ชง6นโยบายแก้ศก.นอกระบบ

วันที่ 08 ธ.ค. 2553 เวลา 11:50 น.
คณะทำงานด้านเศรษฐกิจนอกระบบ ชง 6 นโยบายให้รัฐบาลแก้ปัญหากลุ่มอาชีพในเศรษฐกิจนอกระบบทั้ง วินมอเตอร์ไซต์-แท็กซี่-แม่ค้าหาบเร่-คนทำงานกลางคืน

นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ ประธานคณะทำงานด้านเศรษฐกิจนอกระบบ กล่าววว่าคณะทำงานมีข้อเสนอเชิงนโยบายแก่รัฐบาลใน 6 เรื่องคือ 1.การดูแลกลุ่มมอเตอร์ไซด์รับจ้าง 2.แท็กซี่ 3.แม่ค้าหาบเร่แผงลอย 4.คนทำงานกลางคืน 5.การดึงแรงงานนอกระบบเข้าสู่ระบบประกันสังคม และ 6.การเข้าถึงสถาบันการเงินของ 3 กลุ่มอาชีพข้างต้น

ดึงวินมอเตอร์ไซต์เถื่อนเข้าระบบ

ในส่วนของการดูแลผู้ประกอบอาชีพมอเตอร์ไซด์รับจ้างจะมีมาตรการให้เปลี่ยนมอเตอร์ไซด์รับจ้างทะเบียนป้ายดำ ซึ่งปัจจุบันมีประมาณ 30-40% ที่ต้องจ่ายเงินให้ตำรวจมาเป็นทะเบียนป้ายเหลืองภายในเวลา 2 เดือนและไม่ต้องเสียเงินซื้อเสื้อวินโดยกำหนดให้หมายเลขเสื้อวินต้องตรงกับป้ายทะเบียนรถ

นอกจากนี้กรุงเทพมหานคร (กทม.) และการประปาจะเข้าไปปรับปรุงสภาพแวดล้อมในที่ทำงานให้ดีขึ้น เช่น จัดหาน้ำดื่มฟรีในที่ตั้งวิน กทม.ปรับปรุงเรื่องความสะอาดเป็นต้น ขณะเดียวกันยังกำหนดให้วินมอเตอร์ติดป้ายแสดงค่าโดยสารให้ลูกค้าเห็นได้ชัดเจนเช่นกัน

แก้คนมีสีเก็บส่วยแท็กซี่

ส่วนกลุ่มผู้มีอาชีพแท็กซี่จะให้รัฐบาลกำกับดูแลไม่ให้คนมีสีเก็บส่วยแท็กซี่ตามสถานที่สำคัญๆ เช่นในสถานีขนส่งหมอชิต สายใต้ใหม่และเอกมัย สนามบิน และถนนสายท่องเที่ยว เช่น ถนนข้าวสาร มาตรการนี้เชื่อว่าจะลดรายจ่ายคนขับแท็กซี่ได้เดือนละ 1,000 บาท

หากผู้ขับแท็กซี่ต้องการซื้อรถใหม่จะให้สถาบันการเงินเข้าไปสนับสนุนปล่อยกู้ โดยปกติหากเช่าแท็กซี่จะเสียค่าเช่าวันละ 550-800 บาท แต่หากซื้อผ่านสถาบันการเงินจะเสียค่าใช้จ่ายประมาณวันละ 400-500 บาท ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้อีกวันละ 200 บาทหรือเดือนละ 6,000 บาท

"คนที่มีอายุการทำงาน 10 ปีขึ้นไปโดยดูจากวันออกใบอนุญาตขับขี่ สามารถซื้อรถใหม่โดยวางเงินดาวน์เพียง 5% ของราคารถเท่านั้น"นายสังศิตกล่าว

กำหนดพื้นที่ค้าบนทางเท้าให้ชัดเจน

ส่วนกลุ่มอาชีพแม่ค้าหาบเร่แผงลอยจะให้กทม.ร่วมกับตำรวจสำรวจสถานที่ตั้งแผงลอยต่างๆแล้วตีเส้นสีเหลืองให้ชัดเจน ทำให้ผู้สัญจรบนทางเท้ามีพื้นที่เดินมากขึ้น การเก็บเงินค่าเช่าจะเก็บตามศักยภาพพื้นที่ เช่น ถนนข้าวสารอาจค่าเช่าแพงกว่าทำเลอื่น

"สำหรับทำเลทอง เช่น ถนนข้าวสารหรือสะพานพุทธจะต้องตีเส้นกำหนดจุดขายให้ชัดเจนแล้วห้ามผู้ค้ารายเดิมผูกขาดขายไปตลอด ต้องหมุนเวียนให้ผู้ค้าจากทำเลอื่นเข้ามาขายด้วยเพราะทุกวันนี้มีแต่จุดขายที่ผิดกฎหมาย มีการเซ้งแผงลอยในราคาจุดละ 2-3 แสนบาท เงินพวกนี้เป็นเงินนอกระบบทั้งนั้น"นายสังศิตกล่าว

ระดมเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยคนทำงานกลางคืน

สำหรับกลุ่มผู้ทำงานกะกลางคืนจะเน้นเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยเน้นพื้นที่ 25 สถานีตำรวจที่มีสถิติอาชญากรรมย้อนหลัง 3 ปีสูงที่สุด กำหนดให้เป็นจุดแดงหรือจุดเสี่ยงได้ 250 จุด ในพื้นที่เหล่านี้จะระดมกำลังเจ้าหน้าที่เทศกิจ ตำรวจจากสน.อื่นที่มีสถิติอาชญากรรมต่ำเข้ามาตรวจตราร่วมกับตำรวจท้องที่ โยกเวรกะกลางวันมาออกตรวจกลางคืนมากขึ้นรวมทั้งติดตั้งกล้อง CCTV ให้ครอบคลุม โดยตั้งเป้าพื้นที่ 25 สถานีเป้าหมายต้องมีสถิติอาชญากรรมลดลง 30% ภายใน 3 เดือน

ให้แบงก์รัฐปล่อยสินเชื่อฉุกเฉินแก่กลุ่มเป้าหมาย

สำหรับประเด็นการเข้าถึงสถาบันการเงินนั้น มอบหมายให้ธนาคารออมสิน ธ.ก.ส.และเอสเอ็มอีแบงก์ ตั้งวงเงินสินเชื่อฉุกเฉินเพดานไม่เกิน 1 แสนบาท/คนสำหรับกลุ่มอาชีพเป้าหมายสำหรับให้เบิกใช้กรณีฉุกเฉิน เช่น มีความจำเป็นต้องเข้ารักษาพยาบาลหรือเกิดอุบัติเหตุ โดยหากต้องการวงเงินไม่เกิน 2 หมื่นบาท ผู้กู้สามารถยื่นกู้และรับเงินภายใน 1 วัน แต่ถ้ากู้ 2 หมื่นถึง 1 แสนบาทใช้เวลาไม่เกิน 5 วัน วิธีนี้จะช่วยให้ประชาชนไม่ต้องเข้าสู่ระบบเงินกู้นอกกฎหมาย

ขณะเดียวกันจะสนับสนุนให้ทุกกลุ่มอาชีพเกิดการรวมกลุ่มเพื่อให้ได้สิทธิประโยชน์และเข้าถึงสถาบันการเงินได้สะดวกขึ้น เมื่อรวมกลุ่มได้แล้วสามารถขอรับเงินกู้จากสถาบันการเงินในอัตราดอกเบี้ย 6% ต่อปีเพื่อใช้เป็นทุนดำเนินการเกี่ยวกับการประกอบอาชีพ เช่น ซื้อมอเตอร์ไซด์หรือแท็กซี่คันใหม่

นอกจากนี้ทางกลุ่มสามารถบริหารจัดการเงินก้อนนี้ได้ เช่น กู้มาในอัตราดอกเบี้ย 6% แต่อาจเอามาปล่อยกู้ต่อแก่สมาชิกในกลุ่มในอัตราดอกเบี้ยสูงกว่านั้นเล็กน้อยเพื่อนำส่วนต่างดอกเบี้ยมาเข้ากองทุนหรือเป็นเงินกองกลางแก่สมาชิกในการทำกิจกรรมต่างๆ

