ศาลสั่งห้าม "ชัยวัฒน์" พร้อมพวกออกนอกประเทศ ให้รายงานตัว25พ.ย.นี้

  • วันที่ 12 พ.ย. 2562 เวลา 21:07 น.

ศาลสั่งห้าม "ชัยวัฒน์" พร้อมพวกออกนอกประเทศ ให้รายงานตัว25พ.ย.นี้

ศาลกำหนดเงื่อนไขห้าม "ชัยวัฒน์-พวก" ออกนอกประเทศ ให้รายงานตัว 25 พ.ย.นี้ ด้าน"เมียบิลลี่" ขอบคุณดีเอสไอทำคดีนี้ แต่ยอมรับยังรู้สึกไม่ปลอดภัย

เมื่อวันที่ 12 พ.ย.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลัง ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้อนุญาตให้ประกันตัว นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานจังหวัดเพชรบุรี และผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) กับพวกรวม 4 คน โดยกำหนดวงเงินประกันคนละ 800,000 บาทระหว่างฝากขัง

ต่อมานายประกันและทนายความ ได้ลงชื่อในสัญญาประกันตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คน โดยการประกันตัวศาลกำหนดเงื่อนไขห้ามผู้ต้องหาทั้ง 4 คน เดินทางออกนอกประเทศ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาลด้วย และให้ผู้ต้องหาทั้งหมดเดินทางมารายงานตัวต่อศาลในวันที่ 25 พ.ย.นี้ ซึ่งเป็นวันครบกำหนดฝากขังครั้งแรก

ขณะที่เมื่อเวลา 18.00 น. น.ส.พิณนภา หรือมึนอ พฤกษาพรรณ ภรรยาของนายพอละจี หรือบิลลี่ ที่เดินทางมายื่นคัดค้านการให้ประกันตัวได้กล่าวถึงความรู้สึกว่า ส่วนตัวยังรู้สึกดีที่ยังมีความยุติธรรมหลงเหลือให้พวกตนบ้าง และขอบคุณทางดีเอสไอที่ทำคดีจนนำมาสู่การแจ้งข้อหา แต่รับว่าคดีก็ยังไม่ถึงที่สิ้นสุด ตนก็ยังต้องสู้ต่อ

ส่วนกรณีที่ผู้ต้องหาได้รับการประกันตัวออกมา ส่วนตัวยอมรับว่ารู้สึกไม่ปลอดภัย เนื่องจากเมื่อ 3 เดือนก่อน บริเวณหน้าบ้านตน มีคนขี่รถจักรยานยนต์มาวนเวียนหน้าบ้าน และมีการถ่ายรูปไว้ และพุ่มไม้หน้าบ้านเหมือนมีคนซุ่มอยู่ ทำให้พวกตนใช้ชีวิตอย่างหวาดระแวง ไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างปกติ ซึ่งล่าสุดวันนี้ตัวเองก็มีโอกาสได้พบหน้านายชัยวัฒน์ แต่ก็ไม่ได้พูดคุยและไม่ได้รู้สึกอะไร

ทั้งนี้ส่วนตัวไม่ได้เจาะจงว่าใครเป็นคนทำสามี แต่ก็คิดว่าเป็นเจ้าหน้ารัฐ ซึ่งก็อยากให้คนทำออกมารับผิดชอบ อย่างไรก็ตาม ทางดีเอสไอได้ส่งเจ้าหน้าที่มาดูแลรักษาความปลอดภัย ตนก็รู้สึกว่าขณะนี้เพียงพอแล้ว

ด้าน น.ส.วราภรณ์ อุทัยรังษี ทนายความฝ่ายครอบครัวบิลลี่ กล่าวถึงเรื่องที่กลุ่มผู้ต้องหาได้รับการประกันตัว ว่า พวกตนก็ยอมรับในดุลยพินิจของศาล ซึ่งยอมรับว่าจุดอ่อนที่ทำให้คำร้องขอศาลคัดค้านการประกันของพวกตนน้ำหนักไม่เพียงพอ เป็นเพราะไม่มีหลักฐานที่จะมาแสดงให้เห็นว่่ากลุ่มผู้ต้องหาจะเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ประกอบกับผู้ต้องหาเองก็ไม่ได้มีพฤติกรรมหลบหนี โดยหลังจากนี้ ยังต้องรอการรวบรวมพยานหลักฐานของดีเอสไอ ก่อนส่งอัยการพิจารณาสั่งฟ้องต่อไป

ข่าวอื่นๆ