กลาโหมแจงขอติดตามตำแหน่งมือถือประชาชนเป็นเพียงข้อเสนอเพื่อป้องกันโรค

วันที่ 08 มิ.ย. 2563 เวลา 18:38 น.
กลาโหมแจงขอติดตามตำแหน่งมือถือประชาชนเป็นเพียงข้อเสนอเพื่อป้องกันโรค
กระทรวงกลาโหมแจงปมขอติดตามตำแหน่งสัญญาณมือถือประชาชนเป็นเพียงข้อเสนอเพื่อป้องกันโรคจากการประชุมระดมความเห็น ชี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเป็นผู้ดำเนินการ ไม่เกี่ยวกับกลาโหม

พลเอก รักศักดิ์ โรจน์พิมพ์พันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน (ผอ.สนผ.) กระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่มีการเผยแพร่เอกสารของ สำนักนโยบายและแผนกลาโหม ที่มีเนื้อหาระบุ การขอข้อมูลโทรศัพท์เคลื่อนที่ในการสนับสนุนการควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ว่า เอกสารนี้ เป็นเอกสารฉบับจริง แต่เพื่อเป็นประโยชน์ในการสอบสวนโรค

"เราได้มีการพูดคุยในที่ประชุมวงเล็ก โดยเรียกฝ่ายทางเทคนิคของกระทรวงกลาโหม มาสอบถามว่า สามารถเป็นไปได้หรือไม่ที่จะขอติดตามสัญญาณโทรศัพท์ ของผู้ติดเชื้อโควิด19 และ ผู้ใกล้ชิดทั้งหมด โดยที่ประชุมได้ยกตัวอย่าง กรณีสนามมวย ที่มีคนเข้าร่วมชมมวย 2,800 คน แต่จากการสอบถามกรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุข สามารถติดตามมาได้เพียง 800 คน ส่วนที่เหลือไม่ยอมมาตรวจและไม่สามารถติดตามตัวได้

"ทั้งนี้ หากเรารู้ข้อมูลสัญญาณโทรศัพท์ ทั้ง 2,800 คน ที่อยู่ในสนามมวย เราก็จะสามารถ ส่งข้อความไปแจ้งเตือนได้ทันที เราจึง เชิญผู้ประกอบการค่ายมือถือทั้ง 5 ค่าย โดยมี สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ( กสทช.) และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้ามาควบคุมอีกชั้นหนึ่ง โดยการทำโปรแกรมกรมดังกล่าว ซึ่งกรมควบคุมโรคของกระทรวงสาธารณสุขจะเป็นผู้ดำเนินการ"

ในส่วนของกระทรวงกลาโหมถือว่าเป็นความหวังดี ที่บูรณาการจัดการประชุมร่วมกันเพื่อหารือถึงความเป็นไปได้ จนได้ข้อสรุปว่าสามารถทำได้ จึงดำเนินการทำหนังสือแจ้งไป เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการสอบสวนโรค

ส่วนการที่หลายฝ่ายมองว่าเป็นการละเมิดสิทธิ พลเอกรักศักดิ์ กล่าวว่า กระทรวงกลาโหม ไม่ได้นำข้อมูลของประชาชนไปทำอะไร เป็นเพียงการระดมความคิดเห็น เพื่อหาแนวทางการป้องกันการระบาดของโรค

"ที่สำคัญโปรแกรมนี้ ยังไม่ได้บังคับใช้เพราะเพิ่งทำเสร็จเมื่อ 15 วันที่ ผ่านมา ขณะนี้อยู่ระหว่างการทดสอบของรายแรกอยู่ เพื่อเตรียมความพร้อมหากมีการระบาดของโรคในรอบสอง"

พลเอก รักศักดิ์ กล่าวอีกว่า สมมติมีผู้ติดเชื้อ เดินทางโดยจักรยานยนต์รับจ้าง ไปขึ้นรถสองแถว โดยบุคคลเหล่านั้น ไม่รู้จักผู้ติดเชื้อ โปรแกรมนี้ จะส่งข้อความไปบอกว่า บุคคลเหล่านั้นอยู่ในข่ายติดเชื้อโควิด ต้องเข้าสู่กระบวนการเฝ้าระวัง