6จำเลย คดีมอมเหล้า-อนาจารลัลลาเบลให้การปฎิเสธ สู้คดีทั้ง4ข้อหา

วันที่ 18 ธ.ค. 2562 เวลา 12:48 น.
6จำเลย คดีมอมเหล้า-อนาจารลัลลาเบลให้การปฎิเสธ สู้คดีทั้ง4ข้อหา
ศาลอาญาธนบุรี สอบคำให้การ “น้ำอุ่น” พริตตี้บอย-เจ้าของบ้านปาร์ตี้มอมลัลลาเบล ให้การปฏิเสธสู้คดีทั้ง 4 ข้อหา ศาลนัดตรวจหลักฐาน 17 ก.พ.ปีหน้า รอลุ้นประกันตัวชั้นศาล ยื่นหลักทรัพย์เดิม 1.5 แสน

ที่ศาลอาญาธนบุรี ถ.เอกชัย-บางบอน วันที่ 18 ธ.ค.62 เวลา 09.00 น. ศาลนัดสอบคำให้การจำเลย ในคดีมอมเหล้า-อนาจารพริตตี้ลัลลาเบล หมายเลขดำ อ.1204/2562 ที่พนักงานอัยการคดีอาญาธนบุรี 2 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายรัชเดช หรือน้ำอุ่น วงศ์ทะบุตร อายุ 26 ปี อาชีพพริตตี้บอย ภูมิลำเนาเอกชัย-บางบอน กทม. จำเลยที่ 1 , นายชัยพล หรือคิว พรรณนา อายุ 29 ปี ภูมิลำเนาบางบัวทอง จ.นนทบุรี เจ้าของงานปาร์ตี้บ้านบางบัวทอง จำเลยที่ 2 , นายนที หรือตี๋ สถิตพงษ์สถาพร อายุ 33 ปี ภูมิลำเนาลาดพร้าว กทม. จำเลยที่ 3 , น.ส.พิกุลทอง หรือเฟิร์ส บุญภา แฟนสาวของคิว อายุ 24 ปี ภูมิลำเนาหนองหาน จ.อุดรธานี จำเลยที่ 4 , นายกฤษฎาหรือโนบิ โลหิตดี อายุ 27 ปี ภูมิลำเนา จ.อุดรธานี จำเลยที่ 5 , นายโกเศศ หรือปิงปอง ฤทธิ์นิธิฤกษ์ อายุ 35 ปี ภูมิลำเนาบางบัวทอง จ.นนทบุรี จำเลยที่ 6 ในความผิด 4 ข้อหา ฐานเป็นซ่องโจร, พาผู้อื่นไปเพื่อการอนาจารโดยใช้กำลังประทุษร้าย ใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรมหรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการใดๆ ,กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปีโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ , หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และเป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวถูกกักขังหรือต้องปราศจากเสรีภาพในร่างกายนั้นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 210,213,278, 284,310 ประกอบมาตรา 83,91 ซึ่งอัยการยื่นฟ้องต่อศาลไปเมื่อวันที่ 17 ธ.ค.62

โดยวันนี้ศาลเบิกตัว “นายรัชเดช หรือน้ำอุ่น” จำเลยที่ 1 ซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนพิเศษธนบุรีมาเพื่อสอบคำให้การ ขณะที่ส่วนของจำเลยที่ 2-6 ซึ่งได้รับการประกันตัวในชั้นฝากขังไปคนละ 1.5 แสนบาท ก็เดินทางมาพร้อมสอบคำให้การ

ขณะที่ศาลอ่านและอธิบายคำฟ้องให้จำเลยฟังจนเป็นที่เข้าใจแล้ว จำเลยที่ 1-6 ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 17 ก.พ.63 เวลา 09.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ดีในส่วนของจำเลยที่ 2-6 นั้น ก็ได้ยื่นหลักทรัพย์เดิมในชั้นฝากขังมูลค่าคนละ 1.5 แสนบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล