posttoday
คณบดีแพทย์ศิริราชวิเคราะห์สถานการณ์โควิด ไทยยังเสี่ยงเจอระบาดรอบ2!

คณบดีแพทย์ศิริราชวิเคราะห์สถานการณ์โควิด ไทยยังเสี่ยงเจอระบาดรอบ2!

23 มิถุนายน 2563

คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชเผยไทยมีความเสี่ยงเกิดระบาดระลอก2 ชี้คนไทยยังมีภูมิคุ้มกันน้อย ฉะนั้นห้ามการ์ดตก อย่าประมาทเด็ดขาด ต้องป้องกันการแพร่เชื้อเข้มข้น

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 63 ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล แถลงผ่านเฟซบุ๊ก "sirirajpr" สรุปสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จากทั่วโลก และสิ่งที่ประเทศไทยต้องทำ เพื่อให้เกิดสมดุลเรื่องสุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคม โดยมีเนื้อหาน่าสนใจสรุปได้ดังนี้

-องค์การอนามัยโลก ประกาศเตือนการเข้าสู่ช่วงเวลาใหม่และอันตรายของเชื้อโควิด-19 หรือการระบาดระลอก 2 เนื่องจากแต่ละวันตัวเลขผู้ป่วยเพิ่มขึ้น

-อัตราการติดเชื้อในผู้ป่วยใหม่และเสียชีวิตเพิ่มขึ้นในประเทศที่เคยควบคุมได้ดี เช่น กรณีกรุงปักกิ่ง กรุงโซล โดยช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่า 81 ประเทศมีอุบัติใหม่ต่อวันเพิ่มสูงขึ้น มีเพียง 36 ประเทศที่ลดลง

-ตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่ทั่วโลกมีอัตราเพิ่มขึ้น อย่างวันที่ 12 มิ.ย. ป่วยเพิ่มขึ้น 1.37 แสนราย วันที่ 20 มิ.ย. ขึ้นไปที่ 1.8 แสนรายใน 1 วัน เมื่อดูย้อนหลัง อุบัติการณ์ก็มากขึ้นเรื่อยๆ

-กลุ่มประเทศที่มีการเปิดประเทศผ่อนคลายเร็วเกินไปและเกิดการก้าวกระโดดของผู้ป่วยใหม่และอัตราเสียชีวิต เช่น สหรัฐฯและบราซิล

รูปแบบการกลับมาระบาดระลอกใหม่ มี 3 รูปแบบ คือ

รูปแบบที่ 1 การระบาดเป็นคลื่นลูกเล็กๆต่อเนื่องกันไป คือ ระบาดรอบแรกสูง พอเริ่มลดลง เข้าสู่การผ่อนคลาย แต่เกิดการติดเชื้อขึ้นมาใหม่ เมื่อรัฐบาลจัดการทันทีได้ โดยเฉพาะการค้นหาผู้เสี่ยงติดเชื้อและแพร่เชื้อ ก็จะควบคุมเฉพาะจุด ทำให้ธุรกิจส่วนใหญ่ยังดำเนินการได้ เศรษฐกิจประเทศจะไปต่อได้ ประชาชนออกจากบ้านไปร่วมกิจกรรมได้ แต่ต้องลดความเสี่ยงแพร่กระจายเชื้อ

-จะเกิดภาพนี้ได้ ผู้ประกอบการและประชาชนต้องให้ความร่วมมือด้วย ที่สำคัญผู้ป่วยจะไม่เกินศักยภาพการดูแล อัตราการเสียชีวิตจะต่ำ ค่าใช้จ่ายดูแลสุขภาพไม่สูง หากประเทศไทยจะมีการระบาดรอบใหม่ขึ้นจริง ก็ขอให้เป็นภาพเช่นนี้

-ประเทศไทยกำลังเข้าสู่การผ่อนคลายระยะที่ 5 คนส่วนใหญ่จะไม่ค่อยอยู่บ้าน แม้การออกมานอกบ้านมีส่วนให้เศรษฐกิจประเทศดีขึ้น แต่ก็มีความเสี่ยงในการแพร่ระบาดเชื้อได้ ฉะนั้นต้องร่วมมือ เว้นระยะห่าง ล้างมือ ใส่หน้ากาก และการใช้แอพพลิเคชันไทยชนะ เช็กอินเช็กเอาต์ ซึ่งจะช่วยติดตามกลุ่มเสี่ยงได้ชัดเจน จะจำกัดวงระบาดได้

คณบดีแพทย์ศิริราชวิเคราะห์สถานการณ์โควิด ไทยยังเสี่ยงเจอระบาดรอบ2!

รูปแบบที่ 2 การระบาดเป็นยอดเขาและหุบเขา คือ รอบแรกเกิดขึ้นมาสูง หลังผ่อนคลายก็เกิดติดเชื้อขึ้นมาใหม่ใกล้เคียงกับครั้งแรก แปลว่ามาตรการควบคุมจะกลับมาเข้มงวด เศรษฐกิจ ธุรกิจต่างๆ ก็ไม่สามารถทำได้ การฟื้นตัวเศรษฐกิจก็จะช้า การเจ็บป่วยกลับมาเยอะ ค่าใช้จ่ายในการรักษาก็จะสูงขึ้น โอกาสเสี่ยงเสียชีวิตก็จะมากขึ้นตามจำนวนการป่วย

รูปแบบที่ 3 เป็นการระบาดที่ไม่อยากให้เกิด คือ รอบแรกเจ็บป่วยเสียชีวิตสูง แต่ครั้งที่ 2 เจ็บป่วยและเสียชีวิตสูงขึ้นกว่าครั้งแรกมากมาย แต่เชื่อว่าจะไม่เกิดแบบนี้ในโลกปัจจุบันจากบทเรียนในอดีต

คณบดีแพทย์ศิริราชวิเคราะห์สถานการณ์โควิด ไทยยังเสี่ยงเจอระบาดรอบ2!

