อัยการ สั่งฟ้อง "บอส อยู่วิทยา" 2 ข้อหา เสพโคเคน-ขับรถประมาท

วันที่ 18 ก.ย. 2563 เวลา 17:06 น.
อัยการ สั่งฟ้อง "บอส อยู่วิทยา" 2 ข้อหา เสพโคเคน-ขับรถประมาท
"คณะทำงานอัยการ" อสส. แจ้ง 2 ข้อหา“บอส อยู่วิทยา”เสพโคเคน-ขับรถประมาท”คดีขาดอายุความกย.65-กย. 70 เผยใช้หลักฐานใหม่นอกสำนวนของ 2 ผู้เชี่ยวชาญคำนวณความเร็วเฟอรารี่ ส่งหลักฐานให้สตช.ประสานอินเตอร์โพลส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน

เมื่อวันที่ 18 ก.ย. ที่ห้องประชุม 301 สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.แจ้งวัฒนะ นายอิทธิพร แก้วทิพย์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญา พร้อมนายชาญชัย ชลานนท์นิวัฒน์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญาและ นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ในฐานะคณะทำงานพิจารณาสำนวนคดีนายวรยุทธ หรือ บอส อยู่วิทยา ผู้ต้องหาคดีเมาแล้วขับแถลงความคืบหน้าการพิจารณาสั่งคดีของพนักงานอัยการ

นายอิทธิพร กล่าวว่า ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะทำงานตามคำสั่ง ที่ พิเศษ/2563 ลงวันที่ 26 กรกฎาคม 2563 ซึ่งมีนายสมศักดิ์ ติยะวานิช รองอัยการสูงสุด เป็นหัวหน้าคณะทำงาน กรณีนายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด มีคำสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ผู้ต้องหา ในข้อหา ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนผู้อื่นถึงแก่ความตาย และต่อมา พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ รอง ผบ.ตร. ไม่แย้งคำสั่งดังกล่าว เป็นผลให้คำสั่งไม่ฟ้องเสร็จเด็ดขาด ตาม ป.วิอาญา มาตรา 145/1 ซึ่งคณะทำงานฯได้เสนอความเห็นไปยังอัยการสูงสุดว่า แม้คดีดังกล่าวจะมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องแล้ว แต่ปรากฏข้อเท็จจริงทางคดีว่าผู้ต้องหาได้เสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2 (โคคาอีน) แต่ยังไม่มีการดำเนินคดีใด ๆ กับผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวว

นายอิทธิพร กล่าวว่า นอกจากนี้ยังปรากฏข้อเท็จจริงซึ่งอาจเป็นพยานหลักฐานใหม่และเป็นพยานสำคัญ ที่จะพิสูจน์ให้ศาลลงโทษผู้ต้องหาได้ในประเด็นขับรถชนคนโดยประมาท ซึ่งตามความเห็นของผู้เชี่ยวชาญทั้ง 2 คน คือ นายสธน วิจารณ์วรรณลักษณ์ ที่ได้คำนวณความเร็วของรถเฟอราลี่ขณะเกิดเหตุ 110-145 กิโลเมตร/ชั่วโมง และนายสามารถ ราชพลสิทธิ์ คำนวณความเร็วได้ที่ 160-190 กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งรับฟังได้ว่านายวรยุทธ ขับรถด้วยความเร็วเกิน 110 กิโลเมตร/ชั่วโมงแน่นอน อีกทั้งพยานทั้ง 2 คนก็ไม่ได้อยู่ในสำนวนมาก่อนจึงถือเป็นหลักฐานใหม่ คณะทำงานฯพิจารณาสำนวนพร้อมผลสอบสวนเพิ่มเติมแล้วจึงมีเอกฉันท์ ว่า หลักฐานใหม่และเป็นพยานสำคัญในคดีซึ่งน่าจะทำให้ศาลลงโทษผู้ต้องหาได้จึงสั่งฟ้องใน 2 ข้อหา คือ ขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้เฉี่ยวชนผู้อื่นถึงแก่ความตายตาม ป.อาญา มาตรา 291โดยแจ้งให้พนักงานสอบสวนนำผู้ต้องหามาเพื่อฟ้องต่อไป โดยคดีดังกล่าวมีอายุความ 15 ปี คดีขาดอายุความ 3 ก.ย.2570 และคดีเสพโคเคนเสพยาเสพติดให้โทษ ประเภทที่ 2 โดยคดีมีอายุความ 10 ปี และคดีจะขาดอายุความ ในวันที่ 3 ก.ย. 2565

นายประยุทธ ชี้แจงว่าการพิจารณาสั่งฟ้องผู้ต้องหาใน 2 คดี ไม่ใช่เป็นการกลับคำสั่งฟ้องของนายเนตร นาคสุข รองอสส.เนื่องจากคำสั่งของนายเนตร ก็ถือเป็นคำสั่งที่ชอบโดยกฎหมายในช่วงขณะที่มีหลักฐานปรากฏอยู่ในสำนวนคดีแค่นั้น แต่การสั่งฟ้องของคณะทำงานฯชุดนี้ เนื่องจากปรากฏหลักฐานใหม่ โดยเฉพาะความเร็วของรถ และไม่ได้นำคำให้การหรือหลักฐานของ พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ แตงจั่น มาพิจารณา เพราะพบว่ามีการเปลี่ยนความเร็วรถในครั้งแรกและครั้งที่สอง จาก 177 กิโลเมตร/ชั่วโมง เหลือ 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง

“ สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ทางอัยการจะแจ้งไปยังพนักงานสอบสวนให้นำตัวนายวรยุทธ มาส่งฟ้อง หากปรากฏหลักฐานว่านายวรยุทธ ไม่ได้อยู่ในประเทศไทย หรือพักอาศัยอยู่ในต่างประเทศ จะต้องมีพิกัดชัดเจน โดยตำรวจจะต้องแจ้งมายังอัยการเพื่อขอตัวส่งผู้ร้ายข้ามแดน รวมทั้งประสานตำรวจอินเตอร์โพลให้จับกุมใหม่ เนื่องจากหมายจับเดิมใช้ไม่ได้แล้ว โดยพนักงานสอบสวนจะต้องทำคำร้องเข้าใหม่ เพื่ออัยการจะได้ส่งคำร้องได้ถูก อย่างไรก็ตามข้อมูลของนายวรยุทธ พบล่าสุดในปี 62 โดยมีผู้แจ้งเข้ามาว่า พบบุคคลที่มีลักษณะคล้ายนายวรยุทธ ที่เมืองมอลทรีออล ประเทศแคนาด จึงได้ประสานไปยังตำรวจแคนาดา แต่ตำรวจแคนาดาแจ้งว่า ไม่มีประวัติและรายชื่อของนายวรยุทธเข้าเมือง” นายประยุทธ กล่าว

บทความแนะนำ