จัดแพ็จเกจประกันสังคมช่วยแรงงานนอกระบบ

ส่วนเรื่องการดึงแรงงานนอกระบบเข้าสู่ระบบประกันสังคม รัฐบาลจะขอแปรญัตติร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม มาตรา 40 ในสภาเพื่อแก้ไขร่างหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการสมัครเข้าเป็นผู้ประกันตนแบบสมัครใจที่เดิมกำหนดให้จ่ายในอัตรา 280 บาท/ เดือน เป็นการจ่ายเงินสมทบแบบยืดหยุ่นโดยรัฐบาลอุดหนุนเงินสมทบให้ 50%

ทั้งนี้การจ่ายเงินสมทบแบบยืดหยุ่นจะมี 5 ระดับคือเดือนละ 100 บาท, 150 บาท, 200 บาท, 250 บาทและ 280 บาท โดยทุกอัตราจะได้รับสิทธิ์ประโยชน์ต่างกันออกไป เช่น จ่ายเดือนละ 100 บาทจะได้รับสิทธิประโยชน์กรณีทุพพลภาพและเงินชดเชยการขาดรายได้เมื่อเจ็บป่วย แต่หากจ่าย 280 บาท/เดือนจะได้รับเงินสงเคราะห์คลอดบุตร เงินชดเชยกรณีเสียชีวิต และเงินบำนาญชราภาพเมื่ออายุครบ 60ปีเพิ่มขึ้นด้วย

“ระบบประกันสังคมทุกวันนี้เหมาะกับคนที่มีรายได้สม่ำเสมอ แต่คนที่เป็นแรงงานนอกระบบรายได้ไม่แน่นอน ฉะนั้นถ้ากำหนดตายตัวให้จ่าย 280 บาท/เดือนเขาบอกว่าแพงไปไม่สามารถจ่ายได้ แต่ถ้ามีหลายแบบให้เลือก จ่ายเดือนละไม่เกิน 100-200 บาทเขาก็พอสู้ได้”นายสังศิตกล่าว

ตั้งเป้าลดราคา เนื้อหมู-เนื้อไก่-ไข่ไก่

สำหรับประเด็นเรื่องการลดค่าครองให้ประชาชนนั้น คณะทำงานตั้งใจทำให้สินค้า 3 ตัวค้าคือเนื้อหมู เนื้อไก่และไข่ไก่มีราคาลดลง ซึ่งโดยทางทฤษฎีต้นทุนอาหารสัตว์ทุกวันนี้มาจากข้าวโพด ฉะนั้นหากคุมราคาข้าวโพดได้โดยการปล่อยให้ตลาดมีการแข่งขันและใช้เทคโนโลยีช่วยในกระบวนการผลิต เมื่อราคาอาหารสัตว์ลดจะทำให้ราคาของสินค้า 3 ตัวนี้ลดลงมาด้วย

ส่วนกรณีไข่ไก่มีการเสนอให้เปลี่ยนวิธีคิดราคาจากเดิมขายเป็นฟองมาขายเป็นกิโลกรัม การคิดราคาในลักษณะนี้จะทำให้ราคาไข่ลดลงได้ฟองละ 0.30-0.60 บาทเลยทีเดียว นอกจากนี้เรื่องการลดค่าใช้จ่ายพลังงานมีข้อเสนอให้แยกราคาขายน้ำมันและก๊าซหุงต้มสำหรับครัวเรือนและโรงงานอุตสาหกรรมเป็นคนละราคาด้วย

ด้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าโครงการเร่งรัฐปฏิบัติการด่วนมีกำหนดเสร็จสิ้นวันที่ 17 ธ.ค. จากนั้นจะสรุปข้อเสนอทั้งหมดให้รัฐบาลประกาศใช้เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่แก่ประชาชนในเดือน ม.ค. 2554