ปัจจัยที่ทำให้โควิดแต่ละประเทศมีความรุนแรงมากน้อยต่างกัน คือ

1.คน ทั้งวัฒนธรรม ความคิด ความเชื่อ พฤติกรรม วินัย สิ่งต่างๆ เป็นปัจจัยสำคัญ เชื่อว่าทำให้ไทยและภูมิภาคแถวนี้จะจัดการได้ค่อนข้างดี

2.การบริหารจัดการ จังหวะการตัดสินใจ ดูความสมดุลสุขภาพเศรษฐกิจสังคม ไม่ให้ด้านใดด้านหนึ่งมากไปจนด้านอื่นเสียหาย แต่เริ่มต้นต้องให้ความสำคัญสุขภาพก่อน หากสุขภาพดีขึ้น เศรษฐกิจจะดี สังคมจะดีขึ้น หากสุขภาพแย่ จำนวนคนไข้ใหม่เพิ่มขึ้นทุกวัน คนในประเทศคงไม่มีความสุขใจ การประกอบอาชีพต่างๆก็ลำบาก

3.เทคโนโลยี ทั้งการตรวจ สืบสวนติดตาม การรักษาพยาบาล พัฒนาวัคซีน

4.สถานการณ์ในประเทศต่างๆ ประเทศไทยไม่สามารถแยกตัวจากประเทศอื่น หากรอบประเทศยังมีการติดเชื้อ ก็มีโอกาสหลุดเข้ามาและแพร่ระบาดในไทยได้

5.ต้องติดตามว่า ไวรัสจะมีการกลายพันธุ์ก่อให้เกิดผลกระทบการเสียชีวิตที่ชัดเจนแตกต่างจากก่อนหน้านี้หรือไม่

คณบดีแพทย์ศิริราชวิเคราะห์สถานการณ์โควิด ไทยยังเสี่ยงเจอระบาดรอบ2!

-ประเทศไทยต้องการอยู่ในสมดุลสุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคม หากคน 3 กลุ่ม คือ รัฐบาล ผู้ประกอบการ และผู้รับบริการ มีความสมดุลก็จะอยู่ในจุดสมดุลได้

-รัฐบาลต้องกำหนดนโยบาย ออกมาตรการควบคุมให้ปลอดภัยจากโรค

-ผู้ประกอบการนำมาตรการไปทำ ซึ่งจากการติดตามช่วงผ่อนคลาย 4 ระยะ ส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือดีมาก แต่ระยะหลังเริ่มคลายลง

-ผู้รับบริการ คนไทยทำได้ดีมากใน 3-4 เดือนที่ผ่านมา แต่คนเริ่มวางใจว่า คงไม่มีผู้ป่วยใหม่ในประเทศ จึงเริ่มไม่ใส่หน้ากาก ไม่จัดระยะห่าง ซึ่งการผ่อนคลายไปนิดเดียวอาจเกิดระบาดรอบใหม่ขึ้นมาได้

-การที่เจอเพียงแต่ผู้ป่วยที่กลับมาจากต่างประเทศ ไม่ได้สื่อว่าประเทศไทยปลอดภัยจากเชื้อ เพราะมีโอกาสจะมีอะไรเกิดขึ้นในที่ใดที่หนึ่งได้ เช่น เกาหลีใต้ เจอในธุรกิจขายส่ง เยอรมนี เกิดในโรงงานชำแหละเนื้อสัตว์ หรือตลาดทางตอนใต้ปักกิ่งติดเชื้อและแพร่กระจาย

-เชื่อว่าคนไทยมีภูมิคุ้มกันต่อโรคโควิด-19 น้อยมาก ที่ศิริราชมีการศึกษาภูมิคุ้มกันของนักศึกษาแพทย์ พบว่าไม่มี ส่วน รพ.รามาธิบดี ศึกษาภูมิคุ้มกันของบุคลากรที่ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 พบว่า มีภูมิคุ้มกันแค่ 3% ไทยมีผู้ป่วยติดเชื้อแค่ 3 พันกว่าคน เชื่อว่าสังคมไทยโดยภาพรวมเชื่อว่ามีภูมิคุ้มกันโรคนี้น้อยมาก

-หากมีการหลุดของเชื้อจากต่างประเทศเข้ามา จะทำให้เกิดการแพร่กระจายกลับมาอีก เราจำเป็นต้องร่วมมือกันป้องกันการแพร่เชื้อจนกว่าจะมีวัคซีน ดังนั้น ขอว่าอย่าการ์ดตก หากพลาดแค่นิดเดียว วันเดียว สถานการณ์จะเปลี่ยน สิ่งที่เราพยายามสร้างสมดุลสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคมจะเสียไป

ข่าวล่าสุด

ทรู ผนึก มศว ปั้นแพลตฟอร์ม EdTech ติวเข้ม รร.สาธิต พร้อมอัปสกิลครูด้วย True AI Hub

ทรู ผนึก มศว ปั้นแพลตฟอร์ม EdTech ติวเข้ม รร.สาธิต พร้อมอัปสกิลครูด้วย True AI Hub