ทนาย ลั่น “คนล่อซื้อให้เด็กทำกระทงลิขสิทธิ์” ผิดทุกขั้นตอน-คุก 5ปี

วันที่ 05 พ.ย. 2562 เวลา 13:21 น.
ทนาย ลั่น “คนล่อซื้อให้เด็กทำกระทงลิขสิทธิ์” ผิดทุกขั้นตอน-คุก 5ปี
ทนายเดชาชี้การล่อซื้อว่าจ้างให้ทำกระทงรูปตัวการ์ตูนละเมิดลิขสิทธิ์ มีความผิดกรรโชกทรัพย์คุก 5 ปี ลั่นกรณีนี้ผิดกฎหมายทุกขั้นตอน

เมื่อวันที่ 5 ต.ค. ความคืบหน้ากรณีพ่อเด็กสาวอายุ 15 ปี ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กเปิดเผยเรื่องราวที่ลูก ถูกล่อซื้อว่าจ้างให้ทำกระทงรูปตัวการ์ตูน หลังจากนั้นถูกคนกลุ่มหนึ่งประมาณ 5-7 คน โดยอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ลิขสิทธิ์จับกุมและนำตัวไปดำเนินคดีที่โรงพักนั้น

ล่าสุด ครอบครัวผู้เสียหาย และทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ เดินทางไปให้สัมภาษณ์ผ่านรายการโหนกระแส ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ถึงเหตุการณ์ดังกล่าว รวมถึงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ทนายเดชา ระบุว่า การกระทำของกลุ่มคนดังกล่าวถ้าไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่สามารถจับกุมเด็กสาวคนนี้ได้ เพราะผู้ที่มีอำนาจต้องเป็นตำรวจเท่านั้น รวมถึงเมื่อไปโรงพักก็ต้องมีเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพสอบสวนคู่กับตำรวจด้วย ทั้งนี้มองว่าการกระทำเช่นนี้ทำผิดกฎหมายนทุกขั้นตอน

“การทำล่อซื้อแบบนี้เป็นการกระทำความผิด เพราะคุณใช้ให้พวกเขาทำเรื่องที่ผิดกฎหมาย และศาลฎีกาก็เคยมีคำพิพากษามาแล้ว”

ทั้งนี้ขั้นตอนที่ถูกต้องหากเจ้าหน้าที่ลิขสิทธิ์จะเข้าจับกุม เบื้องต้นต้องไปลงบันทึกประจำวัน ไม่ใช่ไปจับก่อนเช่นนี้

ทนายเดชา กล่าวว่า กรณีดังกล่าวที่แจ้งว่ามีผู้เสียหายลักษณะนี้มากกว่า 20 คนนั้น เจ้าทุกข์สามารถดำเนินคดีได้ในข้อหากรรโชกทรัพย์ ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี แม้จะพยายามเอาทรัพย์สินมาคืนก็ถือว่าความผิดสำเร็จแล้ว และตนก็ไม่ทราบว่าเจ้าของลิขสิทธิ์ตัวจริงทราบหรือไม่ว่ากรณีนี้เป็นการจับกุมเด็กอายุ 15 ปี

“ถ้าข้อเท็จจริงเป็นแบบนี้ ภาษาทั่วไปเขาเรียกว่า ตบทรัพย์”

ทนาย แนะนำอีกว่า ถ้าข้อเท็จจริงเป็นแบบนี้ผู้เสียหายไม่ต้องไปดำเนินดีเองหรือมีเจ้าทุกข์ เพราะถือเป็นอาญาแผ่นดินพนักงานสอบสวนสามารถดำเนินคดีได้ทันที

ด้านครอบครัวเด็กสาว อายุ 15 ปี เปิดเผยว่า ใจจริงไม่อยากฟ้องกลับเนื่องจากอยากให้น้องเรียนหนังสือตามปกติ แต่ถ้าหน่วยงานไหนยินดีเข้ามาดำเนินการก็สามารถทำได้เลยและพร้อมเป็นเจ้าทุกข์

ขณะที่ น.ส.นุสรา กาญจนกูล รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา แนะนำถึงผู้ค้าที่ทำธุรกิจลักษณะนี้ว่า หากมีผู้ติดต่อมาให้ทำสินค้าที่เป็นงานลิขสิทธิ์ ควรตรวจสอบให้ดีว่าเขาเป็นคนที่มีสิทธิหรือไม่ ทั้งนี้กรมฯจะพยายามทำความเข้าใจกับพนักงานสอบสวนในการดำเนินคคดีที่ถูกต้องว่าควรทำยังไง โดยเฉพาะการจับกุมเด็กว่าเหมาะสมหรือไม่

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต