อุทธรณ์ฯพิพากษาเพิ่มโทษจำคุกผจก.วิคตอเรียซีเครทกับพวกค้าเด็กสาว

วันที่ 08 ธ.ค. 2563 เวลา 18:22 น.
อุทธรณ์ฯพิพากษาเพิ่มโทษจำคุกผจก.วิคตอเรียซีเครทกับพวกค้าเด็กสาว
ศาลอุทธรณ์ฯ พิพากษาแก้ เพิ่มโทษจำคุก "ผจก.วิคตอเรียซีเครท พร้อมพวก" รวมโทษสูงสุดตาม กฎหมายคุกคนละ 50 ปีพร้อมชดใช้ 2 เด็กเสียหายกว่า 1.6 แสน เพิ่มสั่งปรับ 2 บริษัทที่เคยยกฟ้องอีก 3 ล้านบาทเศษ

เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 63 ที่ห้องพิจารณา 811 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีค้ามนุษย์สถานบริการอาบอบนวด "วิคตอเรียซีเครท" สำนวนคดีหมายเลขดำ คม.26/2561 ที่อัยการสำนักงานคดีค้ามนุษย์ 1 และเด็กสาวผู้เสียหาย รวม 3 คน ร่วมกันเป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายศรัทธาธรรม แจ้งฉายหรือป๋าติ๊ก อายุ 69 ปี ผู้จัดการสถานบริการอาบอบนวดวิคตอเรียซีเครท , นายบุญทรัพย์ อมรรัตนาศิริ หรือป๋ากบ อายุ 57 ปี , นายชัยณรงค์ อันสุข หรือป๋าสง่า อายุ 56 ปี , นายเอกณพัชร์ จารุวัฒน์ปฐมกุล หรือพี่ป๊อป อายุ 31 ปี ซึ่งเป็นพนักงานเชียร์แขก , หจก.อมรินทร์ ออนเซน , น.ส.ศศิธร วิระเทพสุภรณ์ ในฐานะเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการมีอำนาจใน หจก.อมรินทร์ ออนเซน ที่ขอใบอนุญาตดำเนินกิจการ และบริษัท เดวิส ซิลเวอร์สตาร์ จำกัด ที่นายศรัทธาธรรม หรือป๋าติ๊ก เป็นผู้มีอำนาจ เป็นจำเลยที่ 1 -7

ในความผิดฐานร่วมกันสมคบ ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อค้ามนุษย์ในการค้าประเวณี อันความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 4, 6, 9, 10, 52 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 มาตรา 4, 9, 11 พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 64 พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ.2509 มาตรา 14, 27 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 282, 283 ทวิ

โดยอัยการยื่นฟ้องคดีเมื่อเดือน เม.ย.61 พฤติการณ์กรณีสืบเนื่องจากระหว่างต้นเดือน ธ.ค. 60 - 12 ม.ค.61 ต่อเนื่องกัน ได้มีการสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปกระทำผิดฐานค้ามนุษย์เพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณี ซึ่งได้วางแผน-แบ่งหน้าที่กันทำ เป็นธุระจัดหา ชักพาไปหญิงสาวสัญชาติเมียนมา และสัญชาติไทย รวม 9 คน ซึ่งมีอายุ 15 แต่ไม่เกิน 18 ปี ให้มาค้าประเวณี ที่สถานอาบอบนวด วิคตอเรีย ซีเครท ถ.พระรามเก้า แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. มี น.ส.ศศิธร วิระเทพสุภรณ์ ในฐานะเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการมีอำนาจใน หจก.อมรินทร์ ออนเซน จัดทำประวัติของพนักงานก่อนเริ่มเข้าทำงานในสถานบริการ จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ

