ยกฟ้องคดีค้ามนุษย์ลวงค้าประเวณีสาวโมร็อกโก

  • วันที่ 11 ธ.ค. 2562 เวลา 14:31 น.

ยกฟ้องคดีค้ามนุษย์ลวงค้าประเวณีสาวโมร็อกโก

ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับ ยกฟ้อง ค้ามนุษย์ลวงค้าประเวณีสาวโมร็อกโก หลักฐานอัยการโจทก์ส่วนผู้เสียหาย น่าสงสัย

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 11 ธ.ค. ที่ห้องพิจารณา 901 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก  ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีค้ามนุษย์หญิงสาวโมร็อกโก คดีหมายเลขดำ คม.64/2560 ที่อัยการพิเศษฝ่ายคดีค้ามนุษย์ 1 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายไมเคิล เพิร์ล (Michael Pearl) อายุ 47 ปี ชาวซูดาน สัญชาติออสเตรเลีย , นายก๊อดซานหรือจาร์สิน วาคีย์  (Ghassan Wakej) สัญชาติซีเรีย อายุ 38 ปี ,นายฉลาด หรือชัยรัตน์ นราจันทร์ อายุ 64 ปี , นายอารีย์ หรือชยากร เอี่ยมสารี อายุ 47 ปี และนางฮานา เตายูรี อายุ 39 ปี สัญชาติโมร็อกโก เป็นจำเลยที่ 1-5 ฐานร่วมกันค้ามนุษย์ โดยเป็นธุระจัดหาให้มีการค้าประเวณีฯ ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 ม.4,6,9,10,11,52 กับ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 ม.4,9,11 และประมวลกฎหมายอาญา ม.283,310

โดยอัยการยื่นฟ้องและนำสืบว่า เมื่อระหว่างวันที่ 11 ต.ค.59 - 26 มี.ค.60 นายไมเคิล จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าของและผู้จัดการดรีมดิสโก้ บริเวณชั้น 4 โรงแรมซีนิท ถ.สุขุมวิท 3 (นานาเหนือ) แขวงคลองเตย เขตวัฒนา กทม. ร่วมกับจำเลยอื่นๆ วางแผนและแบ่งหน้าที่กันทำ ใช้กลอุบายหลอกลวงเป็นธุระจัดหาพาหญิงสาวชาวโมร็อกโกที่เป็นผู้เสียหายรวม 4 คน มาค้าประเวณีโดยหลอกลวงว่าให้มาทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟในประเทศไทย มีรายได้ดี มีความเป็นอยู่สบาย แต่พวกจำเลยกลับบังคับหน่วงเหนี่ยวกักขัง ข่มขืนใจผู้เสียหายให้ค้าประเวณี เหตุเกิดที่แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม. และประเทศโมร็อกโก เกี่ยวพันธ์กัน ชั้นพิจารณาจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ

ซึ่งคดีนี้ศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 18 ก.ค.61ให้จำคุก นายไมเคิล จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าของผับ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 ม.4 , 6(1) , 9 วรรคหนึ่งและวรรคสอง , 10 วรรคหนึ่ง , 11 , 52 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 ม.4 , 9 วรรคหนึ่ง ประมวลกฎหมายอาญา ม.283 วรรคแรก , 310 วรรคแรก ประกอบ ม.83 และ พ.ร.บ.พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 ม.4,11 วรรคหนึ่ง รวมจำคุก 19 ปี

ส่วนนายก๊อดซานหรือจาร์สิน ชาวซีเรีย จำเลยที่ 2 , นายฉลาด จำเลยที่ 3 , นายอารีย์ จำเลยที่ 4 และนางฮานา ชาวโมร็อกโก จำเลยที่ 5 จำคุกคนละ 16 ปี ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 ม.4 , 6(1) , 9 วรรคหนึ่งและวรรคสอง , 10 วรรคหนึ่ง , 11 , 52 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 ม.4 , 9 วรรคหนึ่ง และประมวลกฎหมายอาญา ม.283 วรรคแรก , 310 วรรคแรก ประกอบ ม.83

ต่อมา จำเลย ยื่นอุทธรณ์ ซึ่งวันนี้ศาล เบิกตัวจำเลยทั้งหมดมาจากเรือนจำเพื่อฟังคำพิพากษา

โดย ศาลอุทธรณ์ ตรวจสำนวน ประชุมปรึกษากันแล้วเห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์ในส่วนคำเบิกความของผู้เสียหายที่ 1 ที่อ้างถูกยึดหนังสือเดินทางนั้นยังมีข้อพิรุธสงสัย ซึ่งไม่ปรากฏว่ามีการยึดหนังสือเดินทางของผู้เสียหายที่ 1 แต่อย่างใด โดยผู้เสียหายทั้งหมดยังคงเดินเข้าออกร้านได้ตามปกติ และยังสามารถเชิญชวนนักท่องเที่ยวไปเที่ยวยังร้านใกล้เคียงได้อีก ขณะที่ยังพบว่าผู้เสียหายที่ 1 ยังสามารถเดินทางไปทำงานในไนต์คลับลักษณะเดียวกับผับจำเลยที่ 1 ที่ จ.ภูเก็ตได้อีก

นอกจากนี้ผู้เสียหายอื่นๆ ก็ไม่ได้เรียกร้องขอการคุ้มครองจากเจ้าหน้าที่ จึงแสดงว่าสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมายังมีข้อพิรุธสงสัยว่าจำเลยทั้งห้า กระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ ศาลอุทธรณ์จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยทั้ง ห้า พิพากษายกฟ้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในการระหว่างการอ่านคำพิพากษา ปรากฏว่า นางฮานา จำเลยที่ 5 มีอาการโรคลมชักกำเริบด้วย เนื่องจากเกิดความตื่นเต้นในการฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ ซึ่งระหว่างมีอาการลมชักเจ้าหน้าที่ได้เข้ามาช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้นกระทั่งอาการดีขึ้น จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อทำการรักษาพยาบาลและปล่อยตัวต่อไป

อย่างไรก็ดี ในการฟังคำพิพากษาวันนี้ มีตัวแทนจากสถานทูตโมร็อกโก เข้าสังเกตการณ์ติดตามผลคดีด้วย

ข่าวอื่นๆ