เกษตรกรขอชะลอแบนสารพาราควอต-คลอร์ไพริฟอสเหตุไม่พร้อมบังคับใช้กระทันหัน

วันที่ 11 มิ.ย. 2563 เวลา 12:08 น.
เกษตรกรขอชะลอแบนสารพาราควอต-คลอร์ไพริฟอสเหตุไม่พร้อมบังคับใช้กระทันหัน
กลุ่มเกษตรกร วอน รัฐบาล ชะลอการประกาศแบนสารพาราควต-คลอร์ไพริฟอส เหตุยังปรับตัวไม่ทัน เพราะบังคับใช้กระทันหัน

นายกฤษฎา อินทามระ ผู้รับมอบอำนาจฟ้องคดี และนายสุกรรณ์ สังข์วรรณะ กับพวก ซึ่งเป็นกลุ่มเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ จากคำสั่งของกระทรวงอุตสาหกรรมที่ให้แบนสารพาราควอต และ คลอร์ไพริฟอส เดินทางมายังศาลปกครอง เพื่อยื่นฟ้อง 1.กระทรวงอุตสาหกรรม 2.รัฐมนตรีอุตสาหกรรม 3.คณะกรรมการวัตถุอันตราย 4.กรมวิชาการเกษตร และขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวหรือคำสั่งทุเลาการบังคับ

นายกฤษฎา กล่าวว่า ประกาศฉบับนี้มีผลเมื่อวันที่ 1 มิ.ย.63 ซึ่งก่อนหน้านี้ ได้ยื่นฟ้องศาลขอให้เพิกถอนคำสั่งของกระทรวงอุตสาหกรรม ไว้แล้ววันนั้นจึงมีการมายื่นขอคุ้มครองชั่วคราวด้วย แต่ศาลฯมีคำสั่งไม่รับคำร้องขอคุ้มครอง แต่ในคำฟ้องปรากฏว่า ศาลฯกำลังพิจารณา เมื่อเป็นเช่นนี้ ตนจึงได้รับมอบหมายมายื่นคำร้องอีกครั้ง โดยอาศัยลักษณะถึงแม้จะมีผู้ฟ้องเป็นบางส่วน แต่ฟ้องเพื่อประโยชน์สาธารณะ คือเพื่อเกษตรกรจำนวนมาก แต่หลังจากมีประกาศแล้วมีผลบังคับ สภาอุตสาหรกรรมได้ตั้งกรรมการวิเคราะห์ผลกระทบของการแบนสารเหล่านี้ผลปรากฏว่าได้สร้างความเสียหายให้กับภาคเกษตรกรรมอุตสาหกรรม รวมถึงผู้บริโภคเป็นจำนวนมาก จึงมีความจำเป็นต้องแสดงให้ศาลฯเห็นถึงความเดือดร้อนจากประกาศฉบับดังกล่าว สิ่งที่กลุ่มผู้ได้รับผลกระทบต้องการคือผ่อนปรนให้ใช่สารเหล่านี้ไปพลางก่อน เพราะยังไม่มีสารใดมาทดแทนได้ โดยเฉพาะเกษตรกรที่ไม่อาจปรับตัวได้ทัน

ด้านนายสุกรรณ์ กล่าวว่า วันนี้ สมาคมเกษตรปลอดภัย เกษตรกรผู้ร้องทุกข์ และตัวแทนครอบครัวเกษตรกร จำนวน 50 ราย เดินทางมาศาลปกครอง เพื่อขอให้พิจารณาคำร้องมาตรการบรรเทาทุกข์ชั่วคราว กรณีแบนสารดังกล่าว เนื่องจากเกษตรกร ร้านค้า และผู้ที่เกี่ยวข้อง เดือดร้อนจากการประกาศยกเลิกใช้สารพาราควอต

ทั้งนี้ ประเด็นปัญหาที่ต้องเร่งพิจารณาเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร คือ

1.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เดินสายให้กรมวิชาการเกษตรแต่ละจังหวัด ออกตรวจทั้งเกษตรกร ร้านค้า ไม่สามารถใช้หรือขายได้ ถ้าจับได้มีโทษ ติดคุกไม่เกิน10ปี หรือปรับไม่เกิน1ล้านบาท

2.กรมวิชาการเกษตร ยืนยันต่อเกษตรกรในเบื้องต้นแล้วว่ายังไม่สามารถทดแทนมีประสิทธิภาพ

3.ฤดูกาลผลิตของอุตสาหกรรมพืชไร่ และพืชผล เริ่มต้นขึ้นแล้ว หากยังไม่มีแนวทางชัดเจนจะเป็นปัญหาต่อภาคการผลิตและการส่งออก

4.กระทรวงสาธารณสุขต้องระงับการรับเข้าเกษตรที่มีการใช้พาราควอตและคลอไพริฟอส หากกระทรวงไม่ถือว่าละเว้นในการปฎิบัติหน้าที่และไม่ห่วงใยสุขภาพของประชาชนคนไทย และจะถือว่าเอื้อนายทุนเพียงกลุ่มเดียว