ตร.ภูธรภาค1ขยายผลจับกุมยาเคนมผงในจ.ปทุมธานีพบไม่โยงกลุ่ม"มิคาโดะ"

วันที่ 19 ม.ค. 2564 เวลา 16:00 น.
ตร.ภูธรภาค1ขยายผลจับกุมยาเคนมผงในจ.ปทุมธานีพบไม่โยงกลุ่ม"มิคาโดะ"
ตำรวจภูธรภาค 1 ระดมกวาดล้างยาเสพติด 5 วันจับผู้ต้องหาได้ 592 ราย พร้อมทั้งขยายผลจับยาเคนมผง 23 กรัมในพื้นที่สภ.คูคตกำลังจับตาไปถึงขบวนการ 2 กลุ่มไม่โยงกลุ่มมิคาโดะผู้ค้าในกรุงเทพฯ

เมื่อวันที่ 19 มกราคม ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (บช.ภ.1) พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุภธีร์ บุญครอง รอง ผบช.ภ.1 และตำรวจในสังกัด บช.ภ.1 ร่วมแถลงผลการปิดล้อมตรวจค้นยาเสพติดห้วงวันที่ 13-18 มกราคมที่ผ่านมา จับกุมเครือข่ายยาเสพติด 6 เครือข่าย ผู้ต้องหา 592 คน ตามหมายจับยาเสพติด 8 คน สมคบ,สนับสนุน 1 คน ยึดทรัพย์สินมูลค่า 8,644,825 บาท ของกลางยาบ้า 220,808 เม็ด ไอซ์ 2,175.34 กรัม กัญชา 977 กิโลกรัม เคตามีน 9.41 กรัม กระท่อม น้ำกระท่อม ยาอี อาวุธปืน 5 กระบอก

พล.ต.ท.อำพล กล่าวว่า บช.ภ.1 ได้เปิดปฏิบัติการระดมกวาดล้างยาเสพติด หลังพบการแพร่ระบาดของยาเคนมผงและยาเคทะเลทราย จนมีผู้เสียชีวิตจากการเสพ จึงสั่งการให้หน่วยในสังกัดบูรณาการกำลังกับสำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 1 ระดมกวาดล้างยาเสพติด โดยเน้นการสืบสวนขยายผลทุกรายเพื่อนำไปสู่การยึดอายัดทรัพย์สินเครือข่ายยาเสพติดในห้วงระหว่างวันที่ 13-18 มกราคมที่ผ่านมา จับกุมทั้งสิ้น 563 ราย 

สำหรับ ของกลางยาเสพติด แบ่งเป็นยาบ้า 220,808 เม็ด, ยาไอซ์ 2,175.34 กรัม, กัญชา 977 กิโลกรัม 1,348.90 กรัม, พืชกระท่อม 1,800 ใบ 532.70 กรัม, น้ำกระท่อม 442.35 ลิตร, เคตามีน 23.28 กรัม, ยาอี 3 เม็ด ของกลางอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนอาวุธปืนจำนวน 5 กระบอก ตรวจยึดทรัพย์มูลค่าทรัพย์สิน 8,644,825, เงินสดในบัญชี 200,175 บาท, รถยนต์ 14 คัน มูลค่า 6,784,700 บาท, รถจักรยานยนต์ 21 คัน มูลค่า 1,310,690 บาท, ทองรูปพรรณ มูลค่า 286,800 บาท และโทรศัพท์ 10 เครื่องมูลค่า 62,460 บาท

พล.ต.ท.อำพล กล่าวว่า มีการจับกุมยาเคนมผง 23 กรัม ในพื้นที่ สภ.คูคต จ.ปทุมธานี เป็นการขยายผลการจับกุมผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่สายไหม ยังคงต้องสืบสวนขยายผลไปถึงขบวนการที่อยู่เบื้องหลังต่อไป เบื้องต้นมีประมาณ 1-2 กลุ่มที่เฝ้าจับตาอยู่ แต่ยังไม่พบความเชื่อมโยงไปถึงกลุ่มมิคาโดะ ที่เป็นผู้ค้าในกรุงเทพฯ

อย่างไรก็ตาม ในส่วนประเด็นการจับกุมวัยรุ่นชาย 2 ราย แล้วตรวจพบปลอกแขนการ์ดอาชีวะกับวัตถุระเบิดนั้น เบื้องต้นทราบว่าทั้งคู่จะไปรวมกลุ่มกันในพื้นที่ สภ.บางแก้ว ก่อนขับรถเข้าพื้นที่ สภ.สำโรงเหนือ แล้วพบด่านตรวจ เจ้าหน้าที่จึงเรียกตรวจสอบเนื่องจากทั้งสองขี่จักรยานยนต์ไม่มีป้ายทะเบียน แต่ก็พบปลอกแขนการ์ดดังกล่าว กับวัตถุระเบิดแรงดันต่ำใต้เบาะ จึงจับกุมและนำไปตรวจสอบ เบื้องต้นพบว่าเป็นระเบิดชนิดที่ไม่มีสะเก็ด จากนี้กองพิสูจน์หลักฐาน กำลังตรวจพิสูจน์ว่าเป็นระเบิดชนิดเดียวกันที่เกิดระเบิดขึ้นในพื้นที่สามย่านเมื่อวันที่ 16 มกราคมที่ผ่านมาหรือไม่