ศาลอาญาคดีทุจริตฯพิพากษาจำคุกโกงสอบนายอำเภอปี52

วันที่ 29 ก.ย. 2563 เวลา 16:32 น.
ศาลอาญาคดีทุจริตฯพิพากษาจำคุกโกงสอบนายอำเภอปี52
ศาลอาญาคดีทุจริตฯ พิพากษาจำคุก 3 ปีไม่รอลงอาญา "อดีต อธิบดีกรมการปกครอง - อดีตผอ.ส่วนกำนันผู้ใหญ่บ้าน" ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ157 ทุจริตการสอบนายอำเภอปี 52 ส่วนผู้เข้าสอบ 103 คน โดนด้วยคุก 2 ปี ปรับ 1.2หมื่นบาท แต่ยังให้รอลงอาญา 2 ปี

เมื่อวันที่ 29 ก.ย.63 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลางถ.นครไชยศรี ศาลอ่านคำพิพากษาคดีทุจริตสอบเข้ารับการศึกษาอบรมหลักสูตรนายอำเภอประจำปี 2552 คดีหมายเลขดำ อท.20,46/2562 ที่พนักงานอัยการ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ อดีตอธิบดีกรมการปกครอง จำเลยที่ 1 , นายสำราญ ตันเรืองศรี อดีต ผ.อ.ส่วนกำนันผู้ใหญ่บ้าน จำเลยที่ 2 , นายครรชิต สลับแสง อดีตเลขานุการกรมการปกครองจำเลยที่ 3 , นายคิม ปรีเปรม อดีตเลขานุการส่วนตัวของนายวงศ์ศักดิ์ เป็นจำเลยที่ 117 กับพวกรวม 119 คน (ในส่วนของจำเลยที่ 19 เสียชีวิตแล้ว)โดยจำเลยที่ 4-119 เป็นผู้สอบเข้าโรงเรียนนายอำเภอ มีนายคิม ปรีเปรม อดีตเลขานุการส่วนตัวของอดีตอธิบดีกรมการปกครอง เป็นจำเลยที่ 117)ในความผิดฐานร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานที่ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด , ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสารหรือดูแลรักหษาเอกสารทำการปลอมเอกสารฯ,ป.อ.มาตรา 162 (1)(4) , ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสารหรือกรอกข้อความลงในเอกสารฯ ซึ่งได้กระทำการด้วยการรับรองอันเป็นเท็จฯ และฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายอาญา (ป.อ.) 157 , 161 , 162 ประกอบมาตรา 83 , 86

โดยคำฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า วันที่ 16 ก.พ.-12 มิ.ย.52 นายวงศ์ศักดิ์ จำเลยที่ 1 ขณะดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครอง และนายสำราญ จำเลยที่ 2 ขณะดำรงตำแหน่ง ผอ.ส่วนกำนันผู้ใหญ่บ้าน สำนักบริหารการปกครองท้องที่ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและทุจริต โดยมีนายครรชิต ขณะดำรงตำแหน่งเลขานุการกรมการปกครองจำเลยที่ 3 และจำเลยอื่นถึงจำเลยที่ 119 ร่วมช่วยเหลือสนับสนุนในการกระทำผิด วางแผนและกระทำการช่วยเหลือผู้เข้าทดสอบคัดเลือกข้าราชการ เข้าอบรมหลักสูตรนายอำเภอ ประจำปีงบประมาณ 2552 จำนวน 150 รายชื่อซึ่งจำเลยที่ 3 นำมาให้ เป็นผู้ผ่านการทดสอบคัดเลือกที่เป็นไปตามคำสั่งของผู้มีอำนาจการเมืองขณะนั้นโดยจำเลยที่ 1 และผู้เป็นคณะกรรมการคัดเลือกข้อสอบอัตนัยได้ทำการคัดเลือกข้อสอบอัตนัย ภาคความรู้ความสามารถทั่วไป ข้อหนึ่ง และคัดเลือกข้อสอบอัตนัย ภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง ซึ่งจำเลยที่ 2 เป็นผู้ออกข้อสอบอีกข้อหนึ่งเพื่อใช้ในการทดสอบคัดเลือกข้าราชการเข้าอบรมหลักสูตรนายอำเภอประจำปีงบประมาณ 2552 เพื่อให้พวกของจำเลยได้เป็นผู้มีหน้าที่ในการตรวจข้อสอบ

