พลังความรักสร้าง “NEKO Delivery” น้ำส้มในกระเป๋าเป้ส่งตรงถึงมือแห่งโชคชัย 4

วันที่ 01 พ.ย. 2562 เวลา 16:30 น.
พลังความรักสร้าง “NEKO Delivery” น้ำส้มในกระเป๋าเป้ส่งตรงถึงมือแห่งโชคชัย 4
เบื้องหลังความสำเร็จ “NEKO Delivery” น้ำส้มเดลิเวอรี่เสิร์ฟถึงมือซอยโชคชย4 สร้างทำเลทองให้ตัวเองด้วยการเดินขาย จนได้รับความนิยมและสร้างยอดขายหลักแสนบาท เกิดจากพลังแห่งความรักของใจที่อยากจะให้สิ่งดีๆ แก่คนที่คุณรัก 

***********************************

โดย...รัชพล ธนศุทธิสกุล

“นิก-ธนัช กอวีรสกุลชัย” คนหนุ่มวัย 28 ปี เจ้าของร้านน้ำส้ม “NEKO Delivery” ย่านโชคชัย 4 คงไม่มีใครไม่รู้จักจากสื่อต่างๆ ที่พากันนำเสนอเรื่องราวการขายโดยการสะพายเป้มอบความอร่อยรสชาติน้ำส้มแท้ๆ ส่งตรงถึงมือจนสามารถปลดหนี้และตั้งตัวสร้างรายได้งดงาม

ทว่า Posttoday เราไปรับรู้เบื้องหลังความสำเร็จเกิดจากครอบครัวและคนรักที่ค่อยๆ ปูและร่วมสร้างสมประสบการณ์จนกลั่นออกมาเป็นหนึ่งในน้ำส้มที่มีชื่อเสียงแบรนด์หนึ่งที่ลูกค้าให้การยอมรับและติดตาม

“ทำไงก็ได้ให้เรารู้สึกว่าเรากำลังมอบสิ่งดีๆ ให้กับคนที่เรารักคนหนึ่ง ถ้าเรารู้สึกอย่างนั้นเราก็จะทำได้ออกมาจากใจจริงๆ” เขากล่าวเริ่มต้นบทสนทนาพร้อมกับน้ำส้มเย็นฉ่ำรสชาติหวานสดชื่น ก่อนจะไล่เรียงเรื่องราวความเป็นมาเบื้องหลังความสำเร็จดังกล่าว

  

โตมากับโลกที่เปิดกว้างให้ลูก 

"ธนัช กอวีรสกุลชัย" หรือ "นิก" เป็นลูกคนจีนที่เกิดและเติบโตที่กทม. ธุรกิจครอบครัวเปิดร้านอะลูมิเนียมย่านสาธร แต่นั้นไม่ได้ทำให้เขาต้องกลายมาเป็นเจ้าของสืบทอดงานดังกล่าวเมื่อโตขึ้น เพราะพ่อและแม่ต่างเปิดกว้างและสนับสนุนให้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ

“สมัยนั้นถ้าบอกว่าโตขึ้นอยากเป็นมัคคุเทศก์คงจะไม่มีใครสนับสนุน แต่ท่านส่งเสริมให้เรียนภาษาอังกฤษเพื่อให้เราได้ทำในสิ่งที่ชอบ และท่านก็บอกว่าร้านธุรกิจของครอบครัวไม่ใช่ที่ของผม แต่เป็นข้างนอกโน้น โลกของผมคือสิ่งที่ผมกำลังเรียนอยู่”

ธนัชเล่าต่อว่าแม้ต่อมาจะไม่ได้เป็นมัคคุเทศก์อย่างที่ตั้งใจ แต่สิ่งที่ได้ติดตัวคือภาษาอังกฤษและที่สำคัญที่สุดคือการกล้าที่จะทำอะไรให้สุดในสิ่งที่ตัวเองคิดแล้วว่าดี

“ที่เลิกจะไปเป็นมัคคุเทศก์เพราะไปรู้ความจริงว่าไม่ใช่สิ่งที่เราคิดว่าเป็นงานที่จะตอบโจทย์การเป็นผู้แนะนำเที่ยว 100 % มันมีบางอย่างที่ไม่ใช่เรา” เขาเผยก่อนจะเล่าต่อ “เคว้งระยะหนึ่งหาสิ่งที่รักที่จะทำ จังหวะนั้นเห็นพ่อแม่เหนื่อยเพื่อเราที่สนับสนุนเราตลอด ทำให้เราอยากจะช่วยแบ่งเบาภาระ ก็ขอไปทำงานร้านถ่ายรูปของญาติที่เปิดธุรกิจตรงถนนข้าวสาร”

ธนัชในวัย 14 ปี กำลังเรียนชั้นม.2 เดินทางไปทำงานยิ่งย้ำภาพให้ชัดในเรื่องการปลูกฝังที่เปิดกว้างในการเรียนรู้ตรงนี้

“พอเราทำเสร็จท่านก็จะถามว่ารู้สึกอย่างไร เป็นอย่างไร วางอนาคตยังไง ครั้งแรกที่ทำผมได้เงินวันละ 200 บาท หักค่าเดินทางรวมกับค่าน้ำและข้าวตกเหลือ 50 บาทต่อวัน แม่ก็บอกว่าลูกจะเดินทางเหนื่อยไปเพื่อเอาเงิน 50 บาท นี้นะ ไม่ต่างจากคำที่สมัยนี้คนชอบใช้กัน ขยันผิดที่ 10 ปีก็ไม่รวย แต่ท่านสอนมากก่อน นี่คือวิธีที่สอนเปิดกว้างให้เรามากให้ลงมือทำในสิ่งที่คิด สิ่งที่เราสนใจ และมันเสริมสร้างประสบการณ์ให้ผมมีวันนี้” 

 

ขายประกัน-เด็กเสิร์ฟ-รปภ. เป็นมาหมด

จากแนวคิดเลี้ยงดูให้ได้ทดลองคิดและทำตามความรักชอบหรือสนใจ ธนัชจึงได้ผ่านงานขายตรงตั้งแต่วัยยังไม่จบชั้นมัธยมปลาย ขณะที่ต่อมายังได้ทำงานเด็กเสิร์ฟร้านอาหาร ขายประกัน กระทั่งงานรปภ.

“ช่วงจะจบม.6 พ่อเสียชีวิตธุรกิจทางบ้านก็ค่อยๆ ทรุดลงจนล้มละลาย ผมก็เลยเลือกที่จะเรียนม.รามคำแหงแบ่งเบาเงิน เพราะเชื่อว่าความรู้อยู่รอบตัวเราไม่ต้องใช้เงินซื้อก็หาได้หากมีความมุ่งมั่น ก็เรียนไปด้วยทำงานไปด้วย ทำขายประกัน ทำรปภ.เป็นเด็กเสิร์ฟ”

ธนัชบอกเส้นทางการมาขายน้ำส้มเกิดจากช่วงเรียนก็มีแฟนตามประสาวัยรุ่น และด้วยนิสัยที่เป็นคนรู้สึกว่าผู้ชายต้องหาเลี้ยงครอบครัวจึงทำให้ต้องทำงานหลักและรับเอาน้ำส้มมาขายควบคู่กัน

“เริ่มขายน้ำส้มควบด้วยตอนอายุ 23 ถ้าเข้าร้านอาหารกะเช้าก็จะขายตอนเย็น ถ้าเข้ากะเย็นก็จะขายตอนเช้า ตั้งขายใส่ลังโฟมในซอยที่พักโชคชัย 4 ขายไม่ได้เลยวันแรก วันต่อมาพอขายได้แต่ก็ขายไม่ได้อีกเพราะว่ามารู้ทีหลังว่าน้ำส้มเป็นน้ำส้มปลอม ลูกค้าก็ซื้อครั้งเดียว”

เป็นระยะเวลากว่าเกือบ 1 ปี ที่ธนัชต้องสู้และเหนื่อยหนักขึ้นไปอีก เพราะนอกจากต้องหาร้านคั้นน้ำส้มที่เชื่อใจได้จริงๆ ว่าของแท้นำมาขายแล้ว ยังต้องมีรสชาติที่ถูกปากจึงทำให้เปลี่ยนทำเลในการขายไกลขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ทุนหายละลายไปเรื่อยๆ จนมีหนี้สินจากการหยิบยืมมาใช้จ่ายยามขาดมือ

“ทุนเดือนละ 2,000 บาท ที่ตัดจากเงินเดือน คราวๆ ลงทุนหมดไปเป็นหมื่นๆ ได้ ไหนจะค่าห้อง ค่าอาหาร เหลือกินกัน 2 คนกับแฟนไม่ถึง 5,000 บาท ก็ต้องมีเอาเงินอนาคตมาใช้บ้าง แต่ก็โชคดีที่มาเจอน้ำส้มที่มีคุณภาพจนได้ในตอนนั้น”

 

ความรักสร้าง ‘ยอดออเร้นจ์แมน’

ธนัชบอกว่าในระหว่างที่เส้นทางชีวิต ณ ตอนนั้นลำบากถึงขั้นไข่ต้ม 1 ใบ ทานกับข้าวเปล่า1 จาน คลุกน้ำปลากับแฟนกิน แต่ความลำบากนั้นทำให้เขารับรู้ได้ถึงพลังความรักที่แท้จริงของคู่ชีวิตในปัจจุบัน ซึ่งนั้นทำให้เขารวบรวมทุกอย่างที่มีลุกขึ้นสู้ต่ออีกครั้ง

“คนที่ประสบความสำเร็จมีชื่อเสียงหลายคนจริงๆ แล้วเบื้องหลังมาจากผู้หญิงใกล้ตัวเขา” เขาเผยถึงความบังเอิญที่มาค้นพบ ซึ่งไม่ต่างไปจากชีวิตเขาก่อหน้าที่จะมีวันนี้ที่ขายน้ำส้มจนมีลูกค้าให้การยอมรับและติดตามเป็นลูกค้าประจำอย่างเหนียวแน่นกว่า 3 ปี

“แฟนเปิดคลิปของคุณ ศิริวัฒน์ แซนด์วิช ว่าเดินขายจนปลดหนี้พันๆ ล้านได้ในเวลาไม่กี่ปี คือทั้งๆ ที่เป็นไอดียเก่าของคนญี่ปุ่นแต่ทำแล้วยังเวิร์ค แรกๆ ก็ลังเลยังไม่เชื่อ แฟนบอกมันต้องลองทำดู”  

ธนัชเล่าให้ฟังว่าครั้งแรกที่ออกมาเดินขายในรูปแบบเดลิเวอรี่ผลตอบรับเป็นที่น่าพึ่งพอใจเป็นอย่างยิ่ง มีครั้งหนึ่งหลังจากปรับเปลี่ยนรูปแบบไม่นานเขาสามารถขายได้กำไรถึงหมื่นบาทเลยทีเดียว

“รสชาติถูกปากผสมลงตัวกับการบริการที่ถูกที่” เขากล่าวถึงหัวใจของน้ำส้ม ‘NEKO Delivery’ ของเขาที่ยอดขายต่อวัน ณ ปัจจุบันนี้ยืนพื้นอยู่ที่ไม่ต่ำกว่า 200 ขวดต่อวัน โดยจะขายเพียงแค่ 6 ชม.ตั้งแต่ 17.00 ถึงเที่ยงคืนเท่านั้น ก็สามารถสามารถปลดหนี้และสร้างยอดขายหลักแสนบาทต่อเดือน  

“คือของไม่ดีลูกค้าไม่รู้ แต่เรารู้ สินค้าเราต้องมีทั้งบริการและเซอร์วิสที่ดีและมีคุณภาพในสินค้าของเรา ซึ่งผมก็ได้แฟนเป็นเบื้องหลังคนสำคัญ เขาช่วยคิดและปรับปรุง มีมุมมองดีๆ ทั้งดีไซน์ขวดให้ไม่หลอกตาว่าได้น้ำเยอะ วิธีการพูดและการบริการแนะแก้ให้ตลอดจนลงตัว

“ทำให้ผมรู้เคล็ดลับที่ไม่ลับง่ายๆ เราบังคับใจทุกคนไม่ได้ให้มาซื้อของเรา แต่ถ้าเขาซื้อให้ใจเราแล้วถ้าเราทำให้เขาผิดหวังเขาก็จะไม่กลับมาซื้ออีก เราต้องทำไงก็ได้ให้เรารู้สึกว่าเรากำลังมอบสิ่งดีๆ ให้กับคนที่เรารักคนหนึ่ง ถ้าเรารู้สึกอย่างนั้นเราก็จะทำได้ออกมาจากใจจริงๆ” เขากล่าวทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มเต็มดวงหน้าให้กับลูกค้าเบื้องหน้าที่บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นประดุจญาติมิตร เพราะเขาไม่เคยคิดว่าออกมาขายน้ำส้ม หากแต่มาส่งมอบน้ำส้มให้กับคนที่รักในครอบครัว