สั่งพณ.ประคองราคาถึงสิ้นปี

วันที่ 08 ธ.ค. 2553 เวลา 06:03 น.
นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังงานและกระทรวงการคลังประสานความร่วมมือในการดูแลเรื่องค่าครองชีพของประชาชนที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซล ที่ขณะนี้ปรับราคาสูงขึ้นกว่าลิตรละ 30 บาท ซึ่งรัฐบาลเคยรับปากว่าถ้าราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวสูงขึ้นเกินกว่า 30 บาทต่อ 1 ลิตร จะเข้าไปดูแล

ทั้งนี้ได้สั่งการให้กระทรวงพลังงานและกระทรวงการคลังเข้าไปหารือแนวทางการปรับลดราคาน้ำมันดีเซลลงเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน

นอกจากนี้ นายกฯ ยังได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์เข้าไปติดตามเรื่องราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีผู้ประกอบการและผู้ผลิตสินค้าจำนวนมากได้ยื่นขอปรับราคาสินค้ากับกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์แจ้งว่า จะพยายามที่จะประคองให้ใช้ราคาเดิมไปจนกว่าจะสิ้นปีนี้

“นายกฯ พูดในที่ประชุมว่า รับทราบมาว่าทางกระทรวงพาณิชย์ได้รับแรงกดดันจากผู้ประกอบการ ผู้ผลิตที่ยื่นเรื่องขอขึ้นราคาสินค้า ซึ่งนายกฯ สั่งให้กระทรวงพาณิชย์หาแนวทางในการรับฟังข้อเสนอของผู้ประกอบการทุกรายว่า มีความจำเป็นมากน้อยเพียงใด” นายวัชระ กล่าว

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า นายกฯ ได้สั่งการให้ รมว.คลัง กับ รมว.พลังงาน ไปหารือกันเพื่อหาข้อสรุปโดยด่วนว่าจะหาทางลดราคาน้ำมันดีเซลอย่างไร ระหว่างการลดภาษีสรรพสามิต ซึ่งขณะนี้เก็บภาษีน้ำมันดีเซลอยู่ที่ลิตรละ 5.31 บาท บี5 เก็บภาษีลิตรละ 5.04 บาท กับการลดเงินสมทบกองทุนน้ำมันดีเซล ที่เก็บอยู่ลิตรละ 0.65 บาท บี5 รัฐบาลอุดหนุนลิตร 0.50 บาท

เบื้องต้นเห็นว่า การลดการเก็บเงินสมทบกองทุนน้ำมันดีเซลอาจจะกระทบน้อยกว่า แต่ก็ต้องพิจารณาควบคู่กับเรื่องราคาน้ำมันหากไม่ขึ้นแบบหวืดหวาการลดเงินสมทบจะเป็นทางออกที่ดีกว่า เพราะการลดภาษีน้ำมันดีเซล จะต้องให้ทางกระทรวงการคลังไปพิจารณาด้วยว่า กระทบต่อการจัดเก็บรายได้หรือไม่ ในช่วงที่รัฐบาลต้องการรายได้จากภาษีเพื่อฟื้นฟูประเทศ

นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.53 ได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังและกระทรวงพลังงานไปประเมินผลกระทบ หามาตรการดูแลจากที่ราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวสูงขึ้นกว่า 30 บาทต่อลิตร โดย เบื้องต้นได้หารือร่วมกับกระทรวงพลังงานแล้ว ทั้งในระดับรัฐมนตรีว่าการและปลัดกระทรวงการคลังแล้ว และจะมีการนัดหารือเพื่อติดตามประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ก่อนที่จะออกมาตรการมาดูแลต่อไป

''คลังและพลังงานได้คุยกันในเรื่องนี้แล้ว ซึ่งเห็นตรงกันว่าการที่น้ำมันราคาปรับตัวสูงขึ้นเป็นผลมาจากค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลง เราก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด และพร้อมจะเข้าไปดูแล'' นายกรณ์ กล่าว

นอกจากนี้ ในส่วนของเสนอของธนาคารโลกที่เสนอให้ปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็น 10% จากปัจจุบันที่จัดเก็บในอัตรา 7% รวมถึงเสนอให้มีการปรับปรุงภาษีอีกหลายตัวนั้น จะต้องพิจารณาให้รอบด้าน ซึ่งที่ผ่านมาก็ถือเป็นนโยบายของกระทรวงการคลัง และอยู่ระหว่างการจัดทำแผนปรับปรุงโครงสร้างทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งจะมีความชัดเจนภายในเดือนม.ค.54

***เร่งตั้งกรรมการคุมค่าครองชีพสำหรับโครงการศูนย์ปฏิบัติดูแลค่าครองชีพ ที่มีสังศิต พิริยะรังสรรค์ รองประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นประธาน กระทรวงการคลังต้องการให้โครงการดังกล่าวเห็นเป็นรูปธรรม และต้องตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้อย่างแท้จริง ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการมาแล้ว 3 สัปดาห์ คาดว่าภายในวันที่ 17 ธ.ค. 2553 นี้ จะได้ข้อสรุป

โครงการดังกล่าว จะต้องคณะกรรมการเพื่อพิจารณา ใน 2 ประเด็น ได้แก่ การดูแลประชาชนที่มีอาชีพอิสระ และประชาชาชนที่มีอาชีพกลางคืน รวมถึงการแก้ไขปัญหาอาชญากรรม ซึ่งครอบคลุมไปถึงสิทธิทางเศรษฐกิจโดยประกันสังคม ซึ่งจะต้องช่วยเหลือครอบคลุมถึงผู้ที่อาชีพพ่อค้าแม่ค้า เทศกิจ อาชีพวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง อาชีพแท็กซี่ การเข้าถึงแหล่งเงินสินเชื่อ

นายกรณ์ กล่าวว่า คณะกรรมการชุดนี้จะพิจารณาถึงมาตรการลดครองชีพให้กับประชาชน โดยเฉพาะราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน จะต้องแยกมาตรการช่วยเหลือ ออกเป็นมาตรการเฉพาะ เช่น ไข่ไก่ เนื้อหมู หรือ ราคาพลังงาน ก๊าซหุงต้ม

นายมนูญ ศิริวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำมัน กล่าวว่า รัฐบาลไม่ควรจะไปอุ้มราคาดีเซลหากเกิน 30 บาท/ลิตร เนื่องจากราคาดังกล่าวไม่ได้แพงเกินไปจนถึงขั้นวิกฤตควรรอให้ถึงระดับ 40 บาท/ลิตรก่อน หากใช้กลไก กองทุนน้ำมันฯ มาดูแลก็ไม่เป็นธรรมกับผู้ใช้น้ำมันชนิดอื่นที่ต้องมาอุ้มดีเซลแต่หากไปลดภาษีสรรพสามิตหรือใช้งบประมาณอื่นมาดูแลก็จะต้องตัดงบประมาณอื่นๆ ที่จำเป็นกว่าหรือไม่*****โพสต์ทูเดย์ นายกฯ สั่งพลังงานคลัง หาทางลดราคาน้ำมัดีเซล หลังราคาพุ่งกว่าลิตรละ 30 บาท คาดลดเงินนำส่งเข้ากองทุนน้ำมัน บรรเทาผลกระทบประชาชน