ต่อมาเมื่อการทดสอบคัดเลือกเสร็จสิ้น โดยการรู้เห็นสั่งการของจำเลยที่ 1 ได้นำข้อสอบอัตนัยมาเก็บรักษาไว้ตามอำนาจหน้าที่ของตน จากนั้นพวกจำเลยที่ 3 ทำการจัดเรียงลำดับรายชื่อ จำนวน 150 รายชื่อให้เป็นผู้ผ่านการทดสอบเพื่อให้ได้ลำดับและรุ่นที่เข้าอบรมตามความต้องการของผู้มีอำนาจการเมือง โดยมีพวกจำเลยที่จัดทำเอกสารการลงคะแนนวิชาภาคความรู้ความสามารถทั่วไป เป็นผู้ลงนามรับรองคะแนนในฐานะเป็นผู้ตรวจให้คะแนน และจัดทำเอกสารการลงคะแนนวิชาภาคความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่งไปให้จำเลยที่ 2 ซึ่งได้รับมอบหมายให้ตรวจข้อสอบอัตนัยข้อวิชาความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่งที่ตนที่เป็นผู้ออกข้อสอบ ทำการตรวจข้อสอบและกรอกคะแนนที่ได้จากการตรวจข้อสอบลงในเอกสารดังกล่าว แต่จำเลยที่ 2 กลับกระทำโดยมิชอบลงชื่อรับรองเป็นหลักฐานว่าตนเป็นผู้ทำการตรวจข้อสอบในเอกสารการลงคะแนนทั้งที่ตนไม่ได้ทำการตรวจข้อสอบจริงตามที่ได้รับมอบหมายแต่อย่างใด จากนั้นส่งมอบคืนให้พวกจำเลยนำกลับไปใช้กรอกข้อความลงคะแนนเท็จ ช่วยให้ผู้เข้าทดสอบที่มีรายชื่อจำนวน 150 คนจนได้รับการคัดเลือกเข้าอบรมหลักสูตรนายอำเภอประจำปีงบประมาณ 2552 รุ่นที่ 68 , 69 , 70 ตรงตามที่จำเลยที่ 1-2 ได้วางแผนร่วมกับพวกอันเป็นการรับรองเป็นหลักฐานว่าตนได้กระทำการอย่างใดขึ้นอันเป็นเท็จ และรับรองเป็นหลักฐานซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้นมุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นเท็จ ทั้งนี้เพื่อเอื้อประโยชน์แก่ผู้เข้าทำการทดสอบที่มีรายชื่อจำนวน 150 คน ให้ผ่านการคัดเลือกเข้าอบรมหลักสูตรนายอำเภอ

ภายหลังจากมีการประกาศรายชื่อบุคคลผู้ผ่านการทดสอบ และผู้ผ่านการทดสอบอยู่ระหว่างทำการอบรมหลักสูตรนายอำเภอรุ่นที่ 68 , 69 , 70 นั้น จำเลยที่ 1 สั่งการให้นายคิม (เลขานุการส่วนตัวของนายวงศ์ศักดิ์) จำเลยที่ 117 ตัวแทนรุ่นที่ 68 , จำเลยที่ 119 กับจำเลยที่ 76 ตัวแทนรุ่นที่ 69 และจำเลยที่ 103 ตัวแทนรุ่นที่ 70 มารับตัวอย่างคำตอบข้อสอบอัตนัยวิชาความรู้ความสามารถทั่วไปและวิชาความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง จำนวนหลายแบบ พร้อมสมุดกระดาษคำตอบเปล่าที่เหลือจากการทดสอบ จากพวกจำเลยเพื่อนำไปให้ผู้ที่เข้าศึกษาอบรมในรุ่นที่ 68 , 69 , 70 ที่อยู่ในรายชื่อที่ได้รับการช่วยเหลือให้ผ่านการทดสอบจำนวน 150 รายชื่อ ทำการเขียนคำตอบขึ้นใหม่ลงในสมุดกระดาษคำตอบเปล่า โดยจำเลยที่ 117 ได้นำกลับไปให้จำเลยที่ 118 และจำเลยที่ 4 - 49 ซึ่งขณะนั้นอยู่ระหว่างศึกษาอบรมหลักสูตรนายอำเภอรุ่นที่ 68 ทำการเขียนคำตอบตามแบบตัวอย่างที่รับมาลงในสมุดกระดาษคำตอบเปล่า ส่วนจำเลยที่ 119 กับจำเลยที่ 76 ได้นำกลับไปให้จำเลยที่ 50 - 75 และจำเลยที่ 77 - 88 รวมถึงตัวจำเลยที่ 119 กับจำเลยที่ 76 ซึ่งขณะนั้นอยู่ระหว่างการศึกษาอบรมหลักสูตรนายอำเภอรุ่นที่ 69 ทำการเขียนคำตอบตามแบบตัวอย่าง ที่รับมาลงในกระดาษคำตอบเปล่า ส่วนจำเลยที่ 103 ได้นำกลับไปให้จำเลยที่ 89 - 102 และจำเลยที่ 104 - 116 และนายชูชีพ มหโชค ซึ่งยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง รวมถึงตนเองซึ่งขณะนั้นอยู่ระหว่างการศึกษาอบรมหลักสูตรนายอำเภอรุ่นที่ 70 ทำการเขียนคำตอบตามแบบตัวอย่างที่รับมาลงในกระดาษ คำตอบเปล่าด้วยเช่นกัน

