กทม.ชงคณะกรรมการโรคติดต่อผ่อนปรนเปิดกิจกรรมบางประเภท

วันที่ 19 ม.ค. 2564 เวลา 20:23 น.
กทม.ชงคณะกรรมการโรคติดต่อผ่อนปรนเปิดกิจกรรมบางประเภท
กทม.เตรียมเสนอคณะกรรมการโรคติดต่อพิจารณาผ่อนปรนกิจกรรมบางประเภทชั่วคราวทั้งนวดแผนไทยสถานที่ดูแลผู้สูงอายุฟิตเนสรอฟังข่าวดีนัดเคาะ21ม.ค.นี้

เมื่อวันที่ 19 ม.ค. พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) กรุงเทพมหานคร (ศบค.กทม.) เป็นประธานการประชุม ศบค.กทม. ครั้งที่ 12/2564 โดยมี คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้แทนสำนัก ผู้แทน บช.น. ผู้แทน กอ.รมน.กทม. ผู้แทนกลุ่มเขต และผู้แทนส่วนราชการในสังกัดกรุงเทพมหานครที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า)

ทั้งนี้ ที่ประชุม ศบค.กทม. ได้หารือถึงประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง ปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว ฉบับที่ 15 และฉบับที่ 16 ที่กรุงเทพมหานครกำหนดให้ปิดสถานที่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร กิจการ กิจกรรม บางประเภทเป็นการชั่วคราว อาทิ สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ สถานประกอบการนวดแผนไทย สถานที่ดูแลผู้สูงอายุ สถานที่ออกกำลังกายฟิตเนส สถานที่เล่นตู้เกม ร้านเกม ร้านอินเทอร์เนต สถานที่ที่ให้บริการห้องจัดเลี้ยง ห้องจัดเลี้ยง สนามพระเครื่อง ศูนย์พระเครื่อง สถานที่เจาะผิวหนัง หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย เป็นต้น โดยจะนำเสนอการผ่อนปรนมาตรการ ตามที่ได้หารือกันในวันนี้ต่อคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร ซึ่งจะประชุมกันในวันที่ 21 ม.ค. 64 ทั้งนี้หากคณะกรรมการโรคติดต่อฯ เห็นควรให้ผ่อนปรนหรือไม่ ประการใด หรือกำหนดให้มีมาตรการเสริมเพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดเพิ่มเติมหรือไม่อย่างไร กรุงเทพมหานครจะแจ้งให้ประชาชนทราบต่อไป

สำหรับ สถานการณ์โรคโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพในวันนี้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 13 ราย โดยเป็นผู้ป่วยจากการคัดกรองเชิงรุก  4 ราย ซึ่งกระจายอยู่ทุกเขตในพื้นที่กรุงเทพฯ ยกเว้นเขตสะพานสูงและเขตสัมพันธวงศ์ ปัจจุบันยังไม่พบผู้ป่วยหรือผู้ติดเชื้อ สำหรับการดำเนินงานค้นหาเชิงรุก (Acrtive Case Finding) ในพื้นที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 23 ธ.ค.63 ถึงวันที่ 17 ม.ค. 64 ทั้งในส่วนของตลาด สถานประกอบการ และชุมชน โดยกลุ่มเสี่ยงสูงได้ Swab แล้วทั้งสิ้น 1,109 ราย กลุ่มเสี่ยงต่ำได้ตรวจหาเชื้อจากน้ำลายจำนวน 21,113 ราย รวมค้นหาเชิงรุกแล้วทั้งสิ้น จำนวน 22,222 ราย พบผู้ติดเชื้อจากสุ่มตรวจเชิงรุกทั้งสิ้น จำนวน 51 ราย

อย่างไรก็ตาม ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ในปัจจุบันเป็นผู้สัมผัสกับผู้ป่วยที่พบก่อนหน้า มากกว่าผู้ติดเชื้อจากสถานบริการที่พบเป็นจำนวนมากในช่วงแรกของการระบาดรอบใหม่ ที่ประชุมจึงขอความร่วมมือประชาชนให้ข้อมูลที่เป็นจริงอย่าปกปิดข้อมูลกับเจ้าหน้าที่สอบสวนโรค และหากได้รับคำแนะนำการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดจากเจ้าหน้าที่เป็นประการใดขอให้ปฏิบัติตามโดยเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของบุคคลในครอบครัว บุคคลใกล้ชิด และเพื่อความปลดภัยของสังคมส่วนรวมด้วย