โพลชี้ปชช.ผวาโควิดรอบใหม่ แนะ มีจิตสำนึกไม่ไปที่เพิ่มความเสี่ยง

วันที่ 04 ธ.ค. 2563 เวลา 10:29 น.
โพลชี้ปชช.ผวาโควิดรอบใหม่ แนะ มีจิตสำนึกไม่ไปที่เพิ่มความเสี่ยง
ซูเปอร์โพล เผย ประชาชนวิตกกังวลโควิดระบาดรอบใหม่ แนะ มีจิตสำนึกไม่ไปที่เพิ่มความเสี่ยง รีเทิร์น Work from Home

เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 63 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ทางแก้วิกฤต โควิดระบาด กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,154 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 1 – 4 ธันวาคม ที่ผ่านมา

เมื่อถามถึงความวิตกกังวลของประชาชนต่อ โควิดระบาดรอบใหม่ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 96.2 วิตกกังวล ในขณะที่ร้อยละ 3.8 ไม่วิตกกังวล นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 95.3 กลัวต่อโควิดระบาดรอบใหม่ ในขณะที่ร้อยละ 4.7 ไม่กลัว

อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงแนวทางป้องกันแก้ไขวิกฤตโควิดระบาดรอบใหม่ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 96.5 ระบุ ทุกคนต้องมีจิตสำนึก รับผิดชอบต่อตัวเองและสังคม ช่วยกันป้องกัน แก้ไข ไม่ซ้ำเติมวิกฤตโควิด ไม่ซ้ำเติมความทุกข์ของราษฎร ในขณะที่ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 95.1 ระบุ ไม่ไปม็อบ ไม่ไปที่ที่เพิ่มความเสี่ยงแพร่ระบาดโควิดให้ราษฎรและประเทศชาติ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 92.4 ระบุ ต้องช่วยกันเข้มงวด เคร่งครัด การตั้งด่าน จุดตรวจคัดกรองโควิด นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 91.3 ระบุ อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ ใช้มาตรการ ทำงานที่บ้าน Work from Home รีเทิร์น และส่วนใหญ่หรือร้อยละ 90.7 ระบุใช้เทคโนโลยี แอพพลิเคชั่น ให้ข้อมูลพื้นที่เสี่ยง ราษฎร หลีกเลี่ยงแพร่ระบาดโควิดรอบใหม่

ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 88.6 พอใจค่อนข้างมากถึงมากที่สุดต่อการทำงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในการแก้ปัญหาวิกฤตโควิดที่ผ่านมา ในขณะที่ ร้อยละ 11.4 พอใจค่อนข้างน้อย ถึง ไม่พอใจเลย นอกจากนี้ เมื่อถามถึง ความพอใจต่อ แนวทางช่วยแก้วิกฤตโควิดที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 91.8 พอใจต่อการทำงานของกระทรวงสาธารณสุข บุคลากรการแพทย์ อสม. และ อุปกรณ์การแพทย์พระราชทาน ร้อยละ 73.2 พอใจกองทัพ ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง การตั้งด่านตรวจ สกัดโควิด ร้อยละ 70.4 พอใจความเคร่งครัด สกัดโควิดของ สถานประกอบการ ห้างสรรพสินค้า สถานบันเทิงและอื่น ๆ ร้อยละ 65.8 พอใจต่อความเคร่งครัด สกัดโควิดของ รถตู้ รถทัวร์ และขนส่งสาธารณ และร้อยละ 63.9 พอใจต่อ สังคม ชุมชนโดยรวม ช่วยกันดูแล ป้องกัน การแพร่ระบาดโควิด ตามลำดับ

ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ผลโพลครั้งนี้ชี้ชัดเจนว่า ประชาชนพอใจต่อทุกภาคส่วนทุกระดับในโครงสร้างของสังคมไทยตั้งแต่พระมหากรุณาธิคุณที่คนไทยทั้งประเทศได้รับเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์พระราชทาน การทำงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กระทรวงสาธารณสุข บุคลากรทางการแพทย์ อสม. และทุกภาคส่วน นี่คืออัตลักษ์ที่ดีของความเป็นคนไทยที่แตกต่างจากคนในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกที่ควรจะช่วยกันรักษาไว้ อย่างไรก็ตาม ล่าสุด ความกลัวเกิดขึ้นในหมู่ประชาชนต่อปรากฏการณ์ โควิด ซูเปอร์สเปรดเดอร์ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้จากกิจกรรมของประชาชนในการรวมตัวกันของคนหมู่มาก เช่น การไปม็อบ และอื่น ๆ ที่อาจจะนำเชื้อโควิดเข้าแพร่ะกระจายสู่คนในครอบครัว ในบ้าน ในที่ทำงาน และในสังคมชุมชนส่วนรวมได้

ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวต่อว่า ทางแก้วิกฤต โควิดระบาด คือ ทุกคนต้องมีจิตสำนึก รับผิดชอบต่อตัวเองและสังคม ช่วยกันป้องกันแก้ไข ไม่ซ้ำเติมวิกฤตโควิด ไม่ซ้ำเติมความทุกข์ของราษฎร ไม่ไปม็อบ ไม่ไปที่ที่เพิ่มความเสี่ยงแพร่ระบาดโควิดให้ราษฎรและประเทศชาติ ต้องช่วยกันเข้มงวด เคร่งครัด การตั้งด่าน จุดตรวจคัดกรองโควิด อยู่บ้าน หยุดเชื้อเพื่อชาติ ใช้มาตรการ ทำงานที่บ้าน Work from Home กลับมาอีกครั้ง และใช้เทคโนโลยี แอพพลิเคชั่น ให้ข้อมูลพื้นที่เสี่ยง แบบเรียลไทม์ ประชาชนจะรู้ล่วงหน้าและหลีกเลี่ยงพื้นที่แพร่ระบาดโควิดรอบใหม่ได้