มหาดไทยเต้นสั่งด่วนผู้ว่าฯทั่วประเทศยกระดับคุมเข้มโควิด-19

วันที่ 03 ธ.ค. 2563 เวลา 10:38 น.
มหาดไทยเต้นสั่งด่วนผู้ว่าฯทั่วประเทศยกระดับคุมเข้มโควิด-19
ศบค.มท. สั่งทุกจังหวัดดำเนินมาตรการเพิ่มเติม 4 ข้อ สกัดกั้นการแพร่ระบาดโควิด-19 สร้างความปลอดภัยประชาชนช่วงคริสต์มาส-ปีใหม่ 2564

เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ได้ประชุมเมื่อวันที่ 2 ธ.ค.2563 พิจารณากรณีพบชาวไทยที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายจากประเทศเพื่อนบ้านและติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จำนวน 10 ราย โดยได้กำหนดมาตรการเพิ่มเติมให้แจ้งผู้ว่าราชการจังหวัด/ประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด เน้นย้ำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการควบคุมอย่างเคร่งครัดในห้วงวันที่ 1-31 ธันวาคม 2563 เพื่อให้ประชาชนเดินทางไปร่วมกิจกรรมฉลองเทศกาลคริสต์มาสและเทศกาลขึ้นปีใหม่ 2564 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

นายฉัตรชัย กล่าวว่า สั่งการและประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้ถือปฏิบัติตามมาตรการเพิ่มเติมของศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 โดยเคร่งครัด ได้แก่ 1.เฝ้าตรวจ/เฝ้าระวังการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายในพื้นที่ตอนใน โดยให้ความสำคัญเร่งด่วนและความเข้มข้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนด้านภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตามลำดับ 2. ตรวจกำกับดูแลกิจการหรือกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคฯ เช่น ห้างสรรพสินค้า โรงเรียน ร้านอาหาร สถานประกอบการ สถานบันเทิง สนามกีฬา สถานที่ท่องเที่ยว ให้มีความเข้มงวดในมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 มากขึ้น

3. ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เฝ้าสังเกตและกำกับดูแลบุคคลที่กลับเข้ามาในพื้นที่ชุมชน เพื่อซักถามและให้คำแนะนำมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 และ 4.สร้างการรับรู้ความเข้าใจในการขอความร่วมมือภาคประชาชนและภาคประชาสังคม ทั้งผู้ให้บริการ ผู้ใช้บริการ ผู้จัดกิจกรรม และผู้ร่วมกิจกรรมในพื้นที่สาธารณะ ปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ทำความสะอาดพื้นผิวและอุปกรณ์ที่มีการสัมผัสบ่อย เว้นระยะห่างหรือหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับบุคคลอื่น และใช้แพลตฟอร์ม "ไทยชนะ" ในการเข้า-ออกสถานที่สาธารณะ