มท.สั่งสนับสนุนการปฎิบัติงานในจังหวัดเหยื่อพายุโพดุลอย่างต่อเนื่อง

  • วันที่ 27 ต.ค. 2562 เวลา 17:01 น.

มท.สั่งสนับสนุนการปฎิบัติงานในจังหวัดเหยื่อพายุโพดุลอย่างต่อเนื่อง

มหาดไทยประกาศลดระดับการจัดการสาธารณภัยในพื้นที่ภาคอีสานได้ที่รับผลกระทบจากอิทธิพลพายุโพดุลและคาจิกิ แต่ยังคงกำกับติดตามประสาน และสนับสนุนการปฏิบัติงานของจังหวัดอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 27 ต.ค.พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลโดยกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้ประกาศยกระดับการจัดการสาธารณภัยขนาดใหญ่ (ระดับ 3) เมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2562 ในพื้นที่จ.อุบลราชธานี ยโสธร ศรีสะเกษ และร้อยเอ็ด เนื่องจากอิทธิพลพายุ “โพดุล” และ “คาจิกิ” ทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย และสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของประชาชนเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ ในปัจจุบันสถานการณ์น้ำในลำน้ำสายสำคัญได้ลดระดับต่ำกว่าตลิ่งในทุกจุดและน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่ชุมชนได้แห้งลง คลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว และเข้าสู่ช่วงของการฟื้นฟูเพื่อปรับสภาพการดำรงชีพ ระบบสาธารณูปโภค และความเป็นอยู่ของประชาชนที่ประสบภัย ให้กลับสู่ภาวะปกติ

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ จึงให้ลดระดับการจัดการสาธารณภัยขนาดใหญ่ (ระดับ 3)มาเป็นการจัดการสาธารณภัยขนาดกลาง (ระดับ 2) ตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2558 โดยผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะผู้อำนวยการจังหวัด เป็นผู้สั่งการ ควบคุม และบัญชาการในพื้นที่จังหวัด เพื่อประสานการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติในระดับพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทุกมิติที่เป็นปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน

รมว.มหาดไทย กล่าวว่า สถานการณ์ที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิต จำนวน 41 ราย และได้ให้ความช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตทุกรายแล้ว ด้านที่อยู่อาศัย ขณะนี้ได้บูรณาการหน่วยงานเข้าช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านเรือนให้ประชาชนแล้ว 13,804 หลัง ด้านสิ่งสาธารณูปโภค (ไฟฟ้า – ประปา – ระบบโทรคมนาคม และเส้นทางคมนาคม) สามารถใช้บริการได้ครบแล้ว และสถานที่ราชการ สามารถใช้บริการได้ตามปกติทุกแห่ง

อย่างไรก็ตาม ด้านการประกอบอาชีพ ในภาคการเกษตร ทั้งด้านการเกษตร ประมง และปศุสัตว์ ได้บรรเทาความเดือดร้อนด้วยการแจกจ่ายเมล็ดพันธุ์ อาหารสัตว์ พันธุ์สัตว์น้ำ และซ่อมแซมเครื่องมือประกอบอาชีพ และอยู่ระหว่างการปฏิบัติตามระเบียบ หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อจ่ายเงินให้ความช่วยเหลือต่อไป

ส่วนด้านสวัสดิการสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้เร่งดูแล เยียวยา กลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ คนพิการ เด็ก ผู้ด้อยโอกาส ผู้ยากไร้ ผู้ป่วยติดเตียง พร้อมจัดทีมนักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา นักพัฒนาสังคม ออกเยี่ยมบ้าน ให้คำปรึกษา แนะนำ บำบัด ฟื้นฟูจิตใจและให้ความช่วยเหลือที่จำเป็น ด้านการแพทย์และสาธารณสุข ได้ส่งทีมปฏิบัติการด้านการแพทย์เข้าดูแลประชาชนทั้งด้านสุขภาพกายและจิตใจอย่างใกล้ชิด มีการสนับสนุนยาและเวชภัณฑ์ และเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคที่อาจมีการระบาดในพื้นที่

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ จะยังคงกำกับ ติดตาม ประสาน และสนับสนุนการปฏิบัติงานของจังหวัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อเร่งพื้นฟูให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว

ข่าวอื่นๆ