ตร.แจงไม่ได้เรียกรับเงิน หลังสาวอ้างเพื่อนถูกตร.ท่องเที่ยวจับ สั่งสอบข้อเท็จจริง

วันที่ 20 ม.ค. 2563 เวลา 10:16 น.
ตร.แจงไม่ได้เรียกรับเงิน หลังสาวอ้างเพื่อนถูกตร.ท่องเที่ยวจับ สั่งสอบข้อเท็จจริง
รองโฆษกตำรวจชี้แจง เจ้าหน้าที่ไม่มีการเรียกรับเงิน หลังสาวอ้างเพื่อนถูกตำรวจท่องเที่ยวจับเพราะพาฝรั่งเที่ยววัดโพธิ์ ชี้เจ้าตัวระบุไม่ได้เป็นมัคคุเทศก์ แต่รับจ้างถ่ายภาพให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดถึงกรณีที่สื่อนำเสนอข่าว “โวยพาเพื่อนฝรั่งเที่ยววัดโพธิ์ โดน ตร.จับ อ้างเข้าข่ายไกด์เถื่อน ปรับ 2 พัน” ว่า ได้รับรายงานจาก กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ว่า เมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2563 เวลา 12.37 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวพร้อมคู่ตรวจ ได้ออกตรวจบริเวณ เขตวัดโพธิ์ และได้รับแจ้งจาก รปภ.ของวัดโพธิ์ ว่ามีไกด์ทำหน้าที่มัคคุเทศก์ไม่แขวนบัตรพานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาเที่ยวที่วัดโพธิ์ ตามเวลาดังกล่าว จึงเข้าทำการตรวจสอบว่าไกด์ที่ทำหน้าที่มัคคุเทศก์มีบัตรมัคคุเทศก์หรือไม่

ผลการตรวจสอบบุคคลดังกล่าว พบว่าไม่มีบัตรมัคคุเทศก์จริง จึงเชิญตัวมาสอบถามข้อเท็จจริงและได้อธิบายพฤติการณ์ของมัคคุเทศก์ที่ไม่มีบัตรว่าเป็นการกระทำดังกล่าวผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.มัคคุเทศก์ฯ จึงขอตรวจสอบบัตรประชาชน ชื่อ-สกุล ซึ่งทางผู้ถูกเชิญตัวได้อธิบายข้อเท็จจริงให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ทำการตรวจสอบว่า ตนเองไม่ได้เป็นมัคคุเทศก์ แต่ได้รับงานถ่ายภาพให้กับนักท่องเที่ยวโดยซื้อคอร์สถ่ายภาพและพาไปถ่ายตามสถานที่ต่างๆที่ตนเองกำหนด เป็นเวลา 6 ชั่วโมง ตามวันเวลาดังกล่าวโดยได้รับค่าจ้างจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ชั่วโมงละ 600 บาท

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ฟังข้อเท็จจริงดังกล่าว จึงแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่าทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์โดยไม่ได้รับอนุญาตพร้อมกับจะเชิญตัวไป สน.พระราชวัง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แต่ทางผู้ที่ถูกเชิญตัว ได้อธิบายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ทำการตรวจสอบว่า ตนไม่ทราบว่าการที่ตนได้อธิบายรายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับสถานที่และประวัตินั้นเข้าไปสู่พฤติการณ์การทำหน้าที่ของมัคคุเทศก์

เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำการตรวจสอบจึงได้อธิบายให้ฟังว่าการกระทำเช่นนี้ ผิดกฎหมาย พ.ร.บ.มัคคุเทศก์ฯ หากจะทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์ต้องมีบัตรมัคคุเทศก์ที่ได้รับการอบรมและออกบัตรถูกต้องตามกฎหมายและต้องแขวนบัตรมัคคุเทศก์แสดงให้ตรวจสอบทุกครั้ง ผู้ที่ถูกเชิญตัว จึงรับว่า ไม่ได้มีเจตนากระทำการดังกล่าวแต่ได้รับงานถ่ายรูปภาพให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและมีค่าจ้างตามที่ได้กล่าวมาข้างต้นจริง จึงได้ว่ากล่าวตักเตือนและอธิบายตามที่กล่าวมาข้างต้น ให้ผู้ที่ถูกเชิญตัวรับทราบและได้ปล่อยตัวไป ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้เรียกรับผลประโยชน์ หรือปรับ ตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด

รองโฆษก ตร.กล่าวต่ออีกว่า พล.ต.ท.เชษฐา โกมลวรรธนะ ผบช.ทท. ได้มีคำสั่งให้ พ.ต.อ.เกื้อกมล ดวงประทีป ผกก.1 ทท.1 ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องที่เกิดขึ้น โดยให้รายงานผลการตรวจสอบโดยเร็ว เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม โปร่งใส และคลี่คลายข้อสงสัยของสังคม

อย่างไรก็ตาม การกระทำดังกล่าว เข้าข่ายความผิดฐาน ผู้ใดทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์โดยไม่ได้รับใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม พ.ร.บ.มัคคุเทศก์ฯ จึงขอให้ประชาชนควรศึกษารายละเอียด ข้อกฎหมาย หรือการกระทำใดๆอันสุ่มเสี่ยง ผิดกฎหมายให้ดีเสียก่อน เพราะหากได้กระทำผิดไปแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจคงต้องดำเนินการบังคับใช้ตามกฎหมายอย่างจริงจังและเข้มงวด ซึ่งผู้กระทำผิดจะอ้างว่าไม่รู้กฎหมายไม่ได้

ซึ่งที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้มีข้อสั่งการไปยังกองบัญชาการทุกภาคส่วน ผู้บังคับการ ผู้กำกับ หน.หน้าหน่วยในทุกต้นสังกัดทุกพื้นที่ ให้มีการควบคุม ดูแลความประพฤติและวินัยข้าราชการตำรวจ ทั้งเวลาราชการและนอกเวลาราชการ ตามคำสั่งที่ 1212/2537 ในการ กวดขัน กำกับ ดูแล สอดส่องความประพฤติและพฤติกรรมของข้าราชการตำรวจภายใต้การปกครองบังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายระมัดระวังกิริยามารยาท ในการแสดงออกและขอเตือนเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนาย อย่าลุแก่อำนาจที่ตนมี

หากพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีความพฤตินอกรีต ไปเรียกรับเงินทอง เรียกรับผลประโยชน์อื่นใด หรือแม้กระทั่งใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ โดยให้ดำเนินการตรวจสอบกระทำด้วยความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งหากผลการตรวจสอบพบว่าได้กระทำผิดจริงให้ดำเนินทางวินัยและอาญา อย่างเด็ดขาด

อีกทั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีการลงทัณฑ์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่กระทำในลักษณะนี้ทั้ง ไล่ออก ปลดออก ให้ออก หากความผิดปรากฎชัดเจน ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศมาโดยตลอด ไม่ปล่อยไว้ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เสื่อมเสียชื่อเสียงขององค์กรและเสียกำลังใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดี