ประภัตรชูโคขุนสู้โควิด-19 แก้จน ธกส.พร้อมอนุมัติให้ผู้สนใจทันที

วันที่ 07 ต.ค. 2563 เวลา 20:00 น.
ประภัตรชูโคขุนสู้โควิด-19 แก้จน ธกส.พร้อมอนุมัติให้ผู้สนใจทันที
ขอนแก่น-"ประภัตร"ชูโคขุนสู้วิกฤตโควิด-19 แก้จนให้กลุ่มคนรายได้น้อยกว่า 300,000 ครัวเรือน26 อำเภอ ขณะธกส.พร้อมอนุมัติสินเชื่อให้ผู้ที่สนใจทันที

นายประภัตร โพธสุธน รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมแนวคิดการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับพื้นที่จังหวัดขอนแก่น โดยมี นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น นำ หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และภาคเอกชนตามแผนขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

นายประภัตร กล่าวว่า ขณะนี้คณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ต่างลงพื้นที่เพื่อกำกับ ติดตาม เร่งรัด ช่วยเหลือเยียวยา และขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาระดับพื้นที่โดยเริ่มจากปัญหาที่เป็นความเดือดร้อนเร่งด่วน เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมและรวดเร็วทันเหตุการณ์ โดยเฉพาะในช่วงระยะเวลา 4 เดือนต่อจากนี้ ซึ่งจากการลงพื้นทีที่ จ.ขอนแก่นเป็นจังหวัดแรกตามที่ได้รับมอบหมายรับผิดชอบ จ. ขอนแก่น และ จ.ร้อยเอ็ด พบว่าคณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับจังหวัด ได้มีการประชุมสรุปปัญหาในพื้นที่ อาทิ ภัยแล้ง ที่ดินทำกิน การเลี้ยงปลาในกระชังในอ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ด้านแรงงาน ตลอดจนมีประเด็นการพัฒนาที่สำคัญ คือ การแก้ไขปัญหาความยากจน การเพิ่มผลผลิตปลาในพื้นที่ดินเค็มที่ไม่สามารถทำการเกษตรประเภทอื่นได้

" เราจะร่วมกันทำให้ภาคการเกษตรเป็นอาชีพที่ยั่งยืนโดยเฉพาะด้านปศุสัตว์และการปลูกพืชสำหรับอาหารสัตว์ ที่วันนี้เราจะยกระดับความเป็นอยู่ของเกษตรกรให้ดีขึ้น ซึ่งรัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดำเนินโครงการภายใต้บันทึกความเข้าใจ โครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ และกิจการที่เกี่ยวเนื่องฯ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถภาคปศุสัตว์ไทย ด้วยโครงการโคขุนกู้วิกฤต โควิด-19 ในวงเงินสินเชื่อ 50,000 ล้านบาท ผ่านธนาคาร ธกส. โดยเกษตรกรต้องรวมกลุ่มจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชน อย่างน้อย 7 คน กู้ได้ไม่เกินกลุ่มละ 10 ล้านบาท หรือกู้ 1 ล้านบาท ดอกเบี้ย 100 บาท ซึ่งขณะนี้ที่ขอนแก่นมีเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการและได้รับการอนุมัติสินเชื่อแล้ว 16 ล้านบาทในชุดแรก ซึ่งโคขุนนั้นมีตลาดรองรับโดยมีการประกันราคาหากสัตว์ตาย"

รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวต่ออีกว่า ความต้องการโคเนื้อของต่างประเทศมีมากถึง 500,000 - 1,000,000 ตัวต่อปี ไก่พื้นเมืองโดยเฉพาะตลาดประเทศกัมพูชา ต้องการไม่น้อยกว่า 50,000 ตัวต่อวัน ส่วนแพะมีความต้องการ 200,000 - 300,000 ตัวต่อปี และในปี 2563 คาดว่า ความต้องการบริโภคเนื้อโคของโลกมีมากถึง 60 ล้านตัน เนื้อสุกร 90 ล้านตัน และเนื้อไก่ 98 ล้านตัน ซึ่งความต้องการบริโภคเนื้อสัตว์เพิ่มสูงขึ้น จึงเป็นโอกาสของพี่น้องเกษตรกรได้สร้างรายได้ รวมไปถึงการปลูกพืชสำหรับอาหารสัตว์ คือหญ้าเนเปีย,แหนแดง และกลุ่มถั่วเขียว,ขิงข้าวโพด และมันสำปะหลัง ที่เราจะสนับสนุนและส่งเสริมการเพาะปลูก ไปจนถึงการรับซื้อ และการตลาดทั้งระบบ อีกด้วย