กุมารทอง...ขบวนการล่าความตาย

  • วันที่ 27 พ.ย. 2553 เวลา 14:24 น.

เหตุการณ์สะเทือนใจสังคมไทยพบซากทารก 2,002 ซาก ในสถานที่เก็บศพวัดไผ่เงินโชตนารามย่านบางคอแหลม สะท้อนภาพสังคมไทยในปัจจุบันได้เป็นอย่างดีว่า การทำแท้งกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว เมื่อท้องก็ต้องทำแท้ง

ซากทารกที่เกิดจากการทำแท้ง ถ้าไม่ไปเอาไปฝัง หรือเผาทำลายจะเอาไปไว้ที่ไหน มีการพูดกันว่า บางส่วนถูกนำไปทำเป็น "กุมารทอง" นั่นเอง กุมารทอง เป็นความเชื่อทางไสยศาสตร์เกี่ยวกับจิตวิญญาณ กุมารทองจะเป็นวิญญาณของเด็กผู้ชาย หากเป็นวิญญาณผู้หญิงที่คนเลี้ยงไว้จะเรียกว่า"โหงพราย"

ในสมุดข่อยโบราณสมัยกรุงศรีอยุธยา กล่าวถึงการสร้างกุมารทองไว้ละเอียด มีการจำแนกกุมารทองไว้หลายประเภท ทุกประเภทจะสร้างขึ้นจากดิน 7 ป่าช้า ผสมขี้ไต้ หรือขี้ผึ้งปิดตาศพผีตายโหง กำกับด้วยคาถาดังนั้นกุมารทองเมื่อ 400 ปีก่อน ผู้มีวิชาอาคมเฉพาะตัวเท่านั้นถึงจะเลี้ยงกุมารทองได้

นอกจากปรากฏหลักฐานทางความเชื่ออยู่ในเสภาขุนช้างขุนแผนแล้ว ยังพบร่องรอยดินปั้นตามโบราณสถานต่างๆ ที่สามารถยืนยันได้ว่าความเชื่อเรื่องกุมารทองของคนไทยมีมานานกว่า 400 ปี

ศรีศักร วัลลิโภดม กล่าวไว้ว่ากุมารหรือลูกกรอก คือเด็กที่ตายในท้องแม่ หรือตายทั้งกลม และคลอดก่อนกำหนด คนจึงมีความเชื่อว่า ถ้าใครเอาเด็กมาเก็บไว้โดยการดองหรือย่างวิญญาณของเด็กก็จะมาผูกพันดูแลรักษา เช่น ในเรื่องขุนช้างขุนแผน ผีกุมารทองก็คือลูกกรอกนั่นเอง

จากหลักฐานที่พบในเอกสารโบราณยังระบุถึงการทำกุมารทองว่าต้องหาศพที่ตายทั้งกลม แล้วประกอบพิธีกรรม ผ่าเอาศพทารกในท้องมาย่างไฟให้แห้งสนิทก่อนรุ่งอรุณ แล้วจึงลงรักปิดทองให้ทั่ว ด้วยเหตุนี้จึงเรียกกันว่ากุมารทอง

ต่อมาสภาพสังคมและวัฒนธรรมพัฒนามากขึ้น ไม่สามารถสร้างกุมารทองจากศพทารกจริงๆ ได้ จึงได้มีการดัดแปลงกรรมวิธีการสร้างกุมารทองขึ้น โดยใช้ดิน 7 ป่าช้าบ้าง ไม้รักซ้อนหรือไม้มะยมบ้าง ไปจนถึงโลหะ มาสร้างเป็นรูปกุมาร แล้วปลุกเสกตั้งจิตตั้งธาตุทั้ง 4 และเรียกอาการ 32 ให้บังเกิดเป็นจิตวิญญาณของเด็กขึ้นมา

ปัจจุบันมีผู้นิยมเลี้ยงกุมารทองกันมาก แต่ไม่ใช่ซากเด็กทารก จะสร้างเป็นรูปเด็กไว้จุก นุ่งโจงกระเบนอย่างโบราณ กลายเป็นเครื่องรางของขลังเชื่อกันว่าเสมือนมีวิญญาณเด็กสิงอยู่ในรูปกุมารนั้น ผู้บูชาต้องเลี้ยงดูเหมือนลูก ต้องให้ข้าวน้ำเซ่นสรวง และต้องเรียกให้กินข้าวด้วย

เชื่อกันว่า หากปฏิบัติดูแลดีกุมารทองก็จะช่วยค้ำคูณ อาทิ ช่วยคุ้มครองป้องกันเจ้าของและครอบครัวจากสิ่งไม่ดีทั้งหลาย ช่วยให้ทำมาค้าขึ้น ไปจนถึงเตือนภัยล่วงหน้าอีกด้วย

ขณะเดียวกันก็มีกลุ่มคนที่จ้องหากินด้าน "ปลุกเสกของขลัง"หรือมนตร์ไสยศาสตร์ต่างๆ ยิ่งทราบว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย หรือสิงคโปร์ รับซื้อซากทารกเพื่อนำไปปลุกเสกเป็นกุมารทอง หวังให้กิจการค้าขายร่ำรวยด้วยแล้ว ราคาซากทารกจึงพุ่งสูงถึงหลักแสนกันเลยทีเดียว ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า "คนตาย"ก็มีราคาเหมือนกัน

นายตำรวจนายหนึ่ง เล่าถึงการรับซื้อซากทารกให้ฟังอย่างน่าสนใจว่าทุกวันนี้สำนักไสยศาสตร์ต่างๆ ยังมีการทำกุมารทองหรือลูกกรอก โดยตระเวนรับซื้อซากศพทารกจากคลินิกทำแท้งเถื่อนต่างๆ โดยเฉพาะคลินิกที่อยู่ในต่างจังหวัด ราคาซื้อขายศพละ500-1,000 บาท แต่ผู้รับซื้อมีเงื่อนไขว่า ซากทารกต้องมีความสมบูรณ์ คือหัว แขน ขา ลำตัว ต้องอยู่ติดกัน โดยไม่ฉีกขาด

"หลังจากที่ได้ซากทารกมาแล้ว จะต้องฉีดสารฟอร์มาลินเข้าไป แล้วค่อยนำไปอบในเตาไมโครเวฟให้แห้ง ไม่ได้ย่างบนเตาไฟเหมือนแต่ก่อน โดยจะขายกันในประเทศราคา 2-3 หมื่นบาทแต่ถ้าส่งออกต่างประเทศ ราคาจะสูง7-8 หมื่นบาท บางครั้งอาจสูงถึง 2-3 แสนบาท"

เขาเล่าว่า ลูกกรอกที่ทำขึ้นส่วนใหญ่จะทำขายให้ชาวต่างประเทศโดยตรง ตลาดหลักจะมี 3 ประเทศคือสิงคโปร์ มาเลเซีย และฮ่องกง จะมีนายหน้าชาวฮ่องกง ชื่อ นาย ม เดินทางมาหาซื้อกุมารทองเองตามภาคเหนือของประเทศไทย คนที่นิยมซื้อกุมารทองมักจะเชื่อว่า หากใครได้ครอบครองหรือได้เป็นเจ้าของ จะทำให้มีโชคลาภ ทำมาหากินเจริญรุ่งเรืองบางคนก็พกติดตัวเข้าบ่อนเล่นการพนันในบ่อนต่างๆ

พ.ต.ท.คณธัช มุสิกานนท์รองผู้กำกับการ 1 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์หรือ ปคม. กล่าวว่า ขบวนการค้าศพเด็กเกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยที่ "เณรแอ"กำลังโด่งดัง ทั้งการทำกุมารทอง ทำลูกกรอก เมื่อเรื่องนี้ไปเข้าหูต่างชาติคนพวกนี้ก็อยากจะมีไว้ครอบครองการซื้อหาจึงเริ่มเกิดขึ้น

แต่เดิมคนไทยจะไปหาซากเด็กทารก หรือศพแม่ที่ตายทั้งกลมตามป่าช้า ขุดขึ้นมาแล้วผ่าเอาซากเด็กออกมาหลังจากนั้นก็จะนำไปย่างไฟ ทำให้แห้งแล้วจึงห่อเตรียมจัดส่งไปต่างประเทศแต่เรื่องการขนส่งไม่รู้วิธีการ และไม่มีข้อมูลจัดเก็บไว้ แต่ปัจจุบันจะใช้การอบด้วยไมโครเวฟ หรือไปหาศพตามโรงพยาบาลต่างๆ ที่ยังมี "เหลือบ"คอยหากินในลักษณะอย่างนี้อยู่

"การซื้อขายศพการได้มาซึ่งลูกกรอกถือเป็นเรื่องผิดกฎหมายถ้าตำรวจรู้ก็ต้องดำเนินคดี ขณะนี้ผู้บังคับบัญชาก็ให้เฝ้าระวัง ทั้งการแอบลักลอบขนส่งซากทารกออกนอกประเทศ ให้ตามล้างบางขบวนการนี้ให้ได้ เพราะเมืองไทยไม่ใช่ที่จะมาซื้อขายความตายกัน" พ.ต.ท.คณธัชกล่าว

ซิโกเด็ก...ส่งวิญญาณทารกแท้

การจัดงานสวดส่งวิญญาณทารกแท้ง หรือซิโกเด็ก ปัจจุบันยังมีการทำพิธีอยู่ในวัดบางกแห่ง โดยในวันที่ 27-28 พ.ย. วัดศรีบุญเรืองจะจัดพิธีดังกล่าวอย่างใหญ่โต ภายในงานจะมีการสวดภาณยักษ์ใหญ่ มหาพุทธา เทวาภิเษก จุดประสงค์ของงานดังกล่าวจัดขึ้น เพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับเด็กที่ถูกทำแท้งนั่นเอง ในแต่ละปีที่จัดงานผู้คนจะหลั่งไหลกันมาร่วมงานแน่นวัด ซึ่งเป็นภาพสะท้อนอะไรบางอย่างได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตาม "ซิโกเด็ก"ภาษาจีน แปลว่า ศพเด็กไม่มีญาติ เคยจัดขึ้นแล้วหลายแห่ง วัดหน้าพระเมรุราชิการาม หรือวัดหน้าพระเมรุ จ.พระนครศรีอยุธยา ก็จัดให้มีพิธีกรรมนี้ขึ้นทุกๆ ปี 

สำหรับบรรยากาศของการทำพิธีซิโกเด็ก ไม่แตกต่างงานวันเผาศพจริงๆ แม้ว่าจะมีการเขียนเฉพาะชื่อผู้ตายลงในกระดาษแล้วนำไปใส่โลง แต่ก็มีผู้มาร่วมงานหลายร้อยคนร้องไห้ราวกับว่ามีร่างอันไร้วิญญาณของลูกจริงๆ

ข่าวอื่นๆ