ศาลตรวจหลักฐานคดีระเบิดป่วนกรุง อัยการโจทก์จัดพยาน369ปาก

วันที่ 16 ธ.ค. 2562 เวลา 19:56 น.
ศาลตรวจหลักฐานคดีระเบิดป่วนกรุง อัยการโจทก์จัดพยาน369ปาก
ศาลอาญานัดตรวจหลักฐานคดี "3 หนุ่มนราฯ" วางบึ้มป้าย สตช.-ป้ายปลัดกลาโหม พยานเอกสาร-พยานบุคคลโจทก์อื้อ ทนายจ่อ ยื่นคำร้องขอย้ายเรือนจำ

เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.62 เวลา 09.00 น. ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นัดตรวจหลักฐานคดีหมายเลขดำ อ.2913/2562 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายลูไอ แซแง อายุ 22 ปี , นายวิลดัน มาหะ อายุ 27 ปี และนายมูฮัมมัดอิลฮัม หรือแบลีสะอิ อายุ 27 ปี ทั้งสามมีภูมิลำเนาอยู่ จ.นราธิวาส เป็นจำเลยที่ 1-3ในความผิดรวม 11 ข้อหา จากกรณี ร่วมกับพวกอีก 18 คนที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ก่อเหตุวางระเบิดหน้าป้าย สตช. ย่านปทุมวัน และ หน้าป้ายสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมบริเวณศูนย์ราชการฯ ถ.แจ้งวัฒนะระหว่างวันที่ 31 ก.ค.- 1 ส.ค.62

โดยในวันนี้ศาลได้เบิกตัวจำเลยทั้งสาม จากเรือนจำชั่วคราวแขวงทุ่งสองห้อง (ที่คุมขังสำหรับคดีความมั่นคง) เพื่อร่วมพิจารณาคดี ซึ่งมีมารดาและน้องสาวของจำเลย รวมทั้งกลุ่มเพื่อนประมาณ 5-6 คนมาให้กำลังใจด้วย

ขณะที่ การตรวจพยานหลักฐานวันนี้ อัยการโจทก์ได้นำพยานเอกสาร 368 ชุด พร้อมด้วยพยานวัตถุแผ่น CD 14 ชุด มาเสนอต่อศาล โดยมีพยานบุคคลที่จะนำสืบในคดีนี้รวม 369 ปาก ขณะที่อัยการโจทก์แถลงว่าในการนำสืบพยานก็จะนำสืบเกี่ยวกับสถานที่เกิดเหตุในพื้นที่ 18 จุดให้ครบทั้งหมดด้วย

ด้าน นายกิจจา อาลีอิสเฮาะ หนึ่งในทีมทนายความของจำเลยทั้งสาม ได้แถลงต่อศาลระบุว่า เนื่องจากมีพยานเอกสารจำนวนมาก ซึ่งทนายจำเลยขอเวลาตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน จึงขออนุญาตให้ศาลเลื่อนนัดตรวจหลักฐานวันนี้ออกไปก่อน

ศาล พิจารณาแล้วเห็นว่า กรณีมีเหตุสมควรให้เลื่อนตรวจพยานหลักฐานออกไปเป็นวันที่ 17 ก.พ. และ 24 ก.พ. 63 ตั้งแต่เวลา 09.00 น.

นายกิจจา กล่าวอีกว่า ในวันนี้ศาลได้สอบคำให้การเบื้องต้นจำเลยทั้ง 3 ให้การปฏิเสธโดยจะยื่นคำให้การเป็นเอกสารในนัดต่อไป ส่วนพยานที่ฝ่ายจำเลยจะนำสืบนั้น เนื่องจากขณะนี้เรายังต้องรอตรวจสอบข้อเท็จจริงในพยานเอกสารหลักฐานของโจทก์ที่มีมากถึง 15 แฟ้มก่อน จึงจะสามารถทราบว่าจะนำสืบพยานกี่ ปากประเด็นใดอย่างไรบ้าง

อย่างไรก็ดี วันนี้ตนได้แถลงต่อศาล เรื่องที่จำเลยถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำชั่วคราวภายในเขตทหารแห่งหนึ่ง (สำหรับคดีความมั่นคง) ในพื้นที่ทุ่งสองห้องด้วยว่าการถูกควบคุมตัวในสถานที่ดังกล่าวทำให้ไม่ได้รับความสะดวกในการที่ทนายความจะไปสอบถามข้อเท็จจริง เพราะสถานที่ดังกล่าวจะมีทหารมาประกบทั้งทางทนายความและจำเลย ทำให้ไม่เป็นส่วนตัว และเกรงว่าจะถูกดักฟังเวลาพูดคุยเรื่องคดี รวมถึงเวลาที่ญาติจะมาเยี่ยมก็จะมีรถทหารไปรับตั้งแต่ปากทางเข้ามา

ซึ่งเห็นว่ากรณีดังกล่าวจะไม่เป็นไปตามสิทธิจำเลย ตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิ.อ.) มาตรา 7/1 ที่จำเลยจะพบและปรึกษากับทนายความได้แบบส่วนตัว ดังนั้นในวันพรุ่งนี้ (17 ธ.ค.) ตนพร้อมทีมทนายของจำเลยทั้งหมดจะยื่นคำร้องต่อศาลอาญา เพื่อให้ไต่สวนและมีคำสั่งให้ย้ายตัวจำเลยทั้งหมด จากเรือนจำชั่วคราวดังกล่าว มาควบคุมตัวที่เรือนจำคลองเปรม สังกัดกรมราชทัณฑ์แทน ซึ่งหากศาลรับไต่สวน เราก็จะมีตัวจำเลย ทนายความ และญาติก็พร้อมจะมาเบิกความประกอบการไต่สวน

ส่วนเรื่องการประกันตัวจำเลยในคดีนี้ ตนได้ให้คำปรึกษากับทางญาติและจำเลยเป็นที่เข้าใจแล้วว่า เนื่องจากข้อหาที่ทางพนักงานอัยการฝ่ายโจทก์ได้กล่าวหา มีหลายข้อหาด้วยกัน ล้วนแต่เป็นข้อหาที่มีโทษสูง ทั้งก่อการร้าย อั้งยี่ ซ่องโจร ครอบครองวัตถุระเบิด ความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ โดยประสบการณ์ที่ผ่านมา คดีลักษณะเช่นนี้การประกันตัวเป็นเรื่องค่อนข้างยาก ซึ่งหากจะประกันอีกครั้งคงต้องรอจนกว่าศาลชั้นต้นจะมีคำพิพากษาว่าเป็นอย่างไร