ศาลยุติธรรมเชื่อมข้อมูล สตม. สกัดผู้ต้องหา-จำเลยถูกสั่งห้ามออกนอกประเทศ

วันที่ 14 พ.ย. 2562 เวลา 14:47 น.
ศาลยุติธรรมเชื่อมข้อมูล สตม. สกัดผู้ต้องหา-จำเลยถูกสั่งห้ามออกนอกประเทศ
"ศาลยุติธรรม-สตม."เชื่อมระบบตรวจสอบเคสผู้ต้องหา-จำเลยถูกสั่งห้ามออกนอกประเทศ เพื่อให้สกัดทันหากมีการฝ่าฝืน

เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 62 นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม และ พล.ต.ต.พรชัย ขันตี รอง ผบช.สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) รักษาราชการแทน ผบช.สตม. ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) การเชื่อมโยงข้อมูลเกี่ยวกับคำสั่งห้ามออกนอกราชอาณาจักรโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของทั้งสองหน่วยงานให้รวดเร็ว และถูกต้องยิ่งขึ้น

เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวถึงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานครั้งนี้ว่า สำนักงานศาลยุติธรรม และสำนักงาน ตม.จะนำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ ในการส่งและรับข้อมูลคำสั่งศาลที่ห้ามผู้ต้องหาหรือจำเลยซึ่งได้รับการปล่อยชั่วคราวเดินทางออกนอกราชอาณาจักร รวมถึงคำสั่งศาลที่อนุญาตให้ออกนอกราชอาณาจักรได้เป็นการชั่วคราว และการเพิกถอนคำสั่งห้ามออกนอกราชอาณาจักร โดยจะเชื่อมโยงข้อมูลดังกล่าวจากระบบฐานข้อมูลของสำนักงานศาลยุติธรรม ผ่านระบบเครือข่ายสื่อสารข้อมูลเชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐ (Government Information Network : GIN) ไปยังระบบฐานข้อมูล BIOMETRICS ของสำนักงานตม.ที่มีการจัดเก็บและตรวจสอบข้อมูลตามมาตรฐานสากล

การเชื่อมโยงข้อมูลจะทำให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่ประจำอยู่ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองต่างๆ มีรายชื่อบุคคลที่ต้องห้ามออกนอกราชอาณาจักร รวมทั้งบุคคลที่ได้รับอนุญาตชั่วคราวให้ออกนอกราชอาณาจักร หรือศาลได้เพิกถอนคำสั่งห้ามออกนอกราชอาณาจักรแล้ว แบบ real-time ทันทีที่เจ้าหน้าที่ของศาลส่งข้อมูลคำสั่งศาลผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลนี้

อย่างไรก็ดีสำหรับการออกคำสั่งศาลเรื่องห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรที่ศาลส่งให้ ตม.ทราบนั้นจากสถิติที่บันทึกแต่ละปีมีประมาณ 6,000 คดี ซึ่งต่อไปนี้หากผู้ต้องหา/จำเลยรายใดทำผิดเงื่อนไขในการเดินทางออกนอกประเทศก็จะมีระบบบันทึกเชื่อมข้อมูลกัน และจะต้องดำเนินกระบวนการทางศาลต่อไปคือการพิจารณาเพิกถอนประกัน ทั้งนี้สำหรับการพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ศาลก็ยังตั้งเป้าพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมราชทัณฑ์เต็มรูปแบบในการตรวจสอบความถูกต้องการรับ-ปล่อยตัวผู้ต้องขังด้วย

"ข้อมูลแบบ real-time จะทำให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง มีข้อมูลที่น่าเชื่อถือเพื่อใช้ตรวจสอบบุคคลดังกล่าวโดยไม่ก่อให้เกิดข้อขัดข้องในการเดินทาง และสามารถสกัดกั้นการเดินทางหลบหนีออกนอกราชอาณาจักรของผู้ที่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวโดยศาลได้ทันที” เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าว

การบูรณาการความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นการอำนวยความยุติธรรมและเป็นการให้บริการแก่ประชาชนด้วยความรวดเร็วและเป็นธรรม ทั้งยังส่งเสริมให้การทำงานของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และในอนาคตสำนักงานศาลยุติธรรมและสำนักงาน ตม.จะร่วมกันศึกษาและพัฒนาปรับปรุงระบบ รวมถึงการเชื่อมโยงข้อมูลด้านอื่นๆ ต่อไป เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์จากการเชื่อมโยงข้อมูลร่วมกันมากขึ้น

พล.ต.ต.พรชัย ขันตี รอง ผบช.สตม. กล่าวว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ก็มีความยินดี ที่จะให้ความร่วมมือแก่สำนักงานศาลยุติธรรมและหน่วยราชการอื่นในการเชื่อมโยงข้อมูล ซึ่งเป็นไปตามนโยบาย 4.0 ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ให้หน่วยราชการพยายามเชื่อมโยงระบบสารสนเทศที่มีอยู่ให้เข้ากันเพื่อความรวดเร็ว ประหยัด ชัดเจน รวมทั้งการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนทุกคน ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาจากเดิมที่ใช้การบันทึกลงเพียงกระดาษ และกว่าจะส่งเอกสารก็ใช้เวลา 2-3 วัน