จากนั้นนายคิม เลขานุการส่วนตัวของนายวงศ์ศักดิ์ จำเลยที่ 117 , จำเลยที่ 76 , จำเลยที่ 103 ได้ทำการรวบรวมกระดาษคำตอบซึ่งเขียนขึ้นใหม่ดังกล่าว มามอบให้แก่พวกจำเลย อาศัยโอกาสที่ตนเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ดูแล รักษาเอกสารกระดาษสมุดคำตอบด้วยความรู้เห็นสั่งการของจำเลยที่ 1 ได้กระทำการปลอมเอกสารกระดาษคำตอบโดยนำกระดาษคำตอบต้นฉบับจริงที่ได้จากการทดสอบออกจากปกสมุดคำตอบ แล้วนำกระดาษคำตอบที่เขียนคำตอบขึ้นใหม่ซึ่งรับมาจากจำเลยที่ 117 และจำเลยที่ 76 กับจำเลยที่ 103 มาใส่แทนที่กระดาษคำตอบต้นฉบับจริง ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ที่มาตรวจสอบสมุดคำตอบหรือผู้ที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบข้อทุจริตการสอบ เชื่อว่าสมุดคำตอบเป็นสมุดคำตอบที่แท้จริงที่ทำขึ้นโดยจำเลยที่ 4 - 119 และนายชูชีพ มหโชค ในขณะที่มีการทดสอบจริงอันเป็นการปลอมเอกสารสมุดคำตอบโดยมิชอบต่อกฎหมาย

การกระทำของจำเลยที่ 1 - 2 และพวก เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและทุจริต ตลอดจนปลอมแปลงเอกสารและทำเอกสารหลักฐานอันเป็นเท็จเป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย แก่กรมการปกครองและบุคคลอื่นที่เข้าทำการทดสอบแต่ไม่ผ่านการคัดเลือกเข้าศึกษาอบรมหลักสูตรนายอำเภอประจำปีงบประมาณ 2552 รวมถึงบุคคลอื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยมีจำเลยที่ 3 - 119 และนายชูชีพ มหโชค (ที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง) ซึ่งไม่ใช่เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด เหตุเกิดที่ กรมการปกครอง แขวงราชบพิธ เขตพระนคร และเขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร , ค่ายธนะรัชต์ ต.เขาน้อย อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ , วิทยาลัยการปกครอง อ.ธัญบุรีจังหวัดปทุมธานี , ค่ายลูกเสือวชิราวุธ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เกี่ยวพันกัน

โดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานเเล้ว มีคำพิพากษาว่า นายวงศ์ศักดิ์ อดีตอธิบดีกรมการปกครอง จำเลยที่ 1 มีความผิดตาม ป.อ.มาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานที่ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด , ป.อ.มาตรา 161 ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสารหรือดูแลรักหษาเอกสารทำการปลอมเอกสารฯ,ป.อ.มาตรา 162 (1)(4) ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสารหรือกรอกข้อความลงในเอกสารฯซึ่งได้กระทำการด้วยการรับรองอันเป็นเท็จฯ ให้ลงโทษตามมาตรา 157 ซึ่งเป็นบทหนักสุด ให้จำคุก 3 ปี โดยไม่รอการลงโทษ

สำหรับนายสำราญ อดีต ผอ.ส่วนกำนันผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าทีรัฐสังกัดกรมการปกครอง จำเลยที่2 ผิดตามป.อ. มาตรา 157,162(1)(4) ให้ลงโทษตามมาตรา157ที่เป็นบทหนักสุด จำคุก 3 ปี โดยไม่รอการลงโทษเช่นกัน

ส่วนนายครรชิต อดีตเลขานุการกรมฯ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐสังกัดกรมการปกครอง จำเลยที่3 ผิดตามป.อ.มาตรา 157,162(1)(4) ประกอบมาตรา 86 ฐานเป็นผู้สนับสนุนให้กระทำความผิด จึงให้จำคุก 2 ปีโดยไม่รอการลงโทษ ฐานสนับสนุน ตาม มาตรา157, 86

กลุ่มประธานรุ่นและเลขารุ่นที่ไปช่วยเปลี่ยนข้อสอบ ซึ่งประกอบด้วย จำเลยที่ 48,76,103,117,119 พิพากษาลงโทษฐานเป็นผู้สนับสนุนให้กระทำความผิดตามป.อ.มาตรา 157,162(1)(4) ประกอบมาตรา 86 ให้จำคุกคนละ 2 ปี ไม่รอการลงโทษ ฐานสนับสนุนตามมาตรา 157 ,86 อันเป็นบทหนักสุด

และกลุ่มผู้เข้าสอบที่ไม่ยอมรับว่ามีการเขียนข้อสอบใหม่ รวม 103 คน ประกอบด้วย จำเลยที่ 4-6,8-18,20-39,41-47,49-72,74-75,78-79,81-102,104,106-116,118 มีความผิดตามฐานเป็นผู้สนับสนุนกระทำความผิดตามป.อ.มาตรา 157 ,161 ประกอบมาตรา 86 ให้ลงโทษฐานเป็นผู้สนันสนุนกระทำความผิดตามมาตรา 157 ประกอบ 86 จำคุกคนละ 2 ปี และปรับคนละ 12,000 บาท โดยโทษจำคุกนั้น ให้รอการลงโทษไว้กำหนดคงละ 2 ปี และพิพากษายกฟ้อง จำเลยที่ 7,37,40,73,77,80,105 ที่เป็นผู้เข้าสอบนั้นพยานหลักฐานยังฟังไม่ได้ว่ากระทำความผิด