"ชาญเชาว์"แย้มกรรมการปราบบ่อนถกนัดแรก21ม.ค.ยัน1เดือนรายงานนายกฯ

วันที่ 19 ม.ค. 2564 เวลา 19:39 น.
"ชาญเชาว์"แย้มกรรมการปราบบ่อนถกนัดแรก21ม.ค.ยัน1เดือนรายงานนายกฯ
ประธานคณะกรรมการปราบบ่อนเตรียมประชุมนัดแรก 21 ม.ค.จ่อตั้งคณะอนุฯศึกษาปัญหาการพนันผิดกฎหมายคาด 1 เดือนรู้ผลรายงานให้นายกฯรู้ความคืบหน้าพร้อมเล็งหาวิธีตรวจเส้นทางการเงินเพื่อยึดทรัพย์

เมื่อวันที่ 19 ม.ค.นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำความผิดกรณีสถานที่เล่นการพนันเป็นเหตุให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าพบนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เพื่อรับทราบยโนบายการทำงานของคณะกรรมการฯ ว่า นายวิษณุได้เน้นย้ำอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการฯ ไม่ใช่เป็นผู้ลงไปจับกุมเอง แต่มีหน้าที่แนะนำและตรวจสอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าเดินไปในทิศทางไหน บังคับใช้กฎหมายครบถ้วนแล้วหรือไม่ โดยจะเรียกสำนวนการสอบสวนจากตำรวจมาร่วมพิจารณา อีกทั้งจะตรวจสอบด้วยว่า มีการประสานงานระหว่างกันหรือไม่ เพราะการทำงานในเรื่องของคดีทำนองนี้ ต้องเน้นการประสานการทำงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ จำนวนมาก คณะกรรมการฯ จะไปช่วยในสิ่งเหล่านี้ อีกทั้งทางคณะกรรมการฯ จะรายงานเชิงลับให้นายกฯ โดยตรงอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง

ทั้งนี้ ตนได้เรียกประชุมคณะกรรมการฯ นัดแรกในวันที่ 21 ม.ค.เวลา 10.00 น. ที่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ถนนแจ้งวัฒนะ โดย ป.ป.ท. เป็นฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการฯ ซึ่งในที่ประชุมจะมีการหารือถึงแนวทางดำเนินการติดตามเส้นทางการเงินของผู้ที่เกี่ยวข้องว่า จะดำเนินการยึดทรัพย์ได้หรือไม่อย่างไร และได้หารือวางกรอบการทำงานว่า จะประชุมสัปดาห์ละกี่วัน นอกจากนี้ คณะกรรมการฯได้รับนโยบายมาด้วยว่า ประชาชนคาดหวังในเรื่องการปราบปรามบ่อนการพนัน ส่วนตัวก็อยากให้จัดทำรายงานฉบับแรกออกมาเร็วหน่อย คิดว่าอยู่ภายใน 1 เดือนก็คาดว่าจะนำเสนอนายกฯได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า คณะกรรมการฯชุดนี้จะสามารถทำอะไรให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างที่ตั้งเป้าเอาไว้ นายชาญเชาวน์ กล่าวว่า ผลที่เกิดเป็นรูปธรรม จะไม่ออกมาจากคณะกรรมการฯ เพราะคณะกรรมการชุดตนเอง ไม่เหมือนกับคณะกรรมการชุดนายวิชา มหาคุณ ที่ตรวจสอบเกี่ยวกับการดำเนินคดี บอส หรือ นายวรยุทธ อยู่วิทยา เพราะคณะกรรมการชุดของตนมีตัวประธานคนเดียวที่ระบุเป็นชื่อบุคคล ส่วนที่เหลือใช้หน่วยงานเป็นหลัก หมายความว่าใช้ภารกิจแต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ทำอยู่แล้ว  เน้นการให้หน่วยงานเหล่านั้นต้องทำหน้าที่ในส่วนที่เขาควรทำ แล้วเราไปตรวจสอบเชิงนโยบาย หรือบางเรื่องไปผู้ให้คำแนะนำ ส่วนผลรูปธรรมที่จะออกมาหลังจากที่เราได้รายงานต่อนายกฯ ไปแล้ว จากนั้นนายกฯ จะใช้อำนาจในการบริหารราชการแผ่นดินไปดำเนินการต่างๆตามรายงานที่เราได้นำเสนอ ผลที่ออกเป็นรูปธรรมจะไปออกกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยคณะกรรมการฯได้รับการยืนยันแล้วจะได้รับการสนับสนุนจากทุกหน่วยงานอย่างเต็มที่ไม่มีปัญหา นอกจากนี้ในคณะกรรมการฯมีหน่วยงานที่เข้ามาอยู่ด้วย กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ป.ป.ท. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เป็นต้น

เมื่อถามว่า หากหน่วยงานใดไม่ให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการฯ จะดำเนินการอย่างไรได้บ้าง นายชาญเชาวน์ กล่าวว่า คณะกรรมการฯ จะเป็นผู้ตรวจสอบการประสานการทำงานและการให้ข้อมูลของหน่วยงานต่างๆ ที่อยู่คณะกรรมการชุดนี้ จากนั้นจะมีการตั้งคณะอนุกรรมการ โดยคณะกรรมการชุดนี้จะตรวจสอบการทำงานคณะอนุกรรมการด้วย เมื่อถามว่า คิดว่ากรณีที่อ้างว่ามีคนมีสีเข้ามาเกี่ยวข้องกับบ่อนการพนัน จะมีอุปสรรคในการทำงานของคณะกรรมการฯ หรือไม่ นายชาญเชาวน์ กล่าวว่า ถ้ามีคนมีสีที่เข้ามาเกี่ยวข้อง คงจะเป็นคนที่อยู่ในหน่วยงานซึ่งเป็นองค์ประกอบในคณะกรรมการฯ ดังนั้นหน่วยงานหากรู้ว่ามีใครเข้าไปเกี่ยวข้องหรือเจอตอ ก็ให้แจ้งมา ตนจะนำไปรายงานต่อนายกฯ ว่าเจอตอตรงไหนบ้าง ซึ่งการรายงานลับก็ถือเป็นข้อดีหากพบอะไร ก็สามารถรายงานายกฯ ได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องมีการจับกุมผู้เกี่ยวข้องก่อน

"นายวิษณุได้ย้ำต่อคณะกรรมการฯ ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสมาได้เลยผ่านช่องทางสายด่วนรัฐบาล 1111 และ ป.ป.ท. จะตั้งศูนย์รับแจ้งเบาะแสด้วย สิ่งเหล่านี้จะถือเป็นโอกาสที่เราจะได้ตรวจสอบข้อมูลจากฝ่ายต่างๆ และ ข้อมูลจากประชาชนด้วย นำไปรายงานให้นายกฯ ต่อไป" ประธาน คกก.ปราบบ่อนกล่าว