ขณะที่ศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 27 ส.ค.61 ให้จำคุกนายศรัทธาธรรมหรือป๋าติ๊ก ผู้จัดการสถานบริการ จำเลยที่ 1 , นายบุญทรัพย์ หรือป๋ากบ จำเลยที่ 2 , นายชัยณรงค์หรือป๋าสง่า จำเลยที่ 3 , นายเอกณพัชร์หรือพี่ป๊อป จำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นพนักงานเชียร์แขก ฐานเป็นธุระจัดหาฯ คนละ 15 ปี 12 เดือน ส่วน น.ส.ศศิธร หุ้นส่วนผู้จัดการ หจก.อัมรินทร์ออนเซน จำเลยที่ 6 ให้จำคุก 7 ปี 6 เดือน โดยให้ยกฟ้องจำเลยทั้งหมดในข้อหาค้ามนุษย์ และให้ยกฟ้อง หจก.อมรินทร์ ออนเซน จำเลยที่ 5 และ บจก. เดวิส ซิลเวอร์สตาร์ จำเลยที่ 7 เนื่องจากเป็นเพียงนิติบุคคลให้เช่าสถานที่

ซึ่งวันนี้ ศาลได้เบิกตัว นายศรัทธาธรรมหรือป๋าติ๊ก ผู้จัดการสถานบริการ จำเลยที่ 1 , นายบุญทรัพย์ หรือป๋ากบ จำเลยที่ 2 , นายชัยณรงค์หรือป๋าสง่า จำเลยที่ 3 , นายเอกณพัชร์หรือพี่ป๊อป จำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นพนักงานเชียร์แขก มาจากเรือนจำ และ น.ส.ศศิธร จำเลยที่ 6 จากทัณฑสถานหญิงกลาง พร้อมฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ทั้งนี้ศาลอุทธรณ์แผนกคดีค้ามนุษย์ ได้มีคำพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุก นายศรัทธาธรรมหรือป๋าติ๊ก ผู้จัดการสถานบริการ จำเลยที่ 1 , นายบุญทรัพย์ หรือป๋ากบ จำเลยที่ 2 คนละ 68 ปี

ส่วนนายชัยณรงค์หรือป๋าสง่า จำเลยที่ 3 , นายเอกณพัชร์หรือพี่ป๊อป จำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นพนักงานเชียร์แขก จำคุกคนละ 62 ปี 8 เดือน

สำหรับ น.ส.ศศิธร หุ้นส่วนผู้จัดการ หจก.อัมรินทร์ออนเซน จำเลยที่ 6 ให้จำคุก 68 ปี และเพิ่มโทษปรับอีก 8,000 บาท

อย่างไรก็ดีเมื่อรวมกระทงลงโทษทุกกรรมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ให้จำคุกได้สูงสุดจำเลยที่ 1,2,3,4,6 ไว้คนละ 50 ปี พร้อมทั้งให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน แก่เด็กสาวผู้เสียหายที่เป็นโจทก์ร่วม 2-3 ด้วยอีกคนละ 80,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีนับตั้งแต่วันฟ้อง

ส่วน หจก.อมรินทร์ ออนเซน จำเลยที่ 5 กับ บจก. เดวิส ซิลเวอร์สตาร์ จำเลยที่ 7 ที่ศาลชั้นต้นเคยมีคำพิพากษาให้ยกฟ้อง เนื่องจากเป็นเพียงนิติบุคคลให้เช่าสถานที่นั้น ศาลอุทธรณ์พิพากษาเป็นให้ปรับจำเลยที่ 5 จำนวน 3,978,666 บาทและปรับจำเลยที่ 7 จำนวน 3,970,666 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีค้ามนุษย์สถานบริการอาบอบนวด “วิคตอเรียซีเครท” นั้นอัยการได้ยื่นฟ้องไว้ 3 สำนวน โดยส่วนของนายศรัทธาธรรม หรือป๋าติ๊กผู้จัดการสถานบริการ , นายบุญทรัพย์ หรือป๋ากบ , น.ส.ศศิธร หุ้นส่วนผู้จัดการ หจก.อัมรินทร์ออนเซน ที่ขอใบอนุญาตสถานบริการนั้นถูกฟ้องรวม 2 สำนวน

ทั้งนี้คดี 3 สำนวนดังกล่าว ประกอบด้วย คดีหมายเลขดำ คม.26/2561 ที่อ่านคำพิพากษาอุทธรณ์ในวันนี้

คดีหมายเลขดำ คม.24/2561 ที่พนักงานอัยการคดีค้ามนุษย์ 1 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายมนัสหรือป๋านัส อ่วมทับ อายุ 50 ปี และนายสมชายหรือป๋าต้น แสงอุดม อายุ 54 ปี ซึ่งเป็นพนักงานเชียร์แขก โดยจำเลยให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ขณะที่คดีศาลอุทธรณ์แผนกคดีค้ามนุษย์ได้มีคำพิพากษาแล้ว (วันที่ 19 พ.ย.62) ให้จำคุกโทษหนักที่สุดคือสมคบกันตั้งแต่2 คนขึ้นไปค้ามนุษย์โดยแสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณีและเป็นธุระจัดหา บุคคลอายุ 15 แต่ไม่เกิน 18 ปีฯ จำนวน 7 กระทง รวมกับโทษฐานเป็นธุระจัดหาบุคคลให้ค้าประเวณีโดยขู่เข็ญฯ และข้อหาอื่นอีกหลายกระทง รวมจำคุกนายมนัส หรือป๋านัส และ นายสมชาย หรือป๋าต้น ทั้งสิ้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 เป็นจำคุกคนละ 50 ปี และให้จำเลยทั้งสอง ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เสียหาย 2 ราย สัญชาติเมียนมา คนละ 80,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีนับจากวันฟ้อง 21 เม.ย.61 ด้วย

สำนวนคดีหมายเลขดำ คม.25/2561 เหตุเกิดระหว่างเดือน ก.ค.57 - 13 ม.ค.60 ที่อัยการฝ่ายคดีค้ามนุษย์ 1 ยื่นฟ้องนายเฉลียว จันทร์พิมพ์ หรือ เอส (ไม่ทราบอายุ) วินจยย.รับจ้าง , นายบุญทรัพย์ อมรรัตนาศิริ หรือ ป๋ากบ อายุ 57 ปี , นายศรัทธาธรรม หรือ ป๋าติ๊ก อายุ 69 ปี ผู้จัดการสถานบริการ , น.ส.ศศิธร ในฐานะเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการมีอำนาจใน หจก.อมรินทร์ ออนเซน ที่ขอใบอนุญาตดำเนินกิจการ , หจก.อัมรินทร์ ออนเซน , นายเดชา สิงห์สาครเดชา หรือ หนู (ไม่ทราบอายุ) ที่ขับรถกระบะพาเด็กสาวผู้เสียหายที่ถูกส่งตัวจาก กทม.ไป อ.สะเดา จ.สงขลา ไปค้าประเวณียังประเทศมาเลเซีย เป็นจำเลยที่ 1-6 โดยคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษา (วันที่ 27 ส.ค.61) ให้จำคุกนายบุญทรัพย์ หรือป๋ากบ จำเลยที่ 2 , นายศรัทธาธรรม หรือป๋าติ๊ก จำเลยที่ 3 ฐานเป็นธุระจัดหาฯ และเป็นผู้ดูแล-ผู้จัดการสถานที่ค้าประเวณี คนละ 3 ปี 4 เดือน ส่วน น.ส.ศศิธร จำเลยที่ 4 ให้จำคุก 8 เดือน และนายเดชา หรือหนู จำเลยที่ 6 จำคุกฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ รวมเวลา 6 ปี โดยให้ยกฟ้องพวกจำเลยในข้อหาค้ามนุษย์เพราะพยานหลักฐานโจทก์ยังไม่พอฟังให้ลงโทษ ส่วนนายเฉลียว จำเลยที่ 1 วินจยย.รับจ้าง และ หจก.อมรินทร์ ออนเซน จำเลยที่ 5 พิพากษาให้ยกฟ้อง คดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์

ส่วนนายกำพล วิระเทพสุภรณ์ หรือเสี่ยกำพล เจ้าของสถานบริการ วิคตอเรียซีเครท ที่อัยการสำนักงานคดีค้ามนุษย์สั่งฟ้องร่วมทำผิดด้วยนั้น ปัจจุบันยังติดตามตัวมายื่นฟ้องไม่ได้ ซึ่งคาดว่าจะหลบหนีคดี โดยพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ขอศาลออกหมายจับไว้แล้วซึ่งมีอายุความการติดตามตัวมาฟ้องภายใน 20 ปี