ทหาร-ตำรวจ 6,812 นาย ซ้อมใหญ่พิธีสวนสนามถวายสัตย์ปฏิญาณตน

วันที่ 16 ม.ค. 2563 เวลา 20:40 น.
ทหาร-ตำรวจ 6,812 นาย ซ้อมใหญ่พิธีสวนสนามถวายสัตย์ปฏิญาณตน
ผบ.สส.นำ ผบ.เหล่าทัพ- ผบ.ตร.ซ้อมสวนสนามเสมือนจริง ทหาร-ตร. 6 ,812 นาย เป็นครั้งแรกในรัชสมัย ร.10 ที่ทหาร – ตำรวจจะได้ร่วมในพิธีสวนสนามถวายสัตย์ปฏิญาณ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีในฐานะจอมทัพไทย

เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 16 ม.ค.ทหาร และตำรวจ 6,812 นายจาก 39 กองพันทั่วประเทศ ได้ซักซ้อมสวนสนามถวายสัตย์ปฏิญาณตน เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 และวันกองทัพไทย ณ ศูนย์การทหารม้า ค่ายอดิศร ถนนพหลโยธิน ต.ปากเพรียว อ.เมือง จ.สระบุรี โดยมี พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด , พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. , พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผบ.ทร. , พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผบ.ทอ. , พล.ต.อ จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และนายทหารนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ร่วมพิธี

พล.อ.พรพิพัฒน์ ได้นำกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณตน ตอนหนึ่งว่า ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ขอถวายคำสัตย์ปฏิญาณว่า ข้าพระพุทธเจ้า จะยอมตายเพื่อเทิดทูนและรักษาไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่งพระมหากษัตริย์เจ้า ข้าพระพุทธเจ้าจะจงรักภักดีและถวายความปลอดภัยต่อใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทตราบชีวิตจะหาไม่ ข้าพระพุทธเจ้าจะพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ข้าพระพุทธเจ้าจะดูแลช่วยเหลือเป็นที่พึ่งของประชาชนและจะปกครองดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยความยุติธรรม ข้าพระพุทธเจ้าจะตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรมของศาสนาและจริยธรรมข้าพระพุทธเจ้าการรักษาคำถวายสัตย์ปฏิญาณนี้ด้วยเกียรติยศและเกียรติศักดิ์ของทหารและตำรวจทั้งจะปฏิบัติตน ปฏิบัติภารกิจให้เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททุกประการ ตลอดไป

ทั้งนี้ ข่าวประชาสัมพันธ์ ของกองทัพไทย ระบุว่า นับเป็นครั้งแรกในรัชสมัยรัชกาลที่10 ที่ทหาร – ตำรวจทุกหมู่เหล่าจะได้ร่วมในพิธีสวนสนามถวายสัตย์ปฏิญาณโดยพร้อมเพรียงกัน เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี ความสามัคคี ความสามารถ ความเข้มแข็ง และความพร้อมเพรียงของเหล่าทัพ และเป็นการถวายพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งดำรงพระราชสถานะเป็น องค์จอมทัพไทย

สำหรับ การจัดกำลังสวนสนามฯในครั้งนี้ มีจำนวนทั้งสิ้น 39 กองพัน จำนวน 6,812 นาย ประกอบด้วย กรมเดินเท้าสวนสนาม จำนวน 7 กรม กรมละ 4 กองพัน รวม 28 กองพัน , กรมวิ่งสวนสนาม จำนวน 1 กรม 4 กองพัน , กองพันทหารม้ารักษาพระองค์ จำนวน 1 กองพัน , กรมยานยนต์ จำนวน 2 กรม กรมละ 3 กองพัน รวม 6 กองพัน

นอกจากนี้ ยังได้จัดกำลังทางอากาศ จำนวน 37 เครื่อง ประกอบด้วยหมู่บิน AU-23 จำนวน 3 เครื่อง ทำการบินปล่อยควันสีรูปธงชาติ ตามด้วยหมู่บินเฮลิคอปเตอร์ 4 เหล่าทัพ ทำการบินแบบหมู่ 6 และหมู่ 9พร้อมด้วยหมู่เครื่องบินรบ ทำการบินแบบหมู่ 9 และหมู่ 10

สำหรับ ยุทโธปกรณ์ที่นำมาสวนสนามในส่วนของกองทัพบก เช่น ยานเกราะล้อยาง stryker BTR-3E1 รถถัง M60A3 ปืนใหญ่ 105 มม. ,155 มม. ปตอ. 35 มม. รถบรรทุกจรวด จรวดหลายลำกล้อง รถถัง OPLOT รถถัง VT-4 กองทัพเรือ เช่น รถสะเทินน้ำสะเทินบก AAVP ยานเกราะล้อยาง BTR-3E1 จรวด TOW ปืนใหญ่ 155มม. กองทัพอากาศ เช่น เครื่องบิน F-5 ,F - 16, T-50 , Gripen JAS-39 และ เฮลิคอปเตอร์ แบบ EC 725

การจัดพิธีสวนสนามถวายสัตย์ปฏิญาณของทหาร – ตำรวจ ในครั้งนี้ กองทัพไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะได้เปล่งเสียงถวายสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าพระพักตร์อย่างพร้อมเพรียงทั่วประเทศ แสดงถึงความเป็นปึกแผ่นในการผนึกกำลังของทหาร – ตำรวจ เพื่อเทิดพระเกียรติและแสดงความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสนี้ขอเรียนเชิญพี่น้องประชาชนรับชมการถ่ายทอดสดพิธีสวนสนามถวายสัตย์ปฏิญาณของทหาร – ตำรวจ ในวันเสาร์ที่ 18 ม.ค.2563 ตั้งแต่เวลา 15.50 น.เป็นต้นไป ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยและรับฟังการถ่ายทอดเสียงได้ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย

กองทัพไทย ขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและจะสืบสานพระราชปณิธานที่พระองค์ทรงมีต่อทหาร – ตำรวจ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะถวายพระเกียรติในทุกโอกาสปฏิบัติงานตามรอยเบื้องพระยุคลบาทโดยมิเห็นแก่เหน็ดเหนื่อย และพร้อมอุทิศชีวิตเป็นราชพลี ถวายความจงรักภักดีตราบชีวีวางวาย

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต