เหยื่อถูกเว็บหลอกกดหัวใจในติ๊กต๊อกร้องดีเอสไอเจอเบี้ยวค่าตอบแทน

วันที่ 02 พ.ย. 2563 เวลา 16:05 น.
เหยื่อถูกเว็บหลอกกดหัวใจในติ๊กต๊อกร้องดีเอสไอเจอเบี้ยวค่าตอบแทน
เหยื่อเว็บ tiktok008 ร้องดีเอสไอรับคดีพิเศษ หลังถูกหลอกให้สมัครสมาชิก-กดหัวใจแลกเงิน แต่เจอเบี้ยวค่าตอบแทนรวมเสียหายกว่า 100 ล้าน

เมื่อวันที่ 2 พ.ย. 63 ตัวแทนกลุ่มผู้เสียหาย 40 รายจากการถูกหลอกให้สมัครสมาชิกและกดหัวใจให้กับผู้ใช้บริการแอพพลิเคชั่้น"ติ๊กต๊อก" เดินทางเข้าร้องทุกข์กับร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล ผุ้อำนวยการศูนย์บริหารคดีพิเศษ เพื่อขอให้รับคดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษและขอให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินเว็บไซต์ ชื่อ www.tiktok008.com ที่เปิดรับสมัครสมาชิกให้เข้าไปทำหน้าที่กดหัวใจ แต่ไม่ได้รับค่าตอบแทนตามที่ระบุ

หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนได้รับการชักชวนจากคนรู้จักว่า มีเว็บไซต์ชื่อ Tiktok 008 ต้องการผู้ร่วมงาน แต่จะต้องเสียค่าสมัครสมาชิกตามระดับชั้น ซึ่งมีทั้งหมด 6 ระดับ เริ่มตั้งแต่ 399 บาท ไปจนถึง 91,999 บาท โดยหลังจากสมัครสมาชิกแล้ว ผู้สมัครแล้วจะต้องกดรูปหัวใจผ่านแอพพลิเคชั่นติ๊กตอก 70 หัวใจต่อวัน และจะได้รับค่าตอบแทนหัวใจดวงละ 8 บาท เท่ากับว่าจะได้เงินค่าตอบแทนวันละ 560 บาท หรือเดือนละ 16,800 บาท ตนจึงสมัครเป็นสมาชิกระดับ 3

ต่อมาเมื่อวันที่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้จ่ายค่าสมัครไปอีก 12,999 บาท และเมื่อทำแล้ว ได้ตัดสินใจที่จะถอนเงินคืน แต่ไม่สามารถถอนเงินได้ โดยทางเว็บไซต์แจ้งว่าระบบมีปัญหาเพราะมีคนใช้บริการจำนวนมาก จนกระทั่งวันที่ 22 ต.ค. เว็บไซต์ดังกล่าวก็ปิดตัวลงและหน้าเว็บหายไปจากระบบ จึงรวมกลุ่มกับผู้เสียหายรายอื่นๆ มาร้องดีเอสไอ

ขณะที่ ผู้เสียหายอีกราย กล่าวว่า ช่วงแรกที่สมัครสามารถตนถอนเงินได้ปกติ แต่เมื่อต้นเดือนต.ค.ก็ไม่สามารถถอนเงินได้เช่นกันซึ่งทางเว็บไซต์ชี้แจงว่า ระบบอยู่ระหว่างปรับปรุง แต่ก็ยังจัดโปรโมชั่นลดค่าสมัครลง 20% ทำให้มีคนสมัครเพิ่มมากขึ้น สุดท้ายเว็บไซต์ดังกล่าวก็หายไป รวมมีผู้เสียหายไม่ได้รับเงินมากกว่า 700 คน มูลค่าความเสียหายกว่า 100ล้านบาท

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่า เว็บไซต์ดังกล่าวเปิดตั้งแต่วันที่ 31 ก.ค. ที่ผ่านมา ส่วนเงินค่าสมัครสมาชิกถูกโอนไปยังบัญชีธนาคารต่างๆ 14 บัญชี ของคนจำนวน 9 คน จึงอยากให้ดีเอสไอรับเรื่องนี้เป็นคดีพิเศษและดำเนินคดีกับเว็บไซต์ดังกล่าว

ด้านร.ต.อ.ปิยะ กล่าวว่า เบื้องต้นดีเอสไอจะรับเรื่องไว้พิจารณาตามขั้นตอนว่าคดีเข้าลักษณะเป็นการกู้เงินที่เป็นการฉ้อโกงหรือไม่ ซึ่งหากเข้าข่ายจะเสนออธิบดีดีเอสไอให้สั่งกองสำนักคดีสืบสวนว่าคดีมีความเป็นมาอย่างไร และจะให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำผู้เสียหาย เบื้องต้นกลุ่มผู้เสียหายยืนยันมีผู้เสียหายกว่า 500 คน มูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท แต่วันนี้มีผู้เสียหายแสดงตัวเพียงแค่ 40 คน