"อนุทิน" ยันสธ.วางมาตรการขั้นสูงสุดคุมไวรัส "อู่ฮั่น"

วันที่ 21 ม.ค. 2563 เวลา 11:58 น.
"อนุทิน" ยันสธ.วางมาตรการขั้นสูงสุดคุมไวรัส "อู่ฮั่น"
"อนุทิน" เผย สธ.วางมาตรการขั้นสูงสุด คุมไวรัส "อู่ฮั่น" ยืนยันได้มาตรฐานองค์การอนามัยโลก ระบุรักษาผู้ป่วยหายแล้ว 1 ราย ก่อนส่งกลับประเทศ

จากกรณีที่คณะกรรมการสาธารณสุขแห่งชาติจีน ยืนยันแล้วว่าไวรัสอู่ฮั่น หรือ ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่สามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า

ขอย้ำอีกครั้ง มาตรการควบคุมโรคของประเทศไทยมีประสิทธิภาพ ได้มาตรฐานองค์การอนามัยโลก ผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง จะถูกตรวจคัดกรองอย่างละเอียดโดยไม่มีข้อยกเว้น ด้วยอุปกรณ์ที่ติดตั้งไว้ที่สนามบิน หากพบมีไข้ ต้องถูกแยกตัวไปตรวจหาสาเหตุของอาการทันที เรามีระบบการเคลื่อนย้าย และการดูแลที่ปลอดภัยรัดกุมมาก

ที่ผ่านมาเราพบผู้ติดเชื้อ เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง ซึ่งเรารีบนำตัวเข้าสู่การรักษาในระบบปิดทันที เรียกว่าห้องแยกโรคความดันลบ ผู้ป่วยจะต้องอยู่ในห้องควบคุมความดัน ไม่ให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อ มีทีมแพทย์ พยาบาล มอนิเตอร์ 24 ชม. และเราไม่เคยปกปิดข้อมูล เพราะต้องการให้ประชาชนเข้าใจ รู้เท่าทันสภานการณ์ แต่ไม่ได้ต้องการให้ตื่นตระหนก ประชาชนเอง หากกลับมาจากพื้นที่เสี่ยง หรือคนใกล้ชิดกลับมาจากพื้นที่เสี่ยงแล้วมีไข้ ให้ติดต่อรับการตรวจคัดกรองและรับการรักษาได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 อย่าหวั่นวิตก ทางเราดูแลอย่างดีที่สุด ที่สำคัญยิ่งเข้ารับการรักษาเร็ว การรักษาก็ยิ่งมีประสิทธิภาพ

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า ในประเทศไทย ผู้ป่วยซึ่งเดินทางมาตั้งแต่วันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา เราได้รักษาหายเป็นปกติ และส่งกลับประเทศไปแล้ว ดังนั้น ไม่ว่าอย่างไร ขอให้ทราบไว้ว่าโรคนี้รักษาได้ นับเป็นข่าวดี ขอย้ำว่ากระทรวงสาธารณสุข ผ่านสถานการณ์ลักษณะดังกล่าวมาหลายครั้ง ทั้งโรคซาร์ส โรคเมอร์ และจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ในปัจจุบัน เราได้ใช้มาตรการควบคุมระดับสูงสุด เพราะเข้าใกล้เทศกาลตรุษจีน

สำหรับประชาชน ขอให้ดูแลสุขภาพ ถ้าร่างกายแข็งแรง โอกาสติดเชื้อย่อมน้อยตาม ขอให้นอนพักผ่อนให้เพียง รับประทานอาหารปรุงสุก หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับคนป่วย หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดสัตว์ป่วย หมั่นล้างลือ อยู่ในพื้นที่ซึ่งมีความเสี่ยงขอให้ใส่หน้ากากอนามัย เป็นหลักการเบื้องต้น แต่จะลดปัจจัยการติดเชื้อได้มาก สำหรับท่านใดที่มีข้อสงสัย มีความกังวล ต้องการข้อมูล หรือความช่วยเหลือ กรุณาโทรสอบถามได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422