ศบค.แถลงป่วยโควิดในไทยเพิ่ม120ราย ตาย 2 ยอดสะสม1,771

วันที่ 01 เม.ย. 2563 เวลา 11:53 น.
ศบค.แถลงป่วยโควิดในไทยเพิ่ม120ราย ตาย 2 ยอดสะสม1,771
โฆษกศบค.แถลงยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19ในไทยเพิ่ม 120 ราย ยอดสะสม 1,771 ราย เสียชีวิต 2 ราย รวม 12 ราย

เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 63 ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยมีเนื้อหาสรุปดังนี้

-วันนี้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 120 ราย ยอดสะสม 1,771 ราย / สัญชาติไทย 1,500 ราย สัญชาติอื่น 271ราย

-ผู้ป่วยรายใหม่ 120 ราย จำแนกได้ดังนี้

1.ผู้ป่วยที่มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยัน หรือเกี่ยวข้องกับสถานที่ที่พบผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ 51 ราย แบ่งเป็น สนามมวย 1 ราย ,สถานบันเทิง 11 ราย,สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้านี้ 38 ราย และงานบุญมาเลเซีย 1 ราย

2.ผู้ป่วยกลุ่มอื่นๆ 39 ราย แบ่งเป็น คนไทยเดินทางกลับจากต่างประเทศ 6 ราย พิธีกรรมทางศาสนาประเทสอินโดนีเซีย 16 ราย รวม 22 ราย ,คนต่างชาติเดินทางมาจากต่างประเทศ 2 ราย,อาชีพเสี่ยงเช่นทำงานในสถานที่แอดัด หรือทำงานใกล้ชิดสัมผัสชาวต่างชาติ เป็นต้น 14 ราย และบุคลากรด้านการแพทย์ 1ราย

3.อยู่ระหว่างการสอบสวนโรค 30 ราย

-ผู้เสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย รวม 12 ราย

-ผู้เสียชีวิตรายใหม่ 2 ราย ดังนี้ คนที่ 1 เพศชาย อายุ 79 ปี อยู่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีโรคประจำตัวคือ เบาหวาน ไตวายเรื้อรัง มีประวัติการเดินทางไปร่วมงานแต่งในมาเลเซีย และ คนที่ 2 เพศชาย อายุ 58 ปี นักธุรกิจกลับจากอังกฤษ

-ยอดผู้เข้ารับการรักษาจนหายและกลับบ้านได้แล้ว 342 ราย

-สำหรับผู้ป่วย 120 คนใหม่ มี กทม. 43 คน สมุทรปราการ 23 คน ภูเก็ต 11 คน กระบี่ นนทบุรี ปทุมธานี บุรีรัมย์ สงขลา และชลบุรี 2 คน ฉะเชิงเทรา นครปฐม ศรีสะเกษ สมุทรสาคร สระบุรี หนองบัวลำภู อุบลราชธานี 1 คน และอยู่ระหว่างสอบสวน 24 คน ซึ่งการกระจายตัวผู้ป่วยยังกระจุกตัวที่ กทม.และปริมณฑล 850 ราย 

-ยอดผู้ติดเชื้อยังกระจุกอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

-ถ้านับเฉพาะกรุงเทพฯ อยู่ที่ 850 คน คนที่เดินทางอยู่ในกรุงเทพฯ มีความเสี่ยงทั้งสิ้น

-คนกรุงเทพฯ ปริมณฑล มีอัตราการแพร่เชื้อให้ผู้ถือถึง 3 เท่า หรือ 3 คนกว่า

-แม้จะเข้ารับการรักษาในรพ. แต่ก็จะมีผู้ที่แวดล้อมกับผู้ติดเชื้อ คูณไป 2-3 เท่าที่มีอัตราการแพร่เชื้อ จะทำให้ตัวเลขจะเพิ่มขึ้นๆ

-ปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ทำให้มีจังหวัดที่ไม่พบผู้ป่วยเลยเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนหน้า เกิดรายใหม่ขึ้นในช่วงวันที่ 25-31 มี.ค. โดยกระจายไปถึง 13 จังหวัด สอบสวนโรคพบว่า จ.ชุมพร นครพนม พิษณุโลก พะเยา หนองคาย อำนาจเจริญ มุกดาหาร ลำพูน (ส่วนใหญ่ติดจากสถานบันเทิงจากกทม.) เพชรบุรี อุทัยธานี (สัมผัสบุคคลภายนอกพื้นที่) แม่ฮ่องสอน อุตรดิตถ์ (เดินทางจากต่างประเทศ) มุกดาหาร (บุคลากรทางการแพทย์) สุพรรณบุรี (ร้านเสริมสวยสัมผัสจากภูเก็ต) มุกดาหาร (มาจากสนามมวย)

-ส่วนผู้ที่กลับมาจากพื้นที่เสี่ยง ยังทำได้ไม่ดีนักเพราะมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ตัวเลขของสามจังหวัดชายแดนใต้มีสถานการณ์ที่ดีขึ้น ส่วนการปิดสถานบันเทิงยังมีตัวเลขสูงขึ้นซึ่งคงต้องมีมาตรการเข้มข้นมากขึ้น

-กรณีรณรงค์ให้อยู่บ้าน พบว่า เมื่อมีการรณรงค์ให้อยู่บ้าน ลดการกลับบ้าน เพิ่มระยะห่างในบ้าน แต่จำนวนการติดภายในบ้านยังไม่ลดลง เป็นเรื่องน่ากังวล ตัวเลขช่วงปลายเดือนเพิ่มสูงขึ้น เมื่อเทียบกับต้นเดือน หมายความว่าแม้อยู่บ้าน แต่ไม่เพิ่มระยะห่างคนในบ้าน ผู้ป่วยก็ไม่ลดลง