ตร.เตือนมิจฉาชีพซ้ำเติมปชช. ระวังโทษหนัก

วันที่ 01 เม.ย. 2563 เวลา 13:16 น.
ตร.เตือนมิจฉาชีพซ้ำเติมปชช. ระวังโทษหนัก
โฆษก ตร.แถลง ยังมีพวกฝ่าฝืนกม.เอาเปรียบซ้ำเติมประชาชน ฮึ่ม!ลงโทษเร็ว จับ ยึด หน้ากากอนามัยโขกราคาแล้ว 1.3 ล้านชิ้น ยึดไข่ไก่แพง 6แสนฟอง

เมื่อวันที่ 1 เม.ย. ที่ ศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 (ศบค.) ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท. ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึง มาตรการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการดำเนินการกับผู้ที่ยังคงกระทำความผิดฝ่าฝืนกฎหมาย เอารัดเอาเปรียบและซ้ำเติมประชาชน ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 ว่า แม้มีประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่ประชาชนบางส่วนที่ยังคงฉวยโอกาสกระทำความผิด หรือก่ออาชญากรรมที่เป็นการเอารัดเอาเปรียบและซ้ำเติมจึงเตือนมายังมิจฉาชีพ ผู้ไม่หวังดี หรือผู้ที่ยังคงมีการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมาย เช่น ยังคงฝ่าฝืนประกาศตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ การลักลอบเปิดสถานบริการ การรวมกลุ่มเล่นการพนัน การรวมตัวแข่งรถในทาง หรือการขับขี่รถขณะเมาสุรา รวมไปถึงมิจฉาชีพที่ฉวยโอกาสก่ออาชญากรรมเอารัดเอาเปรียบซ้ำเติมประชาชนในทุกรูปแบบ เช่น กักตุนสินค้าและบริการ การกู้ยืมเงินเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด การหลอกลวงประชาชนในรูปแบบต่างๆ หรือการหลอกลวงขายสินค้าทางสื่อสังคมออนไลน์ขอให้หยุดการกระทำในทันที

“สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำหนดแนวทางว่ากรณีดังกล่าวถือเป็นคดีที่มีความจำเป็น เร่งด่วน ที่ต้องดำเนินการด้วยความรวดเร็ว และให้รีบเสนอสำนวนมีความเห็นเสนอพนักงานอัยการสั่งฟ้องต่อศาล ขอให้ศาลลงโทษในสถานหนักและไม่รอการลงโทษ ในส่วนของกลางขอให้ศาลมีคำสั่งริบตามกฎหมาย และผู้กระทำความผิดที่มีประวัติเกี่ยวกับการกระทำความผิดในลักษณะดังกล่าวมาก่อน ขอให้ลงโทษสถานหนักด้วย“สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นให้เป็นไปตามพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ รวมทั้ง พ.ร.บ.ที่มีโทษทางอาญาอื่นๆ เช่น พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ รวมทั้งกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง จึงขอให้พี่น้องประชาชนโปรดให้ความร่วมมือ ปฏิบัติตามมาตรการของรัฐบาลและคำแนะนำด้านการแพทย์และสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด หากพบว่ามีการ ฝ่าฝืนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเฉียบขาด”

โฆษกตร.แถลงด้วยว่า ผลการดำเนินการจับกุมผู้ที่ยังคงมีการฝ่าฝืนกฎหมาย ในห้วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 การจับกุมผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หน้ากากอนามัย จำนวน 1,318,310 ชิ้น มูลค่า 9,376,556 บาท ไข่ไก่ จำนวน 614,770 ฟอง มูลค่า 2,283,150 บาท แอลกฮอล์เจล จำนวน 1,200 ขวด 41 ถัง จำนวนปริมาตร 276.04 ลิตร ซึ่งคดีหน้ากากอนามัยศาลพิพากษาลงโทษ พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้วเห็นว่า จำเลยมีการกระทำอันเป็นการฉกฉวยโอกาสที่โรคไวรัสโควิด-19 อุบัติร้ายแรงแพร่ไปทั่วโลก บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนมีความจำเป็นต้องใช้หน้ากากอนามัย สร้างความเดือดร้อนไปทั่ว แต่จำเลยกลับจำหน่ายหน้ากากอนามัยเกินราคาควบคุมที่กฎหมายกำหนดไว้ จึงเห็นสมควรไม่รอการลงโทษ โดยศาลได้พิพากษาลงโทษจำเลยทั้งหมด จำคุกตั้งแต่ 1 ปี6 เดือน ไปจนถึง รอการกำหนดโทษ แล้วแต่ปริมาณของกลาง และริบของกลางทั้งหมดส่งรัฐ

“การจับกุมผู้ที่โพสต์หรือส่งต่อข่าวปลอม หรือเฟคนิวส์ สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ประชาชนและสังคมตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 จับกุม จำนวน 19 คดี ผู้ต้องหา จำนวน 25 คน การจับกุมผู้ฝ่าฝืนประกาศตาม พ.ร.บ. ลักลอบเปิดสถานบริการ จำนวน 8 ราย ร้านนวดสปา จำนวน 3ราย ร้านอาหาร จำนวน 5 ราย ร้านเกม จำนวน 2 ราย บ่อนการพนัน จำนวน 2 ราย รวม 19 ราย ผู้ต้องหา 88 คน “พล.ต.ท.ปิยะ กล่าว