"ไม่ถนัดวันแรก วันต่อไปก็ถนัดเอง" จากกัปตันเครื่องบินสู่ก๋วยเตี๋ยวเรือกัปตัน "ราชิต สันป่าแก้ว"

วันที่ 18 พ.ย. 2562 เวลา 18:50 น.
"ไม่ถนัดวันแรก วันต่อไปก็ถนัดเอง" จากกัปตันเครื่องบินสู่ก๋วยเตี๋ยวเรือกัปตัน "ราชิต สันป่าแก้ว"
ราชิต สันป่าแก้ว ลูกชาวนา จ.แพร่ ที่สร้างตัวเองขึ้นเป็นนายทหารยศนาวาตรีและกัปตันเครื่องบินสายการบินพาณิชย์ มีรายได้ 3 แสนบาทต่อเดือน แต่ปัจจุบันมีความสุขกับรายได้หลักหมื่นและการได้อยู่กับครอบครัว

***************************

เรื่อง : รัชพล ธนศุทธิสกุล / ภาพ : ณัฐพล โลวะกิจ ,อมรเทพ โชติเฉลิมพงษ์

ปัจจุบันในวัย 40 ปี “ราชิต สันป่าแก้ว” ถอดเครื่องแบบชุดกัปตันเครื่องบิน มาสวมผ้ากันเปื้อนหลังสายการบินประสบปัญหา จนถูกสื่อต่างๆนำเสนอชีวิตราวนิยายที่ผันตัวเองจากกัปตันบนฟ้ามาเป็นกัปตันขายก๋วยเตี๋ยวเรือ แต่ไม่อายด้วยแนวคิดทุกอาชีพต่างมีหน้าที่และมีเกียรติศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน

“จริงๆ ผมผ่านอะไรมาเยอะทั้งสูงและต่ำ พ่อค้าขายเสื้อผ้าตลาดนัดก็เคย นำเข้ากางเกงยีนส์มาไลฟ์ขายก็ทำ ผมสัมผัสมาแล้วจึงเข้าใจ” เขากล่าวต้อนรับอย่างคนเข้าใจโลกจากชีวิต

ในการพบกันครั้งนี้ ราชิตฉียยิ้มกว้างก่อนจะพูดคัดเนื้อๆของแง่คิดที่ได้ในแต่ละช่วงชีวิต เพื่อให้เคลียร์ความคิดผู้ที่ล้มและท้ออ่านปุ๊บแล้วลุกปั๊บแบบเขาในวันนี้

มี‘สำเร็จ-ล้มเหลว’ เป็นธรรมดา

ราชิต สันป่าแก้ว ก่อนจะติดยศนาวาตรีทหารเรือและกัปตันเครื่องบินพาณิชย์ใช้ชีวิตบนฟ้า ในอดีตเป็นลูกชาวนา จ.แพร่ ต.แม่ยางร้อง อ.ร้องกวาง เรียนและช่วยพ่อแม่ตามประสาเด็ก ไม่ได้มีฝันอนาคตมาทำอาชีพเหล่านี้

กระทั่งขึ้นชั้นม.4 ได้เห็นนักเรียนนายร้อยหน้าเสาธง ราชิตจึงเข้าสอบนักเรียนเตรียมทหารเพราะความเท่ในเครื่องแบบ ครั้งแรกสอบตกไม่ผ่านตั้งแต่วิชาการด่านแรก แต่อย่างว่าคนมันสู้เห็นพ่อและแม่บากบั่นเขาเป็นลูกก็ไม่แพ้กัน จึงซื้อหนังสือคู่มือเตรียมสอบกลับไปอ่านเองที่บ้าน จนสอบติดนักเรียนเตรียมทหารในส่วนของกองทัพเรือในปีถัดมา

“บางครั้งสิ่งที่เราทำมันอาจจะไม่ประสบความสำเร็จ มันก็อาจจะล้มเหลวบ้าง สลับกันไปธรรมดาของชีวิต แต่อยากให้คิดว่า คนเราเกิดมาแค่ครั้งเดียว อย่าไปเครียดและมากดดันตัวอง คือถ้าชีวิตจะล้ม ล้มไปเลย แต่สักกี่ครั้งขอให้ลุกยังไงก็เดินได้ ไม่ต้องเดินเซๆไป มันจะพาพังทั้งปัญหาที่เกิดและยังไม่เกิดขึ้น

“ล้มไปและตั้งสติรีบลุกเดินออกไป ทำอะไรก็ได้ที่ไม่เดือนร้อนใครและทำแล้วเรามีความสุข แรกๆ อาจจะไม่ถนัดวันนี้ วันหน้ามันก็ถนัดเอง และมันจะเป็นประสบการณ์ที่เราทำผ่านมาวันหนึ่งจะสร้างให้เราประสบความสำเร็จ 1-2 อย่าง เมื่อวันของเรามาถึง”

กำลังใจไม่มีใครสร้างให้ได้

ราชิตหลังเรียนจบทำงานเป็นทหารเรือยศสัญญาบัตร และได้เข้าสอบเรียนต่อโรงเรียนการบิน กำแพงแสน จนได้เป็นนักบินลาดตระเวน ระยะเวลากว่า 9 ปี ออกปฏิบัติหน้าที่ตามชายแดน จ.จันทบุรี จ.นราธิวาส จ.ระนอง ก่อนจะลาออกมาเป็นนักบินพาณิชย์อีก 6 ปี ทั้งหมดเป็นบทสำคัญที่ส่งให้หลังจากผันตัวเองมาเป็นพ่อค้าขายก๋วยเตี๋ยวจากภาวะ "นักบินล้นตลาด" โดยไม่อายและมองว่ามีเกียรติ

“ทุกอาชีพมีเกียรติและหน้าที่เท่ากัน ที่ผมบอกแบบนี้เพราะว่าอาชีพกัปตันดูแลอากาศยาน ผู้โดยสาร ความปลอดภัย คนทำความสะอาดก็ดูแลความสะอาดท้องถนน ไม่มีพวกเขาบ้านเราก็สกปรก ผมจึงรู้ว่าไม่มีอาชีพไหนง่ายกว่า ยากกว่าหรือไม่มีใครสูงกว่าใคร”

ซึ่งความคิดที่ตกผลึกได้เกิดจากชีวิตไม่ได้มาแบบโรยด้วยกลีบกุหลาบ ช่วงเป็นทหารเคยรับเสื้อผ้ามาขายที่ตลาดนัด วันนั้นฝนตกและเหลือเงินติดให้เลือกระหว่างจ่ายค่าเช่าแผง หรือเก็บไว้กินข้าวมื้อเย็น แต่เขาเลือกที่จะรอฝนหยุดและลุยขายจึงรอดมาได้

“ยกเรื่องตกงานกัปตันก่อนขายก๋วยเตี๋ยว ก็มีรับเสื้อกางเกงยีนส์จากจีนมาไลฟ์สดขาย คือถามว่าท้อไหม มันก็ท้อ ปัญหามันจะเล็กหรือใหญ่เป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เรามีสิ่งที่เราควบคุมได้คือทำกำลังใจตัวเอง เพราะกำลังใจไม่สามารถให้คนอื่นสร้างได้ การสร้างกำลังใจสิ่งแรกให้มองครอบครัวถ้ายิ่งเศร้าเขายิ่งเศร้ากว่า ให้ลุกขึ้นมาเพราะเหนื่อยอาบน้ำก็หาย หิวแค่กินก็อิ่ม

“ต่อมาเมื่อเจอปัญหาต้องคิดว่าอุปสรรคเป็นตัวที่ทำให้เราเข้มแข็งเป็นภูมิต้านทานทำให้เราแกร่งขึ้นทุกวันๆ ยิ่งเราเจอเยอะก็ยิ่งมีประสบการณ์เยอะ สุดท้ายให้คิดบวก ออกไปหาประสบการณ์ที่ใหม่ๆ เพื่อได้มุมมองใหม่ๆ ได้ทัศนคติความคิดใหม่ๆ เข้ามาทำให้เราใหม่ และก้าวต่อไปก้าวที่ 2 จนไปถึง 100 ได้”

ราชิต สันป่าแก้ว และคู่ชีวิต

ประโยชน์มีทุกที่ทุกเวลา

เมื่อคิดได้ดังนั้นพ่อค้าก๋วยเตี๋ยวเรือ กัปตันใช้ระยะเวลาเพียงไม่กี่วันที่จะลุกขึ้นมาและรับช่วงร้านขายก๋วยเตี๋ยวแทนน้องสาวของภรรยาที่ปิดไปหลายเดือนจนลูกค้าถามหา เขาจึงไม่เพียงเพื่อขายแบบสุกเอาเผากิน แต่ตั้งใจทำใช้วัตถุดิบอย่างดีจนมียอดขายในวันนี้สูงสุดถึง 200 ชามในหนึ่งวัน และที่สำคัญเพราะเข้าใจหัวอกคนตกงานที่ต้องการโอกาสในการก้าวต่อชีวิต ราชิตจึงสร้างเพจเฟซบุ๊กและประกาศแจกฟรีก๋วยเตี๋ยวให้กับคนที่ตกงานที่มาทานที่ร้านกว่า 3 เดือนแล้วที่เปิดขาย

“เราลำบากขึ้นจะรีบตักรีบโกยก็ได้ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะคิดอย่างนั้น แต่ที่เราแจกฟรีมาจากความรู้สึกที่มาขายก๋วยเตี๋ยวไม่ใช่เพียงได้เงินก๋วยเตี๋ยวชามหนึ่ง 40-50 บาท แต่เราได้ปฏิสัมพันธ์ ได้พบปะผู้คน เพื่อนฝูง พี่น้อง 10 ปีไม่ได้เจอกันแต่กลับมาหากันในวันนี้ คนที่ไม่รู้จักกันเลยเดินทางมาทานและพูดคุยกันแลกเปลี่ยนความรู้สึก มันได้อะไรหลายๆ มันมีประโยชน์จริงๆ ทุกการกระทำและมันก็สอนมันเราไปใน ตัวอยู่ที่เราจะหยิบฉวยมันตรงไหน

“สิ่งที่เกิดขึ้นที่เหมือนโลกเราเปิดใหม่อีกใบ ก็เลยอยากจะให้เขา อย่างน้อยก็รู้ว่ามีอยู่ร้านหนึ่งที่เป็นพื้นที่อยู่ข้างเขาหรือคอยรับฟัง ต่อมาก็เป็นคอมมูนิวตี้ศูนย์กลางใครตกงานหางาน เพราะมีลูกค้ามาทานแล้วบอกว่าถ้าใครตกงานเขากำลังรับพนักงาน ใครตกงานสามารถไปหาเขาได้เลยนี้”

อาชีพ(พอ)กับตัวเอง ทางรอดในยุคนี้

เส้นทางในอนาคตอดีตกัปตันวางไว้ 2 อย่าง ทั้งการเป็นพ่อค้าขายก๋วยเตี๋ยวที่หากแนวโน้มดีทั้งรสชาติและคุณภาพก็จะขยายสาขา ขณะที่การขึ้นบินก็ยังเป็นสิ่งที่ชอบและรักที่จะบินต่อหากใบสมัครได้รับการตอบรับหรือสายการบินเดิมฟื้นตัว

“เรื่องอาชีพเปรียบเหมือนหลอดไฟ ถ้าห้องเรามีหลอดไฟดวงเดียววันหนึ่งมันดับ ห้องเราก็มืด แต่ถ้าเรามีติดไว้ 3-4 หลอด ดับไปหลอดอย่างน้อยก็ยังมีอีก 3 หลอดส่องสว่าง อาจจะไม่เท่าเดิม แต่ก็ยังสว่างอยู่

“และที่สำคัญชีวิตเราต้องพอด้วย ชีวิตคนเราที่จริงแล้วมันไม่มีอะไร แค่ปัจจัย 4 เหมือนที่พระพุทธเจ้าท่านสอน ไม่ใช่เงิน ผมเคยได้เงินเดือน 3 แสน ก็ยังไม่พอใช้ ตอนนี้หลักหมื่นแต่กลับพอใช้และมีความสุขที่ได้อยู่กับครอบครัว”

ปัจจุบัน ราชิต ยังคงเฝ้ารอวันจะได้กลับขึ้นไปเหินฟ้าอีกครั้ง แต่ถึงอย่างไรได้ตั้งใจว่าจะไม่ทิ้งอาชีพพ่อค้าก๋วยเตี๋ยวเรือ เพราะมันคือช่องทางทำมาหากินอีกทางหนึ่ง