ผบช.น.แจงยิบตำรวจไม่ได้ใช้กระสุนยางฉีดน้ำและแก๊สน้ำตาสลายม็อบ

วันที่ 14 ก.พ. 2564 เวลา 13:50 น.
ผบช.น.แจงยิบตำรวจไม่ได้ใช้กระสุนยางฉีดน้ำและแก๊สน้ำตาสลายม็อบ
ตำรวจนครบาลตั้งโต๊ะแจงยิบไม่ได้ใช้กระสุนยางฉีดน้ำและแก๊สน้ำตาสลายม็อบหน้าศาลฎีกา ยันตำรวจไม่ได้ทำร้ายบุคคลที่อ้างว่าเป็นแพทย์อาสา ย้ำตรวจสอบแล้วไม่มีอาชีพพยาบาลหรือแพทย์ แต่มีหลักฐานยืนยันเป็นบุคคลในม็อบ

เมื่อวันที่  14 ก.พ.ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. ชพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. แถลงสรุปสถานการณ์ชุมนุมที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และหน้าศาลฎีกา สนามหลวง เมื่อวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา โดย พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าวว่า ตำรวจได้มีการประกาศแจ้งเตือน แต่กลุ่มผู้ชุมนุม กลับเคลื่อนขบวนไปศาลหลักเมือง ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญ จึงต้องตั้งแนวกำหนดอาณาเขต เมื่อผู้ชุมนุมมาถึงได้มีการขว้างปาสิ่งของ ก้อนหิน ขวดน้ำ และวัตถุระเบิดแรงดันต่ำ ซึ่งเป็นระเบิดปิงปอง เป็นเหตุให้มีตำรวจบาดเจ็บ 23 นาย ส่วนใหญ่มีอาการหูอื้อ

ทั้งนี้ เมื่อประกาศให้ยุติการชุมนุม แต่ก็ยังพบมีผู้ชุมนุมบางส่วนได้ก่อเหตุความวุ่นวาย จึงจำเป็นต้องใช้มาตรการผลักดันผู้ชุมนุมออกนอกพื้นที่ ยืนยันไม่ได้ใช้น้ำฉีด แก๊สน้ำตา และกระสุนยาง เบื้องต้น หลังเกิดเหตุตำรวจควบคุมผู้ชุมนุมได้ 11 ราย โดย 3 รายเป็นกลุ่มที่ไม่ได้อยู้ในการชุมนุม แต่เมาสุรา จึงเปรียบเทียบปรับ และปล่อยตัวไป ส่วนอีก 8 ราย เป็นกลุ่มผู้ชุมนุม มีความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ. โรคติดต่อฯ และข้อหามั่วสุมกันตั่งแต่ 10 คนขึ้นไป ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง และขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน ขณะนี้ถูกคุมตัว อยู่ที่ ตชด.ภาค 1 

สำหรับ กรณีมีคลิปตำรวจทำร้ายบุคคลที่อ้างว่าเป็นแพทย์อาสา นั้น จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าผู้ที่ปรากฎในคลิปไม่ได้มีอาชีพพยาบาล หรือแพทย์ตามที่กล่าวอ้าง และตำรวจมีพยานหลักฐานยืนยันว่าเป็นบุคคลที่อยู่ในกลุ่มที่ก่อความวุ่นวาย ส่วนการนัดชุมนุมในวันที่ 20 ก.พ.นี้ ขอความร่วมมือ งดการชุมนุมเนื่องจากเป็นช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 รวมถึงยังเข้าข่ายความผิดพ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่หากมีการชุมนุมก็ขอให้ให้ความร่วมมือในการผ่านจุดคัดกรอง และปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรงเช่นนี้อีก

พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าวถึง กรณีเหตุความวุ่นวายในพื้นที่ สน.นางเลิ้ง บริเวณสะพานผ่านฟ้าเมื่อเวลา 21.00 น. ของคืนวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า ตำรวจ สน.นางเลิ้งได้รับแจ้ง มีการยิงกันเมื่อไปถึงได้รับแจ้งว่าผู้ก่อเหตุยิงอยู่ในร้านสะดวกซื้อ ตำรวจจึงพยายามควบคุมตัว แต่ถูกการ์ดและผู้ชุมนุมขัดขวาง พร้อมพยายามชิงตัวผู้ต้องสงสัย จนมาถึงที่ สน.นางเลิ้ง เป็นเหตุให้ตำรวจชุดสืบสวนต้องใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้า เพื่อระงับเหตุจากการตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องสงสัยรายนี้ ไม่ใช่ผู้ก่อเหตุยิง โดยมีพยานหลักฐานเป็นพยานบุคคล และกล้องวงจรปิด ยืนยันบุคคลดังกล่าวมารับประทานที่ร้านสะดวกซื้อเท่านั้น ส่วนผู้ก่อเหตุตัวจริงยังอยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบ และติดตามตัว อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจเขม่าดินปืนและอยู่ระหว่างรอผลตรวจพิสูจน์

สำหรับ ความคืบหน้า ในคดีการชุมนุมที่สามย่านมิตรทาวน์ เมื่อวันที่ 16 ม.ค. ตำรวจได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหาซึ่งเป็นผู้ชุมนุมที่ขึ้นเวทีปราศรัยจำนวน 3 คน ให้มารับทราบข้อหาในวันที่ 18 ก.พ.ในเวลา 10.00น. ที่ สน.ปทุมวัน เช่นเดียวกับเหตุการณ์ชุมนุมหน้าสถานเอกอัครราชทูตเมียนมาประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 1 ก.พ.พนักงาานสอบสวนสน.ยานนาวา ได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีก 12 คน ให้มารับทราบข้อหา ในวันที่ 19 ก.พ.เวลา 10.00น. โดยในจำนวนนี้มีแกนนำ 3 คน คือ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน, นายปิยรัฐ จงเทพ หรือ โตโต้ และ นางสาวปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง