“แชร์แม่มณี” ความละโมบ ‘เงิน’ ของคนอยากมีและคนอยากได้   

วันที่ 31 ต.ค. 2562 เวลา 17:55 น.
“แชร์แม่มณี” ความละโมบ ‘เงิน’ ของคนอยากมีและคนอยากได้   
พระพยอม กัลยาโณ เทศนาให้ตื่นจากความละโมบด้วยสติและความรู้ ดูบทเรียนในอดีตช่วยให้สังคมที่ผู้คนใช้เทคโนโลยีหลอกลวงเป็นอาชีพปัจจุบันลดลง

******************************

โดย…รัชพล ธนศุทธิสกุล

จากคดี ‘แชร์แม่มณี’ แชร์ลูกโซ่ลวงให้ผู้คนร่วมลงเงินออมฝากโดยบอกว่าให้ผลตอบแทนสูงถึงกว่า 90% ของยอดเงินในแต่ละเดือน ทำให้มีผู้สนใจลงทุนดังกล่าวด้วยเป็นจำนวนนับร้อยๆ ราย จนตอนนี้วงแชร์แตกคาดการณ์ความเสียหายถึงหลักหมื่นล้านเลยทีเดียว ทั้งๆ ที่เศรษฐกิจไม่ดีในปัจจุบัน

คำถามที่น่าสนใจคือถึงแม้มีการนำเสนอให้ความรู้ในกรณีเงินแชร์ลูกโซ่ แต่ข่าวการโกงแชร์กลับเกิดขึ้นมีให้เห็นได้ตลอดในสังคม เพียงเปลี่ยนคน บริบท หรือรูปแบบนิยามของการลงเงินทุน  

“ความโลภของผู้คน ขาดความรู้ ไม่จำบทเรียนในอดีตถึงตกเป็นเหยื่อ และกระตุ้นให้เกิดการหลอกหลวงกันมากขึ้น อย่างที่หลวงพ่อพุทธทาสพูดไว้ว่าวิวัฒนาการทางเทคโนโลยี จะนำไปสู่ความวินาศนาการทางศีลธรรมมากขึ้น” พระพยอม กัลยาโณ หรือ พระราชธรรมนิเทศ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว เผยสาเหตุ

ต้องแกล้งความละโมบ

พระพยอม กัลยาโณ บอกว่าสิ่งแรกที่จะช่วยให้ไม่ตกเป็นเหยื่อภัยสังคมออนไลน์ที่จะมาหลอกลวงต้องลดละความโลภลง

“ความละโมบต้องลดลง  คนไทยไม่นิยมเลิกใส่บาตรกันมานานจิตก็แฝงความโลภสะสม เพราะว่าก่อนนี้เขาก็แกล้งกิเลสด้วยการใส่บาตรทุกเช้า พอทุกวันมันแกล้งความงกทำให้บรรเทาๆ ความงกลง”

หลวงพ่อกล่าวต่อว่าหลังจากความคิดอยากได้อยากมีเบาบางลง จะทำให้เกิดการไตร่ตรอง การคิดเพื่อสืบเสาะเรื่องราวใดๆ ก็ตามก่อน

“ยุคนี้ความรู้ข้อมูลหาได้จากอินเตอร์เน็ต ดูข้อมูลว่าเขาได้มาได้อย่างไรถึงให้ได้สามารถให้เราได้เท่านี้ ถ้าเรารู้ว่าเขาเอาของเราไปให้คนนี้ก่อนแล้วเราจะเอาไหม มันก็เป็นไปไม่ได้เลย”

ติดเครื่องกรองทางสมอง

เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว บอกเสริมการใช้ชีวิตในยุคที่หลงลืมบทเรียนจนมีผู้คนอาศัยช่องโหว่มาสร้างอาชีพที่ผิดทั้งกฎหมายและศีลธรรม คือการที่เราต้องหาความรู้ประดับอยู่เสมอ

“ธุรกิจอะไรในโลกนี้เป็นอย่างนี้บ้าง มันมีเหรอ ในเมื่อมันไม่มีมันเป็นไปไม่ได้ แล้วทำไมให้เขาไป” เจ้าอาวาสวัดสวนแก้วกำชับ บทเรียนมันมีมาเรื่อยตั้งแต่แชร์แม่ชม้อย แก๊งตกทองตุ๋นหลอก แต่เราไม่ได้เรียนรู้เรื่องพวกนี้กันเลย เพราะไม่อัพเดทไม่ดูข่าวสาร

วิจารณญาณหยุดกงกรรม

“ไม่วิเคราะห์ก็มาไม่รู้ และความงกกับความไม่รู้มาด้วยกัน งกมากก็ทำให้เสียมากไปเรื่อยๆ”

พระพยอม กัลยาโณ ระบุชัดว่าดังนั้นเมื่อรับข่าวสารแล้ว ลดความละโมบแล้ว ทุกข่าวสารก็ต้องใช้วิจารณญาณที่เขาบอกจริงหรือไม่จริง กระบวนการมันเชื่อมโยงกันต้องมีทั้ง 3 อย่างนี้เรื่องแบบนี้ก็ไม่เกิดขึ้น

“เราสอบตกบทเรียน ตกความรู้ ตกความโลภ ทำให้เกิดใช้เทคโนโลยีหลอก ผิดศีลธรรมในทางเทคโนโลยี หากินเป็นหาเวรหากรรมกันไปแล้ว เดี๋ยวนี้ไม่ได้หากินกันตามปกติ เป็นมนุสสเปโตพวกเปรตทั้งแม่แชร์และลูกแชร์”

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต