ฝากขัง "เคนมผง" 3 ศาล ไม่มีใครยื่นประกัน ต้องนอนเรือนจำ

วันที่ 14 ม.ค. 2564 เวลา 19:29 น.
ฝากขัง "เคนมผง" 3 ศาล ไม่มีใครยื่นประกัน ต้องนอนเรือนจำ
พนักงานสอบสวนยื่นคำร้องฝากขังเหล่าผู้ต้องหาคดีเคนมผง ทั้ง3ศาลเขตอำนาจรับผิดชอบ ไม่มีใครยื่นคำร้องขอประกันตัว ต้องนอนเรือนจำทั้งหมด

ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง 63 พนักงานสอบสวน สน.วัดพระยาไกร ควบคุมตัว นายวิรัฐ หรือป๋อง กาเผือก อายุ 26 ปี , นายวัชระ หรือโบ้ เชียงฉิน อายุ 22 ปี , นายนพเก้า หรือตูมตาม อบถม อายุ 26 ปี , นายชาตรี หรือโจ ศรีสมบัติ อายุ 18 ปีเศษ ผู้ต้องหาคดีเคนมผง ที่ผสมเคตามีนกับสารเสพติดประเภทอื่นอีกหลายอย่างเพื่อให้ออกฤทธิ์ที่รุนแรงกว่าปกติ มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่ 14- 25 ม.ค.นี้ เนื่องจากต้องสอบปากคำพยานอีก 10 ปาก และรอผลการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร กับผลการตรวจพิสูจน์ยาเสพติดให้โทษของกลาง ซึ่งการฝากขังนี้พนักงานสอบสวน ได้ขอคัดค้านการให้ประกันตัวผูต้องหาทั้งหมดด้วยเนื่องจากเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูงเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี

โดยพฤติการณ์สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 10 ม.ค.64 เวลาประมาณ 21.00 น. พนักงานสอบสวน สน.วัดพระยาไกร ได้รับแจ้งว่ามีเหตุผู้เสียชีวิตที่บ้านแห่งหนึ่ง ในซ.จันทน์ 31 แขวงทุ่งวัด เขตสาทร กทม. จึงไปตรวจสอบพบศพ น.ส.สุทธิณี เมตตาจิตต์ หรือมายด์ อายุ 24 ปี ซึ่งเป็นพีอาร์ร้านเหล้า ย่านพระราม 3 และมีผู้ที่ได้รับอันตรายอีกคนหนึ่งคือ น.ส.พลอย (สงวนชื่อ-สกุลจริง) อายุ 24 ปี ที่เป็นเพื่อนร่วมงานของผู้เสียชีวิตจึงส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลเลิดสิน

ขณะที่ บริเวณสถานที่เกิดเหตุห้องนอนในบ้านนั้นมีของกลางเป็นวัตถุผงสีขาวบรรจุอยู่ในธนบัตรที่พับไว้ 1 ใบ , ถุงพลาสติกใสภายในมีคราบผงสีขาวติดอยู่จำนวน 2 ถุง , หลอดพลาสติก 2 อัน ,วัตถุสามเหลี่ยมแบนสีเหลือง 1 เม็ดบรรจุในถุงพลาสติกใส จึงทำการตรวจยึด และส่งไปตรวจสอบปรากฏว่าเป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 และเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ดังนั้นจึงมีเหตุน่าเชื่อว่าที่ น.ส.สุทธิณี เสียชีวิตน่าจะมาจากเหตุที่มีการเสพยาเสพติดหรือวัตถุออกฤทธิ์ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนขยายผล จนทราบว่ายาเสพติดและวัตถุออกฤทธิ์ดังกล่าวนั้น นายวิรัฐ หรือป๋อง ผู้ต้องหาที่ 1 และนายวัชระหรือโบ้ ผู้ต้องหาที่ 2 ไปซื้อมาจากนายนพเก้า หรือตูมตาม ผู้ต้องหาที่ 3 และนายชาตรีหรือโจ ผู้ต้องหาที่ 4 ที่หน้าร้านสะดวกซื้อปากซอยโรงสี (พระราม 3 ซอย 64 ) โดยมีภาพจากกล้องวงจรปิดจากบริเวณหน้าร้าน จับภาพผู้ต้องหาได้หมด ประกอบกับมีพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุและไม่ได้ร่วมเสพด้วยให้การยืนยัน จึงได้ขอศาลอาญากรุงเทพใต้ ออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งหมดเมื่อวันที่ 12 ม.ค.64 โดยกล่าวหาว่า ร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (คีตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อขายโดยไม่ได้รับอนุญาต และขายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2559 และฐานความผิดร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (3,4 เมทิลไดออกไซต์แอมเฟตามีน และเฮโรอีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ

ทั้งนี้ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้ ขณะที่ ผู้ต้องหาทั้งหมดไม่ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้จึงได้ถูกนำตัวไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

อย่างไรก็ดี ขณะที่ศาลอาญา วันนี้พนักงานสอบสวนสนสายไหม ก็ได้ควบคุมตัวนายรัตนโชค หรือจิ้ม กีรติโชติกุลพร อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาคดีเคนมผง มายื่นฝากขังครั้งเป็นเวลา 12 วันเช่นกัน โดยพฤติการณ์สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้รับแจ้งจากสายลับว่า มีนายเอ็มไม่ทราบชื่อ-สกุลจริง ลักลอบขายยาเคตามีน อยู่ที่ชุมชนวัดเกาะ แขวงคลองถนน เขตสายไหม กทม. และสายลับสามารถติดต่อสั่งซื้อได้ จึงวางแผนล่อซื้อแต่นายเอ็ม แจ้งกลับมาว่าตอนนี้ยาเคตามีนที่ตนเองไม่มี ให้โทรศัพท์ไปหา น. ส. ไอซ์ ที่อยู่หมู่บ้านไลโอ พร้อมให้เบอร์ติดต่อแล้วแจ้งว่าให้โทรหานายจิ้มซึ่งเป็นคนเก็บยาเคตามีนจึงมีการติดต่อนายจิ้มเพื่อให้นำยาเคตามีนมาส่งให้ตามสถานที่กำหนด ต่อมาเมื่อวันที่ 12 ม.ค.64 เวลาประมาณ 19.30 น.จึงได้เข้าจับกุมผู้ต้องหาที่มายังจุดนัดหมายในการตรวจค้นพบยาเคตามีนลักษณะเป็นผงละเอียดสีขาว ในถุงพลาสติกใสจำนวน 29 ถุง น้ำหนักชั่งสุทธิ 20.3 กรัม และมือถือยี่ห้อ VIVO พร้อมซิมการ์ดหมายเลข 092-092-2539 จำนวน 1 เครื่อง เมื่อสอบถามผู้ต้องหาอ้างว่า น.ส.ไอซ์ สั่งให้นำยามส่ง โดยการจับกุมเจ้าหน้าที่ขยายผลไปตรวจค้นยังที่พักผู้ต้องหาที่อพาร์ทเมนต์ ย่านแขวงคลองถนน เขตสายไหม ก็พบถุงพลาสติกใส จำนวน 1 แพ็ค และเครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอลจำนวน 1 เครื่อง ที่อยู่ในกล่องเซฟ/กล่องนิรภัยด้วย ซึ่งผู้ต้องหารับว่าของกลางนั้นเกี่ยวข้องในการกระทำผิด จึงแจ้งข้อกล่าวหา ตาม พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2559 ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

โดยศาลอาญาอนุญาตให้ฝากขังได้ ขณะที่ ผู้ต้องหาก็ไม่ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว จึงได้ถูกนำตัวไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เช่นกัน

นอกจากวันเดียวกัน (14 ม.ค.) พนักงานสอบสวน สภ.คูคต ยังได้ยื่นคำร้องฝากขังครั้งแรก คดีหมายเลขดำ ยฝ.45,46/2564 ที่มีนายนฤเดช ภู่หอม อายุ 19 ปี และนายนพดล หรือฮัท นุตตะโยธิน อายุ 20 ปี เป็นผู้ต้องหาคดีเคนมผง โดยกล่าวหาว่าเมื่อวันที่ 12 ม.ค.64 ได้ผลิต นำเข้ าส่งออก นำผ่าน หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อขายซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (เคตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตหรือประสาท พ.ศ.2559 มาตรา 15 และ 117 และประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องระบุชื่อวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 พ.ศ.2561 เหตุเกิดที่ ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

ซึ่งศาลได้สอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้านการฝากขัง จึงอนุญาตใหเฝากขังผู้ต้องหาได้ โดยผู้ต้องหาไม่ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว จึงถูกนำตัวไปคุมขังที่เรือนจำอำเภอธัญบุรี