล้านบาท ทำให้รัฐบาลมีเงินไปสร้างรถไฟฟ้าได้ปีละ 1 เส้นทาง ได้อย่างสบายๆ" นายจักรกฤศฏิ์ กล่าว
         
สำหรับแผนปฏิบัติการคือ ให้นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลังแต่งตั้งคณะกรรมการร่วมขึ้นมา 1 ชุดระหว่างคลัง กับ ธปท.เพื่อวางแผนการแก้ไขหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ โดยจะเร่งแก้ไขให้ได้ภายในปี 2554
         
นายจักรกฤศฏิ์ กล่าวว่า นายกรณ์ยังอนุมัติ สบน.ให้แก้กฎหมายเงินคงคลัง ให้สามารถนำเงินคงคลังที่มีอยู่ 3.3 แสนล้านบาท ไปฝากในบัญชีสถาบันการเงินที่จ่ายดอกเบี้ยได้ จากปัจจุบันที่ต้องฝากไว้ในบัญชีของ ธปท. โดยไม่ได้รับผลตอบแทนทำให้รัฐบาลเสียประโยชน์ที่ควรจะได้รับ
         
ก่อนหน้านี้ นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. ออกมาเปิดเผยว่า ไม่เห็นด้วยกับกรณีที่กระทรวงการคลังจะออกพันธบัตรรัฐบาลแบบไม่มีอัตราดอกเบี้ยขายให้กับ ธปท. เนื่องจากเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยเหมาะสม อาจเป็นการสร้างธรรมเนียมที่ไม่ดี ซึ่งธนาคารกลางทั่วไปจะต้องระมัดระวัง และการออกซีโร่คูปองไม่ใช่การกู้ธรรมดาแต่เป็นการปล่อยกู้แบบปลอดดอกเบี้ย ซึ่งจะเป็นภาระของธปท.
         
ทั้งนี้ นับเป็นเวลา 13 ปีแล้วที่รัฐบาลตั้งงบประมาณมาจ่ายดอกเบี้ยเฉลี่ยปีละ 6-7 หมื่นล้านบาทของหนี้กองทุนฟื้นฟู 1.4 ล้านล้านบาท จนปัจจุบันหนี้ลดลงเหลือ 1.14 ล้านล้านบาท แต่ได้จ่ายดอกเบี้ยไปแล้วทั้งสิ้น 7 แสนล้านบาท