DSIมั่นใจแม้ผลตรวจกระดูกล็อต2ไม่ตรง "บิลลี่" แต่ไม่กระทบสำนวนคดีฆ่า

  • วันที่ 02 ธ.ค. 2562 เวลา 16:05 น.

DSIมั่นใจแม้ผลตรวจกระดูกล็อต2ไม่ตรง "บิลลี่" แต่ไม่กระทบสำนวนคดีฆ่า

ดีเอสไอชี้ผลตรวจกระดูก ล็อต 2 ดีเอ็นเอไม่ตรง "บิลลี่" ไม่กระทบสำนวนคดีฆาตกรรมที่ใช้ชิ้นส่วนกะโหลกเป็นหลัก ชี้ถูกเผาด้วยความร้อนต่างกัน-อายุกระดูกถูกเผามานานกว่า 10 ปี

เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.62 พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณีผลตรวจกระดูกจำนวน 9 ชิ้น ที่ผลตรวจพิสูจน์ไม่ตรงกับดีเอ็นเอ ของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ แกนนำกระเหรี่ยง บ้านโป่งลึก-บางกลอย อ.แก่งกระจาน อ.เพชรบุรี ว่าพนักงานสอบสวนกำลังเก็บรายละเอียดในสำนวนทั้งในส่วนของข้อมูลจากทางนินิติวิทยาศาสตร์ และพยานอื่น แม้ว่าผลดีเอ็นเอจะไม่ตรงกันก็ไม่เป็นปัญหากับรูปคดี เพราะเป็นคนละส่วนกัน ดีเอสไอทำคดีฆาตกรรมบิลลี่ จากชิ้นส่วนกระดูกที่ยืนยันได้ว่าเป็นกะโหลกของบิลลี่

แหล่งข่าวจากทีมสอบสวนคดีฆาตกรรมบิลลี่ เปิดเผยถึงผลการตรวจพิสูจน์ชิ้นส่วนกระดูก จากการสำรวจร่องน้ำภายในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ครั้งที่ 2 จำนวน 8 ชิ้น ที่มีดีเอ็นเอไม่ตรงกับบิลลี่ ว่า แม้ว่าชิ้นส่วนกระดูกจำนวน 8 ชิ้นจะไม่ตรงกับดีเอ็นเอของบิลลี่ก็ไม่มีผลกระทบต่อสำนวนคดีฆาตกรรม เนื่องจากผลการตรวจพิสูจน์กระดูกชิ้นแรก ที่พบจากการนำหุ่นยนต์ใต้น้ำลงดำน้ำสำรวจและส่งนักประดาน้ำของตำรวจตะเวนชายแดนลงงม สามารถนำไปตรวจพิสูจน์ได้ผลชัดเจนว่าเป็นชิ้นส่วนกะโหลกศรีษะและเมื่อชิ้นส่วนดังกล่าวหลุดออกจากร่างกายเจ้าของกะโหลกศรีษะต้องเสียชีวิตแล้ว นอกจากนี้ดีเอ็นเอที่ตรวจพิสูจน์ได้ยังมีดีเอ็นเอไมโตรคอนเดียตรงกับนางโพเราะจี รักจงเจริญ แม่ของบิลลี่

นอกจากนี้ยังมีหลักฐานยืนยันชัดเจนด้วยว่า พี่น้องร่วมมารดาเดียวกันกับบิลลี่ซึ่งมีดีเอ็นเอไมโตรคอนเดียเหมือนกัน ยังมีชีวิตอยู่ครบทุกคน จึงไม่สามารถถอดชิ้นส่วนกะโหลกไปทิ้งในลำน้ำเพื่อสร้างพยานหลักฐานได้

แหล่งข่าวระบุด้วยว่า สำหรับชิ้นส่วนกระดูกอีก 9ชิ้นที่ตรวจพบเพิ่มเติมนั้น งมได้คนละจุดกับชิ้นส่วนกะโหลก โดยมีระยะห่างจากการงมครั้งแรกประมาณ 10 เมตร และเป็นการสำรวจในครั้งที่ 2 ซึ่งห่างจากการงมครั้งแรก 2 เดือน เนื่องจากมีการปล่อยข่าวเรื่องจุดลอยอังคาร ในลำน้ำแก่งกระจาน กระดูกจำนวน 9 ชิ้น เป็นกระดูกที่ถูกเผาด้วยความร้อนที่แตกต่างจากชิ้นส่วนกะโหลกศรีษะ และเมื่อตรวจสภาพกระดูก ยังพบด้วยว่าเป็นกระดูกที่ถูกเผาแล้วนำมาทิ้งแช่น้ำเป็นเวลานานกว่า 10 ปี ซึ่งดีเอสไอจะต้องสอบปากคำนักนิติวิทยาศาสตร์ให้ชี้ชัดถึงความแตกต่างระหว่างวัตถุพยานทั้ง 2 ชุดเพื่อไม่ให้สำนวนคดีมีจุดอ่อนที่ฝ่ายตรงข้ามจะหยิบยกขึ้นมาทำลายความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐาน

ส่วนประเด็นอายุกระดูกที่แตกต่างกัน ทำให้ดีเอสไอต้องสืบสวนขยายผลต่อไปด้วยว่า ในห้วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมา มีบุคคลสูญหายที่คาดว่าจะเป็นเจ้าของกระดูกหรือไม่

แหล่งข่าวเปิดเผยด้วยว่า ในสัปดาห์นี้ดีเอสไอได้ส่งพนักงานสอบสวนลงพื้นที่จ.เพชรบุรี เพื่อติดตามพยานและสอบปากคำพยานบุคคลชุดสุดท้าย ซึ่งเป็นพยานบุคคลตามการกล่าวอ้างของนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

ทั้งนี้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานายชัยวัฒน์กับพวกไม่สามารถนำพยานหลักฐานมายืนยันได้ว่า ปล่อยตัวนายบิลลี่ในช่วงเวลาใดและบริเวณใด ซึ่งโดยปกติการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เมื่อจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยแล้วปล่อย จะต้องปล่อยในสถานที่รโหฐานเพื่อมีพยานบุคคลยืนยัน เช่นปล่อยตัวต่อหน้ากำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน หรือญาติผู้ต้องสงสัย หรืออย่างน้อยที่สุดก็ต้องใช้สมาร์ทโฟนซึ่งเป็นอุปกรณ์สื่อสารประจำตัวทั่วไป ถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐานบ้าง แต่กรณีการปล่อยตัวบิลลี่นั้นไม่ปรากฏหลักฐานใดๆเลย บุคคลที่ถูกอ้างเป็นพยานก็ปฏิเสธว่าในวันเกิดเหตุพวกเขาไม่เคยพบกับบิลลี่ตามที่ถูกนำไปกล่าวอ้าง

ข่าวอื่นๆ