posttoday

พิพากษาคุก4ปี12เดือนหมอคลินิกร้อยไหมศัลยกรรมไฮโซวัย72ดับ

23 ธันวาคม 2563

ศาลอาญาพิพากษาจำคุก 4 ปี 12 เดือน หมอคลินิกร้อยไหม ประมาทฉีดยาชา-ปั้มหัวใจพลาด ทำ "ไฮโซวัย 72 ปี" ดับ

ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 23 ธ.ค.63 เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.2810/2562 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ และน.ส.อนิชา ประชาเสรี บุตรของนางณัฐมล อายุ 72 ปี ผู้เสียชีวิต เป็นโจทก์ร่วม ยื่นฟ้อง นายแพทย์ (สงวนชื่อ-นามสกุล) เจ้าของคลินิกเสริมความงาม ย่านทาวน์อินน์ทาวน์ เป็นจำเลย ในความผิดฐาน กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 , ฐานประกอบการและดำเนินการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541

พฤติการณ์ตามฟ้องสรุปได้ว่า จำเลยได้จัดตั้งคลินิกเพื่อเสริมสวย ทำศัลยกรรมเสริมความงามโดยไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย โดยจำเลยได้ฉีดสสาร (ยาชาไซโคเคนผสมอาดีนาลีน) จำนวน 12 ซีซี เพื่อเสริมความงามด้วยวิธีร้อยไหมให้กับ นางณัฐมล ประชาเสรี อายุ 72 ปีโดยปราศจากความระมัดระวัง ไม่ได้ทำการทดสอบว่านางณัฐมลมีอาการแพ้ยาหรือไม่ จนเป็นเหตุให้มีอาการที่ริมฝีปากและนิ้วมือสีเขียว จากนั้นจำเลยได้ปั๊มหัวใจนางณัฐมล ซึ่งมีอายุ 72 ปีด้วยความรุนแรงต่อเนื่องจนกระดูกซี่โครงหัก ตับฉีกขาด เลือดออกในช่องท้อง กระทั่งนางณัฐมลถึงแก่ความตายจำเลยให้การปฏิเสธ

วันนี้ จำเลยซึ่งได้รับการประกันตัวชั้นพิจารณาก็เดินทางมาศาลพร้อมฟังคำพิพากษา ด้านญาติของผู้ตายในฐานะโจทก์ร่วม ก็เดินทางมาศาลติดตามฟังผลคำพิพากษาด้วย

อย่างไรก็ดี ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์-จำเลยแล้ว เห็นว่าจำเลยให้การรับสารภาพในความผิดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาลฯ จึงไม่มีเหตุสงสัย ดังนั้นรับฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องฐานนี้

ส่วนความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตาม ป.อ.มาตรา 291 หรือไม่ โจทก์ มีผู้ช่วยของนายแพทย์จำเลย เป็นประจักษ์พยาน เบิกความเกี่ยวกับการที่ผู้ตายมาทำการร้อยไหมว่าจำเลยฉีดยาชาให้ผู้ตายแล้วเดินไปเข้าห้องน้ำ ต่อมาผู้ตายมีอาการตัวเขียว ผู้ช่วยจำเลยวิ่งไปตาม และจำเลยได้ปั๊มหัวใจผู้ตาย

ขณะที่ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ พยานโจทก์อีกปาก เบิกความเกี่ยวกับขั้นตอนก่อนทำหัตถการว่า ต้องซักประวัติผู้ป่วยทุกครั้ง โดยการร้อยไหมเป็นการศัลยกรรม ซึ่งผู้มีอายุมากมีความเสี่ยงดังนั้นแพทย์-พยาบาลต้องอยู่กับคนไข้ตลอด ต้องมีการซักประวัติคนไข้บันทึกในเวชระเบียน โดยการต้องให้ยาชากับผู้ป่วยอายุมากเสี่ยงมีโรคประจำตัว จึงต้องใช้ความระมัดระวังไม่ให้ผิดพลาด ซึ่งวันเกิดเหตุจำเลยไม่ซักประวัติผู้ตาย ไม่บันทึกประวัติผู้ตาย นอกจากนี้ยาที่ใช้เป็นยาอันตรายต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง ซึ่งผู้ตายมีโรคความดันโลหิตสูง ขณะที่จำเลยจบแพทยศาสตร์ย่อมทราบยาที่ใช้เป็นยาอันตราย ควรระวังในการใช้กับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจทั้งก่อน-หลังฉีด

การที่จำเลย ละเลยการซักประวัติก่อนเริ่มฉีดยา และไม่อยู่ในที่เกิดเหตุ ไม่ติดตั้งตัวแจ้งเตือนสัญญาณชีพถือว่าประมาท โดยลักษณะตัวเขียวเป็นผลจากการที่จำเลยฉีดยาไม่ระมัดระวัง

ส่วนที่พยานจำเลยนำสืบ ทำนองว่า เชื่อผู้ตายมีสุขภาพดีนั้น พยานจำเลยไม่ใช่ผู้รักษาผู้ตาย จึงไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานโจทก์

ส่วนที่ผู้ตายตับฉีก โจทก์มีเจ้าหน้าที่กู้ภัยเป็นประจักษ์พยาน เห็นว่าก่อนปั๊มหัวใจ หน้าอกของผู้ตายยุบลงผิดสภาพ รู้สึกได้ว่ากระดูกซี่โครงรวบลง มีเสียงดังกรอบแกรบเพราะกระดูกหัก น่าจะเกิดจากการปั๊มหัวใจไม่ถูกต้อง เหตุที่ซี่โครงหักเกิดจากการปั๊มหัวใจของจำเลย ก่อนเจ้าหน้าที่กู้ภัยเดินทางมาถึงนั้นเป็นผลให้ตับฉีก การปั๊มหัวใจของจำเลยไม่ระมัดระวัง ไม่ตรวจสอบตำแหน่งวางมือตามหลักการแพทย์ ถือเป็นความผิดฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายตามโจทก์ฟ้อง

จึงพิพากษาว่า จำเลยกระทำความผิดฐานกระทำโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตาม ป.อ.มาตรา 291 จำคุก 4 ปี , ฐานประกอบการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 ปี , ฐานดำเนินการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 ปี

จำเลยให้การรับสารภาพ ความผิดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาลฯ ศาลลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุกฐานประกอบการสถานพยาบาลฯ เป็นเวลา 6 เดือนและฐานดำเนินการสถานพยาบาลฯ จำคุก 6 เดือน รวมจำคุกจำเลยเป็นเวลาทั้งสิ้น 4 ปี 12 เดือน

ภายหลัง น.ส.อนิชา ประชาเสรี บุตรสาวของผู้เสียชีวิต ที่มาร่วมฟังคำพิพากษาในวันนี้ด้วย กล่าวว่า ส่วนตัวแล้วไม่มีความพอใจหรือไม่พอใจ สิ่งที่เราต้องการคือความจริงและความยุติธรรม ที่จริงทางไม่อยากสร้างเวรสร้างกรรม แต่เมื่อเราไม่ได้รับความเป็นธรรมก็ต้องดำเนินการทางคดี โดยหลังจากเกิดเรื่อง อีกฝ่ายไม่เคยมีการมาขอโทษหรือเจรจาไกล่เกลี่ยเลย สำหรับการดำเนินคดีของศาลในคดีแพ่งที่เคยไปฟ้องก่อนหน้านี้นั้น ต้องรอให้คำตัดสินคดีอาญาจบก่อน ซึ่งเราเรียกค่าเสียหาย 200 ล้านบาท