สพฐ.ขอนักเรียน-ครูปรับตัวยุคโควิด-19 รับหลักสูตรใหม่เน้นการศึกษาเท่าเทียม

วันที่ 16 ก.ค. 2563 เวลา 18:05 น.
สพฐ.ขอนักเรียน-ครูปรับตัวยุคโควิด-19 รับหลักสูตรใหม่เน้นการศึกษาเท่าเทียม
สพฐ.ปรับตัวยุคโควิด-19ชู"การศึกษายุคดิจิทัล"สร้างโอกาสทางการศึกษาเด็กไทยเท่าเทียมขอนักเรียน-ครูเรียนรู้ปรับตัวกับหลักสูตรใหม่

เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 63 ดร.อำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าว่าปีนี้ สพฐ. ก้าวสู่ปีที่ 18 เมื่อวันที่ 7ก.ค.63 แต่เนื่องจากเกิดโรคไวรัสโควิด-19 จึงไม่ได้มีการจัดกิจกรรมวันครบรอบขึ้น อย่างไรก็ตามยอมรับว่าบุคลากรครูและนักเรียนกำลังอยู่ในโลกที่มีการเปลี่ยนผ่าน เพื่อเข้าสู่การปรับตัวไปสู่ยุคดิจิทัล โดยการศึกษาทุกวันนี้ยังไม่ตอบโจทย์ที่จะทำให้เด็กไทยมีความพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคปัจจุบันเท่าที่ควร ดังนั้นการศึกษายุคนี้ต้องหาจุดที่จะพัฒนาเด็กไทยให้ไปสู่โลกดิจิทัล หรือ การศึกษาศตวรรษที่ 21ให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนให้เป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะ ซึ่งขอให้นักเรียนและครูทุกคนได้ปรับตัวกับการใช้หลักสูตรใหม่ เพราะหลักสูตรฐานสมรรถนะจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ค้นพบศักยภาพของเด็กไทยมากขึ้น

นอกจากนี้ครูจะต้องมีส่วนสำคัญในการพัฒนาและปรับตัวไปกับการเปลี่ยนแปลงหลักสูตรใหม่ ซึ่งครูจะต้องมีความรู้ความสามารถด้านเทคโนโลยีและภาษาอังกฤษ เนื่องจาก นายณัฏฐพล ทีปสุวรรรณ รมว.ศึกษาธิการ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาครูและผู้บริหารในเรื่องเทคโนโลยีและภาษาอังกฤษเป็นอย่างมาก รวมถึง สพฐ. จะต้องพัฒนาครูในประเด็นนี้ตามนโยบายของ รมว.ศึกษาธิการ อย่างก้าวกระโดด ขณะนี้ สพฐ.ได้จัดตั้งศูนย์พัฒนาบุคลากรเพื่อความเป็นเลิศระดับเขตพื้นที่ขึ้น โดยศูนย์แห่งนี้จะทำหน้าที่ทดสอบและอบรมครูให้สอดรับกับความรู้ยุคดิจิทัล เช่น ภาษาอังกฤษ และเรื่องเทคโนโลยี เป็นต้น เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพต่อการเพิ่มผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนในอนาคต

"สพฐ. มีบุคลากรครู ผู้บริหาร และลูกจ้างรวมกว่า 500,000 คน ซึ่งทุกคนอยู่เป็นครอบครัวเดียวกันภายใต้บ้านหลังนี้ จนทำให้งานของ สพฐ. มีการขับเคลื่อนอย่างก้าวกระโดด และนำไปสู่การสร้างโอกาสทางการศึกษา เนื่องจากขณะนี้สังคมคาดหวังในการทำงานของเราอย่างมาก ดังนั้นขอให้บุคลากร สพฐ. ทุกคนจงมุ่งมั่นสร้างบ้านหลังนี้ให้มีความแข็งแรงต่อไปด้วยมิติใหม่การศึกษายุคดิจิทัล สู่ปีที่18 เพื่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของเด็กไทยอย่างเท่าเทียม" ดร.อำนาจ กล่าว