จ่อดำเนินคดี"โรงแรม-ร้านค้า"กว่า800แห่งเอี่ยวโกงเที่ยวด้วยกัน

วันที่ 31 ม.ค. 2564 เวลา 18:43 น.
จ่อดำเนินคดี"โรงแรม-ร้านค้า"กว่า800แห่งเอี่ยวโกงเที่ยวด้วยกัน
รองผบ.ตร.ตำรวจประชุมวางกรอบทำงานให้ไปในแนวทางเดียวกันหยุดขบวนการหากินกับโครงการเราเที่ยวด้วยกันหลังพบมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก พร้อมเตรียมแจ้งความโรงแรม-ร้านค้ากว่า 800 แห่งเอี่ยว

เมื่อวันที่ 31 ม.ค. พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รองผบก.ป. เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีโครงการ”เราเที่ยวด้วยกัน” ว่า ในสัปดาห์หน้า พล.ต.อ.ดำรงค์ศักดิ์ กิตติปภัสร์ รองผบ.ตร. จะมีคำสั่งเรียกตำรวจรองผู้บังคับการ บช.ภ.1-9 รวมทั้ง บช.น.ที่คุมสอบสวนจากทั่วประเทศให้มาร่วมประชุมเกี่ยวกับการวางแนวทางการทำคดีทุจริตโครงการ”เราเที่ยวด้วยกัน” ที่โรงแรมรามาการ์เดน ถนนวิภาวดีรังสิต คาดว่าพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.จะมาป็นประธานเปิดการประชุม

ทั้งนี้ แนวทางในการประชุมครั้งนี้ กองปราบปรามจะเป็นเหมือนพี่เลี้ยงคอยวางกรอบประเด็นการสอบสวนต่างๆ เพื่อเป็นแนวทางให้กับตำรวจตามโรงพักต่างๆ นำไปใช้ในการสอบสวนผู้ต้องหาทุจริตโครงการเราเที่ยวด้วยกัน รวมทั้งการสอบสวนขยายผลด้วย ที่ต้องจัดให้มีการเรียกกองบังคับการจากทั่วประเทศมาประชุม เนื่องจากผู้ต้องหาในการทุจริตครั้งนี้ต่างมีที่อยู่ถิ่นฐานอาศัยกระจายไปทุกจังหวัดทั่วประเทศ

รองผบก.ป. กล่าวว่า ต้นสัปดาห์หน้ากระทรวงการเที่ยวและกีฬาจะส่งเจ้าหน้าที่มาแจ้งความกับกองปราบปราม ให้ดำเนินคดีโรงแรมอีก 400 กว่าโรงแรม ร้านอาหารร้านค้ากว่า 400 ร้ร้านค้า ที่ทุจริตโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ในจำนวนนี้มีทั้งตัวการใหญ่ลงมาถึงประชาชนจำนวนมากที่เข้าไปร่วมกับขบวนการโกงชาติ โดยรองผบ.ตร.มองว่า การทำงานจำเป็นจะต้องให้การสอบสวนออกมาเป็นแนวทางเดียวกัน

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา กระทรวงการท่องเที่ยวฯ สำนักงานเศรษฐกิจกระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เชิญตำรวจกองปราบปราม ไปร่วมประชุมเพื่อร่วมวางแนวทางป้องกันอุดช่องโหว่รูรั่วกับการทุจริตที่จะมาในรูปแบบต่างๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นกับโครงการช่วยเหลือประชาชนต่างๆ ของรัฐบาล ทั้งนี้การทุจริตโครงการเที่ยวด้วยกันนั้น พบว่าที่ผ่านมาตั้งแต่มีการเปิดยอดการจองโรงแรมและใช้สิทธิซื้อของในร้านค้าและร้านอาหารที่ร่วมโครงการ ทั้งหมดจะมีบริษัทตัวกลางคอยรับทำหน้าที่อีกที

อย่างไรก็ตาม เงินที่ได้จากรัฐบาลจะผ่านไปที่ธนาคารก่อนจะไปเข้าบริษัทตัวกลาง เพื่อนำไปกระจายให้ตามโรงแรมร้านค้าร้านอาหารต่างๆ ที่ผ่านมาพบว่า บริษัทตัวกลางไม่มีความสงสัยไม่มีการตรวจสอบว่ามียอดจองโรงแรมเกินจริง ทั้งที่โรงแรมมี 10 กว่าห้อง แต่ยอดจองเป็นเป็น100-1,000 ห้อง มีความเป็นไปได้หรือไม่ จองโรงแรมจังหวัดนี้แต่กลับไปทานอาหารหรือซื้อของที่จังหวัดอื่น ทั้งหมดนี้บริษัทตัวกลางไม่เคยได้ตรวจสอบเพราะไม่มีผลเสียหายจากการกระทำดังกล่าว จะมีหน้าที่คอยหักค่าเปอร์เซ็นจากการเป็นตัวกลางในการจองโรงแรมและซื้อของตามร้านค้าและทานอาหารตามร้านอาหารเท่านั้น